|
จริงหรือ ชาร์จแบตมือถือทิ้งไว้ทั้งคืน ทำให้เครื่องพังเร็ว?
โดยผู้ที่จะมาตอบคำถามดังกล่าว ก็คือ Shane Broesky เจ้าของบริษัท Farbe Technik ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมสำหรับชาร์จแบตเตอรี่มือถือนั่นเอง ซึ่งเผยว่า ปกติแล้ว เมื่อแบตเตอรี่ถูกชาร์จจนเต็ม สมาร์ทโฟนจะทำการตัดไฟเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเครื่องมีกระแสไฟเข้ามามากจนเกินไป แต่อย่างไรก็ดี สิ่งที่จะเกิดผลกระทบมากที่สุด ถ้าหากชาร์จแบตเตอรี่มือถือทิ้งไว้ทั้งคืน นั่นก็คือ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่
ปกติแล้ว แบตเตอรี่แบบ Lithium-ion จะเสื่อมอายุลง ถ้าหากเจอความร้อน หรืออยู่ในอุณหภูมิที่สูงอยูตลอดเวลา ฉะนั้น ถ้าหากทำการชาร์จแบตเตอรี่มือถือ ควรจะถอดเคสก่อนชาร์จ เพราะการใส่เคสไว้ขณะทำการชาร์จ จะทำให้ความร้อนไม่สามารถระบายออกไปได้ ซึ่งความร้อนนี้เอง จะส่งผลทำให้แบตเตอรี่มีอุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้แบตเสื่อมสภาพ และมีอายุการใช้งานที่สั้นลง
ฉะนั้น ถ้าหากต้องทำการชาร์จแบตเตอรี่มือถือทิ้งไว้ทั้งคืน ควรจะถอดเคส เพื่อป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วนั่นเอง
การชาร์จแบตเตอรี่ที่ถูกต้อง ควรจะชาร์จไว้ประมาณเท่าไหร่?
Shane Broesky เผยว่า อัตราการชาร์จแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion ที่ถูกต้อง ก็คือ ควรชาร์จให้ความจุของแบตเตอรี่อยู่ระหว่าง 50-80% เพื่อให้ประจุอิออนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และช่วยปกป้องอายุของแบตเตอรี่ได้อีกวิธีหนึ่ง นอกจากนี้ การชาร์จแบตบ่อยๆ (แต่ไม่ต้องชาร์จจนเต็ม) จะดีกว่าการชาร์จแล้วทิ้งไว้ทั้งวัน อีกทั้งยังช่วยถนอมอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้นอีกด้วย
ไม่ควรชาร์จแบตจาก 0% จนเต็ม 100% บ่อยๆ
ปกติแล้ว วงจรการชาร์จแบตเตอรี่ จะเริ่มนับจากการชาร์จจาก 0% หรือช่วงแบตใกล้จะหมด จนเต็ม 100% ซึ่งสมาร์ทโฟนแต่ละรุ่น จะมีวงจรการชาร์จที่มีจำนวนครั้งจำกัด ด้วยเหตุนี้ จึงแนะนำในข้างต้นว่า เพราะเหตุใด ถึงควรชาร์จแบตเตอรี่ให้อยู่ระหว่าง 50-80% มากกว่าที่จะชาร์จแบบเต็ม 100% เพราะยิ่งเราชาร์จแบตเต็ม 100% บ่อยแค่ไหน ก็จะยิ่งทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วมากขึ้นเท่านั้น
|