สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
AI · AIC-57

AI-Powered System Analysis & Design

หลักสูตร AI-Powered System Analysis & Design เป็นการอบรมการใช้ AI ช่วยงานวิเคราะห์และออกแบบระบบ ตั้งแต่ Requirement, Use Case, Process Flow, ER Diagram และ API Design จนถึง Architecture โดยเขียน Diagram เป็นโค้ดด้วย Mermaid และ PlantUML เหมาะกับ System Analyst, Business Analyst นักพัฒนา และ Tech Lead

อัปเดตล่าสุด
ราคาเริ่มต้น 8,550 บาท / ท่าน 9,500 −10% ยังไม่รวม VAT 7% · มีราคาหมู่คณะ
PDFดาวน์โหลด Course Outline
  • ระยะเวลา12 ชั่วโมง · 2 วัน
  • รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
  • รอบถัดไปเปิดตามคำขอ
  • ระดับขั้นกลาง

ภาพรวมหลักสูตร

งานวิเคราะห์และออกแบบระบบใช้เวลาไปกับการเขียนเอกสารและวาด Diagram มากกว่าการคิดออกแบบจริง กว่าจะได้ Use Case ครบ วาด Process Flow เสร็จ ทำ ER Diagram ให้ตรงกับที่คุยไว้ แล้วยังต้องเขียนสเปก API และร่างสถาปัตยกรรมอีก พอความต้องการเปลี่ยนกลางทาง เอกสารทั้งชุดก็ต้องรื้อใหม่ ผลคือหลายทีมข้ามขั้นตอนออกแบบไปเขียนโค้ดเลย แล้วไปเจอปัญหาตอนระบบใหญ่ขึ้น หลักสูตรนี้เปลี่ยนงานที่กินเวลาเหล่านั้นให้เร็วขึ้นหลายเท่าด้วย AI แล้วคืนเวลาให้ผู้เรียนไปโฟกัสกับการตัดสินใจออกแบบที่ AI

ทำแทนไม่ได้ ผู้เรียนจะเดินครบเส้นทางเดียวกับงานจริง ตั้งแต่การเก็บและเรียบเรียง Requirement ให้ชัด แตกเป็น Use Case เขียน Process Flow ออกแบบ ER Diagram กำหนดสเปก API ด้วย OpenAPI ร่างสถาปัตยกรรมระบบ ไปจนถึงการแตก Test Scenario โดยสร้าง Diagram ทุกตัวเป็นโค้ดด้วย Mermaid และ PlantUML ที่แก้ไขและเก็บใน Git ได้ พร้อมเรียนรู้วิธีตรวจทานผลลัพธ์ของ AI ไม่ให้หลุดข้อผิดพลาดไปถึงขั้นตอนพัฒนา ปิดท้ายด้วย Capstone ที่ออกแบบระบบหนึ่งตัวครบทุกขั้นตอน (อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง ระดับ Beginner ถึง Intermediate)

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • ใช้ AI ช่วยงานวิเคราะห์และออกแบบระบบได้อย่างเป็นขั้นตอน และรู้ขอบเขตที่ต้องตรวจทานเอง
  • เก็บและเรียบเรียง Requirement ให้ชัดเจน วัดผลได้ และตรวจหาความต้องการที่ขัดแย้งกัน
  • แตก Requirement เป็น Use Case พร้อม Actor และ Flow ที่ครบทั้งกรณีปกติและกรณียกเว้น
  • เขียน Process Flow และ Sequence Diagram เป็นโค้ดด้วย Mermaid และ PlantUML
  • ออกแบบ ER Diagram และ Data Model ที่ Normalize ถูกต้องและรองรับการใช้งานจริง
  • ออกแบบ API และเขียนสเปกด้วย OpenAPI ให้ทีม Frontend และ Backend ทำงานคู่ขนานได้
  • ร่างสถาปัตยกรรมระบบและอธิบายเหตุผลของการเลือกแต่ละองค์ประกอบได้
  • แตก Test Scenario และ Test Case จาก Use Case ให้ครอบคลุมเงื่อนไขสำคัญ
  • ตรวจทานงานออกแบบที่ AI สร้างและส่งมอบเอกสารชุดสมบูรณ์ให้ทีมพัฒนาใช้ต่อได้

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • System Analyst และ Business Analyst ที่ต้องการลดเวลาทำเอกสารและ Diagram
  • นักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ต้องออกแบบระบบเองก่อนลงมือเขียนโค้ด
  • Tech Lead และ Project Manager ที่ต้องตรวจงานออกแบบและสื่อสารกับทีม
  • ผู้ที่กำลังจะเปลี่ยนสายมาเป็น System Analyst
  • ทีมที่ต้องส่งมอบเอกสารออกแบบระบบให้ลูกค้าหรือผู้ตรวจรับงาน

พื้นฐานของผู้เข้าอบรม

  • เข้าใจกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ในภาพรวมและเคยร่วมงานกับทีมพัฒนา
  • อ่านและเข้าใจโครงสร้างข้อมูลพื้นฐานได้ ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมเป็น
  • เคยใช้ SQL หรือเข้าใจแนวคิดตารางและความสัมพันธ์จะช่วยให้เรียนช่วง ER Diagram ได้ลื่นขึ้น
  • เตรียมโจทย์ระบบจริงของตนเองมาหนึ่งเรื่องเพื่อใช้ตลอด Workshop จะได้ประโยชน์สูงสุด

หัวข้อการฝึกอบรม

รายละเอียดหลักสูตร

อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.) รูปแบบบรรยายพร้อม Workshop ลงมือทำกับโจทย์ระบบจริง ระดับ Beginner ถึง Intermediate เครื่องมือที่ใช้เป็นโอเพนซอร์สหรือมีแบบใช้ฟรีเกือบทั้งหมด ผู้เรียนเตรียมบัญชี ChatGPT หรือ Claude มาเอง ผู้เรียนจะได้ชุด Prompt Template สำหรับงาน SA ทุกขั้นตอน ไฟล์ Diagram ตัวอย่าง Mermaid และ PlantUML และ Template เอกสารออกแบบระบบกลับไปใช้งานจริง เนื้อหาเน้นวิธีคิดและกระบวนการออกแบบ จึงปรับไปใช้กับเครื่องมือ AI ตัวอื่นได้เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน

Day 1 จาก Requirement สู่ Data Model

Section 1: AI ในงานวิเคราะห์และออกแบบระบบ

  • ขั้นตอนงาน SA แบบเดิมและจุดที่กินเวลามากที่สุดจนทีมมักข้ามไป

  • งานที่ AI ช่วยได้ดีเทียบกับงานที่ยังต้องอาศัยการตัดสินใจของคน

  • ภาพรวมเส้นทางทั้งหมด: Requirement, Use Case, Process Flow, ER Diagram, API, Architecture, Test

  • แนวคิด Diagram as Code และเหตุผลที่ควรเก็บงานออกแบบไว้ใน Git

  • การเตรียมเครื่องมือและการตั้งค่าให้พร้อมใช้ตลอดสองวัน

Section 2: เก็บและเรียบเรียง Requirement ด้วย AI

  • ความต่างระหว่าง Business, Functional และ Non-functional Requirement

  • การใช้ AI ช่วยสรุปบันทึกการประชุมและถอดความต้องการออกมาเป็นข้อ ๆ

  • การเขียน Requirement ให้ชัดเจน วัดผลได้ และไม่กำกวม

  • การให้ AI ตรวจหาความต้องการที่ขัดแย้งกันเองและจุดที่ยังขาดข้อมูล

  • การจัดลำดับความสำคัญและการทำ Requirement Traceability

  • Lab: แปลงบันทึกการประชุมดิบให้เป็นเอกสาร Requirement ที่พร้อมใช้

Section 3: Use Case และ Actor

  • การระบุ Actor และขอบเขตของระบบให้ชัดก่อนเริ่มเขียน Use Case

  • การแตก Requirement เป็น Use Case พร้อม Main Flow และ Alternate Flow

  • การเขียนเงื่อนไขก่อนและหลังการทำงานให้ครบถ้วน

  • การสร้าง Use Case Diagram ด้วย PlantUML และการปรับแก้เป็นโค้ด

  • ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เช่น Use Case ละเอียดเกินไปหรือกว้างเกินไป

  • Lab: สร้าง Use Case Diagram จาก Requirement ของโจทย์ตนเอง

Section 4: Process Flow และ Sequence Diagram

  • การเขียน Business Process Flow ให้เห็นลำดับงานและผู้รับผิดชอบ

  • การใช้ Mermaid เขียน Flowchart และการจัดวางให้อ่านง่าย

  • การเขียน Sequence Diagram เพื่ออธิบายการคุยกันระหว่างส่วนของระบบ

  • การจัดการเงื่อนไข การวนซ้ำ และกรณียกเว้นใน Diagram

  • Lab: เขียน Process Flow และ Sequence Diagram ของกระบวนการหลักด้วย Mermaid

Section 5: ER Diagram และการออกแบบฐานข้อมูล

  • การถอด Entity และความสัมพันธ์ออกมาจาก Requirement และ Use Case

  • การกำหนด Primary Key, Foreign Key และ Cardinality ให้ถูกต้อง

  • หลักการ Normalization และเมื่อใดที่การ Denormalize คุ้มกว่า

  • การสร้าง ER Diagram ด้วย Mermaid และการแปลงเป็นสคริปต์สร้างตาราง

  • Lab: ออกแบบ ER Diagram แล้วสร้างตารางจริงบน PostgreSQL เพื่อทดสอบ

Section 6: ตรวจทาน Data Model ก่อนไปต่อ

  • การใช้ AI ตรวจสอบว่า Data Model รองรับทุก Use Case ที่เขียนไว้หรือไม่

  • การทดสอบด้วยข้อมูลตัวอย่างและ Query จริงเพื่อหาจุดที่ออกแบบพลาด

  • การพิจารณาปริมาณข้อมูลและ Index ที่จำเป็นตั้งแต่ตอนออกแบบ

  • Lab: ตรวจทานและปรับ Data Model ของตนเองจนรองรับทุก Use Case

Day 2 จาก API สู่ Architecture และ Test

Section 7: ออกแบบ API ด้วย OpenAPI

  • การถอดรายการ API ที่ต้องมีออกมาจาก Use Case

  • หลักการออกแบบ REST: การตั้งชื่อ Resource, การเลือก Method และรหัสสถานะ

  • การเขียนสเปกด้วย OpenAPI พร้อม Request, Response และ Error Model

  • การใช้ AI ช่วยร่างสเปกและการตรวจว่าครอบคลุมทุกกรณี

  • การใช้สเปกให้ทีม Frontend และ Backend ทำงานคู่ขนานได้ตั้งแต่ยังไม่มีระบบจริง

  • Lab: เขียนสเปก OpenAPI ของระบบตนเองและตรวจสอบความถูกต้อง

Section 8: ออกแบบสถาปัตยกรรมระบบ

  • องค์ประกอบของสถาปัตยกรรม: ส่วนหน้าจอ ส่วนประมวลผล ฐานข้อมูล และบริการภายนอก

  • การเลือกรูปแบบสถาปัตยกรรมให้เหมาะกับขนาดทีมและความซับซ้อนของงาน

  • การเขียน Architecture Diagram ด้วย Mermaid และการปรับแต่งด้วย Draw.io

  • การระบุ Non-functional Requirement ลงในผัง เช่น ความปลอดภัยและการรองรับโหลด

  • Lab: ร่างสถาปัตยกรรมของระบบตนเองพร้อมอธิบายเหตุผลของทุกองค์ประกอบ

Section 9: Test Scenario และ Test Case

  • การแตก Test Scenario ออกมาจาก Use Case ให้ครบทั้งกรณีปกติและกรณียกเว้น

  • การเขียน Test Case ที่ระบุเงื่อนไขเริ่มต้น ขั้นตอน และผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • การใช้ AI ช่วยหากรณีทดสอบที่คนมักมองข้าม เช่น ค่าขอบเขตและข้อมูลผิดรูปแบบ

  • การเชื่อม Test Case กลับไปยัง Requirement เพื่อให้ตรวจสอบความครอบคลุมได้

  • Lab: สร้างชุด Test Scenario จาก Use Case ของระบบตนเอง

Section 10: การตรวจทานคุณภาพงานออกแบบ

  • จุดที่ AI มักพลาดในงานออกแบบระบบและวิธีตรวจจับ

  • การตรวจความสอดคล้องระหว่าง Requirement, Use Case, Data Model และ API

  • การใช้ AI เป็นผู้ตรวจทานอีกชั้นด้วยการให้ตั้งคำถามกลับแทนการให้คำตอบ

  • การจัดการเมื่อความต้องการเปลี่ยนและต้องแก้เอกสารทั้งชุด

Section 11: การส่งมอบเอกสารออกแบบระบบ

  • องค์ประกอบของเอกสารออกแบบระบบที่ทีมพัฒนานำไปใช้ต่อได้จริง

  • การจัดเก็บ Diagram as Code ไว้ใน Git และการทำให้เอกสารอัปเดตตามโค้ด

  • การนำเสนองานออกแบบให้ผู้บริหารและผู้ใช้เข้าใจโดยไม่ต้องลงรายละเอียดเทคนิค

  • Lab: ประกอบเอกสารออกแบบระบบฉบับสมบูรณ์จากงานที่ทำมาทั้งสองวัน

Section 12: Capstone และการนำไปใช้จริง

  • โจทย์: ออกแบบระบบหนึ่งตัวครบทุกขั้นตอนตั้งแต่ Requirement จนถึง Test Scenario

  • การนำเสนอเหตุผลของการตัดสินใจออกแบบในแต่ละจุด

  • แนวทางนำกระบวนการนี้ไปใช้กับงานจริงและการปรับให้เข้ากับทีม

  • Workshop: นำเสนอผลงานและทบทวนการออกแบบร่วมกันกับวิทยากร

รอบอบรมและรูปแบบการอบรม

สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป

ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770

สำหรับองค์กร — In-house / Private Training

  • ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
  • เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
  • ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร

วิทยากรผู้สอน

คำถามที่พบบ่อย

Diagram as Code คืออะไร ดีกว่าการวาดแผนภาพด้วยมืออย่างไร

Diagram as Code คือการเขียนแผนภาพเป็นข้อความด้วยภาษาอย่าง Mermaid หรือ PlantUML แล้วให้เครื่องมือวาดภาพให้ ข้อดีคือเก็บไว้ใน Git คู่กับโค้ดได้ เห็นประวัติการแก้ไขและรีวิวผ่าน Pull Request ได้เหมือนโค้ด แก้ไขง่ายโดยไม่ต้องจัดตำแหน่งกล่องเอง และให้ AI ช่วยร่างหรือปรับแผนภาพได้เพราะเป็นข้อความ จึงอัปเดตเอกสารให้ตรงกับระบบจริงได้สม่ำเสมอ

เขียน Use Case ให้ครบถ้วนมีขั้นตอนอย่างไร

เริ่มจากระบุ Actor ทั้งคนและระบบภายนอก และกำหนดขอบเขตของระบบให้ชัด จากนั้นแตก Requirement ออกเป็น Use Case ที่แต่ละตัวให้ผลลัพธ์ที่มีคุณค่าต่อ Actor เขียน Main Flow ของกรณีปกติ แล้วเพิ่ม Alternate Flow และกรณียกเว้น ระบุเงื่อนไขก่อนเริ่ม (Pre-condition) และสภาพหลังจบ (Post-condition) ระวังอย่าแตกละเอียดจนกลายเป็นขั้นตอนบนหน้าจอ หรือกว้างจนครอบทั้งระบบ

Normalization ในการออกแบบฐานข้อมูลคืออะไร

Normalization คือการจัดตารางเพื่อลดข้อมูลซ้ำซ้อนและป้องกันข้อมูลขัดแย้งกันเมื่อแก้ไข โดยแยกข้อมูลแต่ละเรื่องไว้ในตารางของตัวเองและเชื่อมกันด้วย Primary Key และ Foreign Key ระดับที่ใช้บ่อยคือ 1NF ที่ทุกช่องเก็บค่าเดียว ไปจนถึง 2NF และ 3NF ที่ทุกคอลัมน์ขึ้นกับคีย์หลักทั้งหมดโดยตรง ในบางกรณี เช่น ตารางรายงานที่อ่านบ่อย การ Denormalize อาจคุ้มกว่าเพื่อให้ Query เร็วขึ้น

หลักสูตร AI-Powered System Analysis & Design เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน

เหมาะกับ System Analyst และ Business Analyst ที่ต้องการลดเวลาทำเอกสารและ Diagram นักพัฒนาที่ต้องออกแบบระบบเองก่อนเขียนโค้ด Tech Lead และ Project Manager ที่ต้องตรวจงานออกแบบ และผู้ที่กำลังเปลี่ยนสายมาเป็น SA ควรเข้าใจกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ในภาพรวม อ่านโครงสร้างข้อมูลพื้นฐานได้ ไม่จำเป็นต้องเขียนโปรแกรมเป็น ถ้าเคยใช้ SQL จะเรียนช่วง ER Diagram ได้ลื่นขึ้น

เรียนจบหลักสูตร AI-Powered System Analysis & Design แล้วทำอะไรได้บ้าง

ใช้ AI เรียบเรียง Requirement ให้ชัดเจนและหาจุดขัดแย้ง แตก Use Case ด้วย PlantUML เขียน Process Flow และ Sequence Diagram ด้วย Mermaid ออกแบบ ER Diagram แล้วสร้างตารางจริงบน PostgreSQL เขียนสเปก API ด้วย OpenAPI ร่างสถาปัตยกรรมระบบ แตก Test Scenario จาก Use Case และตรวจทานงานที่ AI สร้างก่อนส่งมอบเอกสารให้ทีมพัฒนา ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate of Completion) ที่มีเลขที่ของตัวเองและตรวจสอบออนไลน์ได้

จัดอบรมหลักสูตร AI-Powered System Analysis & Design ให้ทีมในองค์กรได้ไหม

ได้ หลักสูตรนี้จัดเป็นการอบรมแบบ In-house ให้ทีมในองค์กรได้ และปรับตัวอย่างให้ตรงกับงานของทีม เช่น ใช้โจทย์ระบบที่ทีมกำลังวิเคราะห์อยู่จริงทำเอกสารออกแบบตลอด Workshop ขอใบเสนอราคาได้จากหน้านี้ หรือติดต่อทาง LINE @itgenius โทร 02-570-8449