รวม 5 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรีสมาร์ตโฟน Android และ iOS ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

รวม 5 ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรีสมาร์ตโฟน Android และ iOS ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
เทคโนโลยีการชาร์จและแบตเตอรีกำลังก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะบนสมาร์ตโฟนที่มีการพัฒนาระบบชาร์จที่เร็วมาก จนตอนนี้มาถึง 50-60W กันแล้ว และยิ่งมีการพัฒนามากขึ้นเท่าไหร่ ผู้คนต่างก็กังวลเรื่องความปลอดภัยมากยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องความร้อนหรือระเบิด ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมี 5 ข้อเท็จจริงที่ผู้ผลิตแบตเตอรีไม่ได้บอกคุณเอาไว้ โดย CNET ได้สอบทางไปยังผู้เชี่ยวชาญด้านแบตเตอรีหลายคน จนได้ผลสรุปมาดังนี้
1. Fast Charge ไม่ทำให้แบตพัง
แต่ก่อนสมาร์ตโฟนจะมีระบบชาร์จอยู่ที่ 5-10W แต่ปัจจุบันการพัฒนาทำให้เรามี Fast Charge ช่วยให้ชาร์จสมาร์ตโฟนได้ไวขึ้นตั้งแต่ 18W สำหรับ iPhone (ที่แถมมาให้) หรือ 25W สำหรับสมาร์โฟนของ Samsung หรือซื้อหัวชาร์จแบบ 45W มาใช้เพิ่มก็ยังได้ และบางแบรนด์ยังมีระบบชาร์จไวที่สูงถึง 55W เลยด้วย
Fast Charge แบ่งช่วงการทำงานเป็นสองระยะ คือ ระยะแรก อัดแรงไฟให้เต็มที่ในสมาร์ตโฟนที่แบตใกล้ 0% (หรือ 0%) เพื่อเพิ่มความเร็วในการชาร์จจาก 0% เป็น 70% ในระยะเวลา 10-30 นาทีแล้วแต่แบรนด์ และในเฟสสองระยะการชาร์จจะเริ่มช้าลงเพื่อถนอมแบตเตอรี แน่นอนว่าการชาร์จในเฟสแรกจะทำให้เครื่องเครื่องอุ่นหรือร้อนขึ้นเป็นธรรมดา แต่ตัวแบตเตอรีถูกออกแบบให้รองรับการชาร์จแบบนี้อยู่แล้ว จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดปัญหาตามมาทีหลัง

Arthur Shi จาก iFixit เว็บไซต์สายแกะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยอดนิยมระบุว่า จินตนาการว่าเหมือนฟองน้ำที่น้ำไหลซึมเข้าเยอะในช่วงแรกและน้อยลงตามเวลา แต่สำหรับกรณี Galaxy Note 7 ระเบิดนั้นอยู่ที่การออกแบบแบตเตอรีล้วน ๆ ครับ
2. เราไม่สามารถชาร์จไฟเกินได้
การชาร์จแบตเตอรีเกิน 100% อาจทำให้เครื่องมีปัญหา กลายเป็นความวิตกกังวลให้กับผู้ใช้งานได้ แต่ความจริงเราไม่สามารถชาร์จไฟเกินหรือ Over charge ได้แบบที่จินตนาการเอาไว้
Venkat Srinivasan นักวิจัยแบตเตอรี Argonne National Laboratory และผู้อำนวยการ Argonne Collaborative Center for Energy Storage Science เผยว่า ปัจจุบันแบตเตอรีถูกออกแบบมาให้ตัดไฟเมื่อตัวเครื่องชาร์จไฟเต็ม 100% แล้ว ดังนั้นมันจะไม่สามารถเกิดเหตุการณ์ชาร์จไฟเกินได้อย่างแน่นอน ถ้าไม่เกิดปัญหากับวงจรภายในแบตเตอรีเสียก่อน
3. อย่าทำให้แบตเหลือ 0%
การปล่อยให้แบตเตอรีเหลือ 0% จะทำให้แบตเตอรีเสื่อมสภาพเร็วขึ้น โดยปกติแล้วสมาร์ตโฟนจะถูกออกแบบมาให้ปิดตัวเองก่อนที่แบตเตอรีจะเหลือศูนย์จริง ๆ เพื่อป้องกันแบตเหลือ 0% เช่นกรณี iPhone เครื่องจะดับไปก่อน แล้วมีไอคอนแบตเตอรีแดงขึ้นมาคือเหลือน้อยมากแล้ว แต่ถ้าเปิดไม่ขึ้นเลยคือแบตเตอรีเหลือ 0%
ทางที่ดีที่สุดคือถ้าจะปล่อยแบตหมด ควรเหลือไว้แบตเตอรีให้อยู่ในช่วง 30% เอาไว้จะดีที่สุด

4. อุณหภูมิสูง ๆ คือตัวทำร้ายแบตเตอรีอย่างดี
Isidor Buchmann, CEO ของบริษัทแบตเตอรี Cadex Electronics และบริษัทในเครือ
Battery University เผยว่า การปล่อยให้แบตเตอรีมีอุณหภูมิสูงกว่า 30 องศาจะยิ่งทำให้แบตเตอรีเสื่อมประสิทธิภาพได้เร็วขึ้นกว่าเดิม
ถามว่าจำเป็นต้องเล่นแต่ในห้องแอร์มั้ย? ด้วยสภาพอากาศประเทศไทยก็เป็นแบบนี้ แค่พยายามอย่าให้เครื่องร้อนเกินไปก็พอครับ
5. ใช้ที่ชาร์จที่ไม่ได้มากับเครื่อง ไม่ทำให้แบตเสื่อม
ปัจจุบันผู้ผลิตสมาร์ตโฟนจะมีระบบชาร์จไวคู่บารมีของตัวเอง เช่น ของ Oppo เรียก VOOC เป็นต้น การนำที่ชาร์จของแบรนด์อื่น ๆ มาชาร์จเครื่องเราเองนั้นไม่ทำให้แบตเตอรีของเครื่องเสื่อมลง แต่ทำให้เราไม่สามารถดึงประสิทธิภาพของที่ชาร์จนั้น ๆ ออกมาได้อย่างเต็มที่ครับ
Google เคยขอให้ผู้ผลิตสมาร์ตโฟนฝั่ง Android ออกแบบอแดปเตอร์ให้รองรับอย่างน้อยคือ PD Charge ซึ่งเป็นมาตรฐานกลาง อย่างน้อยให้ผู้ใช้งานทุกคนสามารถใช้ชาร์จเร็ว PD ได้
ที่มา:.png)
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง ให้บริการด้านไอทีครบวงจร
ทั้งงานอบรม (Training) สัมมนา รับเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ทั้ง SEO, PPC และ Social Media Marketing
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอทีได้เลยค่ะ
แนะนำหลักสูตรที่น่าสนใจ

Advanced ASP.net 4.0 (คอร์สขั้นสูง)
หลักสูตร Advanced ASP.net 4.0 เป็นหลักสูตรที่เหมาะสำหรับผู้เรียนที่เคยเขียนโปรแกรมด้วย ASP.net ด้วย VB.net และ C# มาบ้างแล้ว และต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้เว็บได้มากขึ้น โดยมีการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มาพร้อมกับ ASP.net และ .net 4.0…

Basic jQuery
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นใช้งาน jQuery ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่การเรียกใช้งาน jQuery สิ่งที่ทำให้ jQuery แตกต่างจาก Javascript Framework ตัวอื่นๆ ในหลักสูตรนี้จะเป็นการประยุกต์ใช้งานในเบื้องต้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ…

ตัดต่อวิดีโอด้วย Corel Video Studio Pro X6 สำหรับผู้เริ่มต้น
โปรแกรม Corel VideoStudio Pro X6 เป็นโปรแกรมตัดต่อวีดีโอที่มีการใช้งานง่ายๆ เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้น การสร้างวีดิโอ สามารถสร้างได้เหมือนกับผู้ที่มีประสบการณ์ตัดต่อวีดีโอมานาน โปรแกรมจะมี เครื่องมือต่างๆ สำหรับตัดต่อวีดีโออย่างครบถ้วน…
