‘การระบาดใหญ่ทางไซเบอร์’ เด็ก 70% มีความเสี่ยง
ดัชนีชี้วัดความปลอดภัยบนสื่อออนไลน์สำหรับเด็ก (COSI) เปิดเผยว่าเด็กและวัยรุ่นเกือบ 70% มีความเสี่ยงทางไซเบอร์อย่างน้อย 1 ครั้งในปีที่ผ่านมา อัตราเสี่ยงนี้พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็น ‘การระบาดใหญ่ทางไซเบอร์’ ด้านความปลอดภัยของเด็กทางออนไลน์ ซึ่งความเสี่ยงทางไซเบอร์แตกต่างกันไปตามอายุ โดยพบการรับเนื้อหาและการติดต่อที่มีความเสี่ยง การกลั่นแกล้ง และการใช้เทคโนโลยีมากเกินไป

‘การระบาดใหญ่ทางไซเบอร์’ เด็ก 70% มีความเสี่ยง
ดัชนีชี้วัดความปลอดภัยบนสื่อออนไลน์สำหรับเด็ก (COSI) เปิดเผยว่าเด็กและวัยรุ่นเกือบ 70% มีความเสี่ยงทางไซเบอร์อย่างน้อย 1 ครั้งในปีที่ผ่านมา อัตราเสี่ยงนี้พุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง ถือเป็น ‘การระบาดใหญ่ทางไซเบอร์’ ด้านความปลอดภัยของเด็กทางออนไลน์ ซึ่งความเสี่ยงทางไซเบอร์แตกต่างกันไปตามอายุ โดยพบการรับเนื้อหาและการติดต่อที่มีความเสี่ยง การกลั่นแกล้ง และการใช้เทคโนโลยีมากเกินไป
ทั้งนี้สถาบันดีคิว (DQ Institute) เปิดเผยดัชนีชี้วัดความปลอดภัยบนสื่อออนไลน์สำหรับเด็ก (COSI) ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นตัวชี้วัดระดับชาติที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ประเทศต่างๆ ติดตามสถานะความปลอดภัยทางออนไลน์ของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ พบว่าเด็กและวัยรุ่นอายุ 8-18 ปีทั่วโลกสูงเกือบ 70% ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทางไซเบอร์อย่างน้อย 1 ครั้งในปีที่ผ่านมา สถิติที่น่าตกใจนี้แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงนับตั้งแต่เริ่มต้นการจัดทำดัชนีในปี 2561 โดยสถาบันดีคิวขนานนามสถานการณ์นี้ว่าเป็น “การระบาดใหญ่ทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง”
ดร.ยูฮยอน ปาร์ค (Yuhyun Park) ผู้ก่อตั้งสถาบันดีคิว กล่าวว่า “เราได้เห็นอัตราการเสี่ยงทางไซเบอร์ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องถึง 70% เป็นเวลา 7 ปีในเด็กและเยาวชนอายุ 8-18 ปี ตอนนี้เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า ‘การระบาดใหญ่ทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง’ ทุกวันนี้ ความแพร่หลายของเอไอรู้สร้าง (generative AI) เมตาเวิร์ส และอุปกรณ์ XR (เทคโนโลยีความจริงขยาย) ทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเปลี่ยนแปลงชีวิตเด็กๆ มากยิ่งขึ้น แต่มีการพูดคุยอภิปรายเรื่องผลกระทบที่เป็นอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีความร่วมมือระหว่างประเทศเหมือนเช่นความท้าทายด้านสภาพอากาศ และเราไม่สามารถรีรอได้อีกต่อไป”
COSI รวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างเด็ก 351,376 คน ตั้งแต่ปี 2560 จนถึงปัจจุบัน ในดัชนีฉบับล่าสุดนี้มีการจัดมาตราส่วนประมาณค่า 4 ระดับเพื่อช่วยให้ผู้กำหนดนโยบายและผู้นำในอุตสาหกรรมสามารถระบุจุดแข็งและสิ่งที่ควรปรับปรุง เพื่อดำเนินการโครงการริเริ่มและมาตรการด้านความปลอดภัยทางออนไลน์ของเด็กได้อย่างแม่นยำ จากดัชนีดังกล่าว สหราชอาณาจักร เยอรมนี และจีน มีประสิทธิภาพสูงสุดในหลายมิติ โดยมีความโดดเด่นในด้านต่างๆ ดังต่อไปนี้
การใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัยสำหรับเด็ก: สหราชอาณาจักรและออสเตรเลีย
การสนับสนุนจากครอบครัว: อินเดียและสิงคโปร์
การศึกษาด้านความเป็นพลเมืองดิจิทัลในโรงเรียน: อิตาลีและไต้หวัน
ความรับผิดชอบของบริษัทไอซีที: เยอรมนีและฝรั่งเศส
นโยบายและข้อบังคับของรัฐบาล: แคนาดาและฝรั่งเศส
โครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี: เกาหลีและจีน
ทั้งนี้ ดัชนีชี้วัดความปลอดภัยบนสื่อออนไลน์สำหรับเด็ก (COSI) เป็นตัวชี้วัดระดับชาติที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ประเทศต่างๆ ติดตามสถานะความปลอดภัยออนไลน์ของบุตรหลานได้อย่างมีประสิทธิภาพ คะแนน COSI มาจากการจัดอันดับคะแนนของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก 6 ประเภทตั้งแต่ครอบครัวไปจนถึงบริษัทไอซีที โดยประเมินความพยายามในการปรับปรุงความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ของเด็กภายในประเทศ ครอบคลุม 12 หัวข้อและตัวชี้วัด 39 รายการ
ประเทศต่างๆ นำ COSI ไปใช้ศึกษาส่วนที่ต้องปรับปรุงในด้านปัญหาด้านความปลอดภัยทางออนไลน์ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลักทั้ง 6 ประเภทจากการชี้วัดประสิทธิภาพระดับโลก ช่วยให้จัดสรรทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และดำเนินการความคิดริเริ่มที่เกี่ยวข้องได้ดียิ่งขึ้น และทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถประสานงานความพยายามได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปรับปรุงความปลอดภัยทางออนไลน์ของเด็ก ขณะเดียวกันก็วัดความก้าวหน้าของประเทศในเชิงปริมาณได้
ที่มา: sanook.com/hitech/1592523
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง ให้บริการด้านไอทีครบวงจร
ทั้งงานอบรม (Training) สัมมนา รับเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ทั้ง SEO, PPC และ Social Media Marketing
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอทีได้เลยค่ะ
แนะนำหลักสูตรที่น่าสนใจ

Blazor WebAssembly with MongoDB
Blazor ทำให้นักพัฒนา C# สร้างหน้าเว็บแบบโต้ตอบได้โดยใช้ภาษาเดียวกันทั้ง Frontend และ Backend ส่วน Blazor WebAssembly รันโค้ด .NET ในเบราว์เซอร์ได้โดยตรง เมื่อจับคู่กับ MongoDB ซึ่งเก็บข้อมูลเป็น Document ที่ยืดหยุ่น…

Basic NestJS
NestJS เป็นเฟรมเวิร์กสำหรับสร้างแอปพลิเคชันฝั่ง Server บน Node.js ด้วย TypeScript ที่วางโครงสร้างโค้ดเป็น Module, Controller และ Provider อย่างชัดเจน ใช้ Dependency Injection และ Decorator ช่วยให้โค้ดอ่านง่าย ทดสอบง่าย และขยายระบบได้เป็นระเบียบ ทำงานบน…

Advanced NestJS
NestJS เป็นเฟรมเวิร์กฝั่ง Server ของ Node.js ที่ทีมพัฒนานิยมใช้สร้าง API ระดับองค์กร เพราะมีโครงสร้าง Module, Dependency Injection และ TypeScript ที่ชัดเจน แต่เมื่อผ่านขั้นพื้นฐานไปแล้ว นักพัฒนามักติดอยู่กับเรื่องที่ทำให้ระบบจริงยาก เช่น ออกแบบ Relation…
