การเขียนเว็บด้วย OOP หรือ Object Oriented Programming
Object Oriented Programming (OOP) คือการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุหรือการมองทุกอย่างให้เป็น object หรือกล่าวได้ง่าย ๆ ว่า วิเคราะห์, มอง และเขียนโปรแกรมทุกอย่างตามวัตถุ เพราะความเป็นจริงแล้ว ทุก ๆ อย่างบนโลกล้วนเป็นวัตถุหมด เช่น คอมพิวเตอร์, ทีวี, หนังสือ เป็นต้น

การเขียนเว็บด้วย OOP หรือ Object Oriented Programming
Object Oriented Programming (OOP) คือการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุหรือการมองทุกอย่างให้เป็น object หรือกล่าวได้ง่าย ๆ ว่า วิเคราะห์, มอง และเขียนโปรแกรมทุกอย่างตามวัตถุ เพราะความเป็นจริงแล้ว ทุก ๆ อย่างบนโลกล้วนเป็นวัตถุหมด เช่น คอมพิวเตอร์, ทีวี, หนังสือ เป็นต้น
OOP แบ่งได้เป็น 2 รูปแบบ ดังนี้
- Object ที่เป็น รูปธรรม เช่น คน,ใบรายการสินค้า
- Object ที่เป็น นามธรรม เช่น ความเป็นเจ้าของ,เที่ยวบิน เป็นต้น
object ใน OOP จะประกอบด้วย 2 ส่วน ดังนี้คือ
- Attribute (object data) – เป็นส่วนที่ใช้ในการเก็บข้อมูลต่างๆของ object เช่น รถ มี attribute คือ ยี่ห้อรถ,ชื่อรุ่น,สี เป็นต้น
- Method (object behavior) – เป็นสิ่งที่ object นั้นสามารถทำได้ เช่น รถ สามารถ เพิ่มความเร็ว,ชะลอความเร็ว,หยุด,เปลี่ยนเกียร์ เป็นต้น
ข้อดีของ OOP
- Reuse หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ คือเขียนโปรแกรมครั้งเดียว และนำกลับมาใช้ในหลาย ๆ ส่วนที่มีการทำงานเหมือนกัน
- Information Hidden การซ้อนข้อมูล โดยจะทำให้ข้อมูลมีกลไกในการเข้าถึง และการมองเห็นได้ในหลาย ๆ รูปแบบ
- Polymorphism หรือการมีได้หลายรูปแบบ กล่าวให้ง่าย ๆ เลยก็คือวัตถุชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดกันสามารถมีการเรียกใช้คำสั่งที่เหมือนกัน แต่การทำงานของคำสั่งแตกต่างกันได้ตามคุณสมบัติของวัตถุชิ้นนั้น ๆ ควรจะมี เช่น "นก กับ เครื่องบิน สามารถบิน ได้เหมือนกัน" แต่ "บินทั้ง 2 ไม่เหมือนกัน"
- Inheritance หรือ Extends คือการสืบทอดคุณสมบัติต่าง ๆ เช่น พ่อ แม่ ถ่ายทอดพันธุกรรมบางอย่างสู่ลูก เป็นต้น
หลักการสำคัญของ OOP
- Data hiding คือ ปกปิด source code ส่วนหนึ่งไว้ไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึง หรือแก้ไขข้อมูลได้โดยตรง ซึ่งจะต้องบอกคำสงวนในการควมคุมการเข้าถึงข้อมูล
- encapsulation นั่นคือ attribute ต่างๆภายใน class นั้นจะไม่สามารถถูกเปลี่ยนแปลงค่าได้จากภายนอก class การเปลี่ยนแปลงค่าของ attribute จะสามารถทำได้จากการเรียก method ภายใน class เท่านั้น ซึงคือการกำหนดด้วยคำสงวน private นั่นเอง
- inheritance & reusable คือการ นำ source code ส่วนที่มีการใช้ซ้ำๆนำกลับมาใช้ใหม่
- polymorphism ใช้ได้กับการสืบทอดแบบ is-a เท่านั้น คือการที่คลาสพ่อมี method ที่ภายในไม่มีการ implement ใดๆ เมื่อคลาสลูกสืบทอดคุณสมบัติไป คลาสลูกได้มีการเพิ่มส่วนของการ implement ใน method
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง ให้บริการด้านไอทีครบวงจร
ทั้งงานอบรม (Training) สัมมนา รับเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ทั้ง SEO, PPC และ Social Media Marketing
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอทีได้เลยค่ะ
