สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
บทความทั่วไป

Truecaller เปิดบริการ Scam Checker ตรวจเบอร์ ลิงก์ และข้อความปลอมแบบไม่ต้องล็อกอิน

28 ก.ย. 2569

Truecaller เปิดตัว Scam Checker บริการเว็บและแอป Android ให้ผู้ใช้ตรวจเบอร์ ลิงก์ หรือข้อความน่าสงสัยแบบไม่ต้องลงชื่อเข้าใช้ เริ่มในอินเดียก่อนขยายภูมิภาคอื่น ขยายการตรวจจากแค่ Caller ID สู่การวิเคราะห์แคมเปญหลอกลวงข้ามช่องทาง

Truecaller เปิดบริการ Scam Checker ตรวจเบอร์ ลิงก์ และข้อความปลอมแบบไม่ต้องล็อกอิน

Truecaller ผู้ให้บริการ Caller ID ที่มีผู้ใช้มากกว่า 500 million ได้ขยายขอบเขตงานตรวจจับการหลอกลวงไปยังเว็บสาธารณะโดยไม่ต้องมีแอปหรือการล็อกอิน ด้วยการเปิดตัว Scam Checker ซึ่งเป็นบริการบนเว็บและ Android ที่ให้ผู้ใช้วางหมายเลขโทรศัพท์ ลิงก์ หรือข้อความที่สงสัยเพื่อตรวจสอบว่ามีรายงานเป็นการโกงหรือไม่ โดยข้อมูลเชื่อมโยงมาจากชุมชนรายงาน ScamFeed ของ Truecaller

Scam Checker ทำงานอย่างไร

เครื่องมือนี้จะขยาย shortened URLs และตามการเปลี่ยนเส้นทางไปยังปลายทางสุดท้ายเพื่อตรวจสอบลิงก์ที่ผู้ใช้ส่งเข้ามา จากนั้นเทียบกับฐานข้อมูลความเสี่ยง (proprietary risk database) และสัญญาณการฉ้อโกงอื่นๆ ถ้าผู้ใช้วางข้อความที่น่าสงสัย บริการจะดึงหมายเลขหรือลิงก์จากข้อความนั้นเพื่อค้นหารายงานที่เกี่ยวข้องในชุมชน ScamFeed

บทบาทของชุมชนและข้อมูลเชิงปริมาณ

Truecaller ระบุว่าชุมชนเป็นส่วนสำคัญของการตรวจจับ โดยมีประมาณ 20,000 scam reports ที่เผยแพร่บน ScamFeed ในอินเดีย และมีการเพิ่มใหม่ราว 1,300 รายงานต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ในช่วงวันที่ 14 ถึง 20 กันยายน บริษัทได้ประเมินข้อความ 12.9 billion ข้อความทั่วโลกและแท็ก 20.3 million ข้อความว่าเป็นการฉ้อโกง ตัวเลขพฤติกรรมการค้นหาช่วยให้ Truecaller คาดว่าในแต่ละเดือนมีผู้ค้นหาเว็บเพื่อเช็กลิงก์และหมายเลขน่าสงสัยประมาณ 14 million ครั้ง ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิดบริการที่เข้าถึงได้ง่ายโดยไม่ต้องล็อกอิน

เหตุผลที่ต้องขยายนอกเหนือจาก Caller ID

Truecaller ชี้ว่าแพลตฟอร์มการหลอกลวงได้ขยายจากการโทรไปสู่ข้อความ โซเชียลและลิงก์ ผู้คนมักเจอลิงก์บน WhatsApp หรือถูกส่งสกรีนช็อตขึ้นมาถามว่า "จริงหรือไม่" CEO Rishit Jhunjhunwala ระบุว่า Caller ID ยังคงเป็นประตูเข้าใช้งานหลัก แต่การป้องกันต้องตามให้ทันกลยุทธ์ของมิจฉาชีพที่ใช้หลายช่องทาง รวมถึงเสียงและวิดีโอ

ความท้าทายในตลาดอินเดียและแผนการขยาย

การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ธุรกิจหลักของ Truecaller เผชิญแรงกดดันในอินเดีย ตลาดใหญ่สุดที่มีผู้ใช้มากกว่า 350 million ผู้ให้บริการโทรคมนาคมนำ Calling Name Presentation ของรัฐบาลกลางมาใช้ และ Apple กับ Google ต่างก็เพิ่มฟีเจอร์ Caller ID และการป้องกันสแปมของตนเอง นอกจากนี้หน่วยงานกำกับดูแลของอินเดียสั่งให้แอป Caller-ID แชร์รายงานสแปมที่ผู้ใช้ส่งให้แก่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ซึ่ง Truecaller เคยวิจารณ์ว่าเป็นการแลกเปลี่ยนทางเดียว

Truecaller ระบุว่า Scam Checker จะเปิดให้ใช้งานฟรีเบื้องต้นในอินเดียก่อน แล้วขยายไปยัง Latin America, the Middle East and Africa, และ Southeast Asia ในอนาคต บริษัทมีแผนจะเพิ่มประเภทของการโกงที่ตรวจจับได้และฟีเจอร์อัปโหลดสกรีนช็อตเพื่อการวิเคราะห์เพิ่มเติม

หมายเหตุสำหรับคนไอที - หากคุณเป็นนักพัฒนา หรือผู้ดูแลระบบที่ต้องพัฒนาฟีเจอร์ตรวจสอบลิงก์หรือระบบแจ้งเตือนสแปม ควรสนใจแนวทางการขยายลิงก์ (URL expansion), การตาม redirect, และการรวมข้อมูลจากชุมชนเพื่อเพิ่มสัญญาณตรวจจับ นอกจากนี้การออกแบบ API และมาตรฐานความเป็นส่วนตัวเมื่อแชร์รายงานก็เป็นประเด็นสำคัญ

โดยสรุป Truecaller กำลังปรับกลยุทธ์จากการเป็นแอป Caller ID ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการความเสี่ยงและการตรวจจับการโกงข้ามช่องทาง Scam Checker เป็นสัญญาณว่าบริษัทพยายามตอบโจทย์ผู้ใช้ในจังหวะที่ต้องการตรวจสอบอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องล็อกอิน ติดตามว่าการขยายสู่ภูมิภาคอื่นและการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านการป้องกันฉ้อโกงให้ผู้บริโภคและลูกค้าองค์กรได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา: TechCrunch - เรียบเรียงและสรุปเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน IT Genius

บริการของเรา

ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง ให้บริการด้านไอทีครบวงจร

ทั้งงานอบรม (Training) สัมมนา รับเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ทั้ง SEO, PPC และ Social Media Marketing

ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอทีได้เลยค่ะ

แนะนำหลักสูตรที่น่าสนใจ

Mobile Web Application
พัฒนาแอพมือถือ

Mobile Web Application

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพัฒนา Mobile Web Application เพื่อให้สามารถใช้งานได้บน Mobile ทุกๆค่าย ในหลักสูตรนี้จะเน้นการทำ Wrokshop เป็นหลักดังนั้นจึงเหมะสำหรับ ผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับ HTML5 และ CSS3 เป็นอย่างดีหรือ ผ่านการอบรมหลักสูตร HTML5 and CSS3…

12 ชั่วโมง 2 วัน
4,500บาท
Basic Node.js (คอร์ส Node.js พื้นฐาน)
ภาษาโปรแกรมมิ่ง

Basic Node.js (คอร์ส Node.js พื้นฐาน)

Node.js เป็นเครื่องมือที่ค่อนข้างทรงพลังในการพัฒนาแอพพลิเคชันของยุคนี้ ซึ่งแนวคิดของมันถูกออกแบบมาให้ทำงานฝั่ง Server ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้เราสามารถใช้ JavaScript นอกเว็บ Browser ได้ การทำงานสามารถเริ่มได้จากเครื่องบน Local ของคุณไปจนถึงระบบ Cloud…

12 ชั่วโมง 2 วัน
4,500บาท
Building REST APIs with Python
พัฒนาเว็บไซต์

Building REST APIs with Python

ด้วยความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับนักพัฒนาแบบ Full-Stack มีความจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้การผสมผสานข้อดีของภาษา python กับเหล่า library ยอดนิยมทั้งหลายมาสรรค์สร้างแอพพลิเคชั่นให้น่าสนใจยิ่งขึ้น Django เป็นหนึ่งใน framework ที่สนับสนุนการพัฒนาส่วน front-end…

12 ชั่วโมง 2 วัน
6,500บาท