สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
Cloud · CLC-03

AWS Solutions Architect Associate เตรียมสอบ SAA-C03

หลักสูตร AWS Solutions Architect Associate เตรียมสอบ SAA-C03 เป็นการอบรมออกแบบสถาปัตยกรรมบน AWS ตามขอบเขตข้อสอบ ครอบคลุม Well-Architected Framework, IAM, VPC, EC2, Serverless, S3, RDS และ DynamoDB เหมาะกับผู้ที่ผ่าน Cloud Practitioner แล้ว Solutions Architect และ DevOps จบแล้วพร้อมสอบใบรับรอง SAA-C03

อัปเดตล่าสุด
ราคาเริ่มต้น 14,310 บาท / ท่าน 15,900 −10% ยังไม่รวม VAT 7% · มีราคาหมู่คณะ
PDFดาวน์โหลด Course Outline
  • ระยะเวลา30 ชั่วโมง · 5 วัน
  • รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
  • รอบถัดไปเปิดตามคำขอ
  • ใบรับรองมี Certificate

ภาพรวมหลักสูตร

การรู้จักบริการของ AWS ทีละตัวไม่เพียงพอสำหรับงานสถาปนิกระบบ สิ่งที่ตลาดต้องการคือคนที่ตอบได้ว่าเมื่อมีโจทย์ธุรกิจหนึ่ง ควรเลือกบริการใด ต่อกันอย่างไร ระบบจะทนต่อความล้มเหลวได้แค่ไหน ปลอดภัยพอหรือไม่ และค่าใช้จ่ายจะบานปลายตรงจุดไหน ข้อสอบ SAA-C03 วัดตรงจุดนี้ทั้งหมด เพราะเป็นข้อสอบเชิงสถานการณ์ที่แต่ละข้อมีคำตอบถูกได้หลายแบบ แต่มีคำตอบที่ดีที่สุดเพียงข้อเดียว หลักสูตรนี้เตรียมผู้เรียนทั้งด้านความสามารถจริงและด้านการสอบ โดยจัดเนื้อหาตามขอบเขตข้อสอบทั้งสี่ด้าน ได้แก่

การออกแบบสถาปัตยกรรมที่ปลอดภัย ทนทาน มีประสิทธิภาพสูง และคุ้มค่าใช้จ่าย ครอบคลุม IAM และการจัดการสิทธิ์, การออกแบบ VPC และการเชื่อมต่อเครือข่าย, บริการประมวลผลตั้งแต่ EC2 จนถึง Serverless, Storage ทุกรูปแบบและการเลือก Storage Class, ฐานข้อมูลทั้งแบบสัมพันธ์และ NoSQL, การออกแบบให้ระบบไม่ล่มด้วย Multi-AZ และ Auto Scaling, การแยกส่วนระบบด้วยคิวและการแจ้งเตือน, การเร่งประสิทธิภาพด้วย Caching และ CDN, การควบคุมและพยากรณ์ค่าใช้จ่าย ไปจนถึงการเฝ้าระวังและการกำกับดูแล ปิดท้ายด้วยการทำข้อสอบจำลองและเฉลยแนวคิดการตัดตัวเลือก (อบรม 5 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง ระดับ Intermediate)

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • ออกแบบสถาปัตยกรรมบน AWS ให้ตรงตามหลัก Well-Architected Framework ทั้งหกเสา
  • ออกแบบระบบสิทธิ์ด้วย IAM ตามหลัก Least Privilege และวางแผนความปลอดภัยหลายชั้น
  • ออกแบบ VPC, Subnet, Routing และการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายได้อย่างถูกต้อง
  • เลือกบริการประมวลผลระหว่าง EC2, Container และ Serverless ให้เหมาะกับโจทย์
  • เลือก Storage และ Storage Class ให้สมดุลระหว่างประสิทธิภาพ ความทนทาน และราคา
  • เลือกฐานข้อมูลระหว่างแบบสัมพันธ์ NoSQL และ In-Memory ให้ตรงกับรูปแบบการใช้งาน
  • ออกแบบระบบให้ทนต่อความล้มเหลวด้วย Multi-AZ, Auto Scaling และการกู้คืนข้ามภูมิภาค
  • แยกส่วนระบบด้วยคิวและการแจ้งเตือน และเร่งประสิทธิภาพด้วย Caching และ CDN
  • ควบคุมและพยากรณ์ค่าใช้จ่าย พร้อมวางระบบเฝ้าระวังและกำกับดูแล และทำข้อสอบจำลองได้

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ผ่าน AWS Cloud Practitioner แล้วและต้องการก้าวสู่ระดับ Associate
  • Solutions Architect และ System Engineer ที่ต้องออกแบบระบบบน AWS
  • นักพัฒนาและ DevOps ที่ต้องเลือกบริการ AWS ให้เหมาะกับระบบที่ดูแล
  • ผู้ดูแลระบบที่กำลังย้ายระบบขององค์กรขึ้น Cloud
  • ผู้ที่ต้องการใบรับรอง SAA-C03 เพื่อเพิ่มโอกาสในสายงาน Cloud

พื้นฐานของผู้เข้าอบรม

  • ควรผ่านหลักสูตร AWS Cloud Practitioner (CLF-C02) หรือมีความรู้เทียบเท่า
  • เข้าใจแนวคิดเครือข่ายพื้นฐาน เช่น IP Address, Subnet, DNS และ Firewall
  • ใช้งาน Linux ในระดับคำสั่งพื้นฐานและเข้าใจการเชื่อมต่อ SSH
  • หากเคยดูแลระบบงานหรือฐานข้อมูลจริงมาก่อนจะเข้าใจโจทย์สถานการณ์ได้เร็วขึ้น

หัวข้อการฝึกอบรม

รายละเอียดหลักสูตร

อบรม 5 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง รูปแบบบรรยายพร้อมปฏิบัติจริงบนบัญชี AWS (Hands-on Lab) ระดับ Intermediate เนื้อหาอ้างอิง Exam Guide ของ SAA-C03 ฉบับล่าสุดเป็นเกณฑ์ขอบเขต สถาบันเตรียมบัญชี AWS สำหรับทำ Lab ให้ในคลาส ผู้เรียนไม่ต้องผูกบัตรเครดิตของตนเอง ค่าสอบจริงกับ AWS ผู้เรียนเป็นผู้ชำระเอง ผู้เรียนจะได้ Lab Guide ชุดข้อสอบจำลองพร้อมเฉลย และ Checklist ตรวจทานสถาปัตยกรรมตาม Well-Architected Framework กลับไปใช้งานจริง

Day 1 พื้นฐานสถาปัตยกรรมและความปลอดภัย

Section 1: บทบาทของ Solutions Architect และขอบเขตข้อสอบ

  • หน้าที่ของ Solutions Architect และการแปลงโจทย์ธุรกิจเป็นการออกแบบระบบ
  • โครงสร้างข้อสอบ SAA-C03: สี่ด้าน สัดส่วนคะแนน และลักษณะคำถามเชิงสถานการณ์
  • วิธีอ่านโจทย์ให้จับใจความสำคัญและตัดตัวเลือกที่ไม่ตรงเงื่อนไขออกก่อน
  • โครงสร้างพื้นฐานทั่วโลกของ AWS: Region, Availability Zone และ Edge Location

Section 2: AWS Well-Architected Framework

  • หกเสาหลัก: ความเป็นเลิศด้านปฏิบัติการ ความปลอดภัย ความทนทาน ประสิทธิภาพ ค่าใช้จ่าย และความยั่งยืน
  • แนวคิด Design Principle ที่ข้อสอบใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินคำตอบที่ดีที่สุด
  • การใช้กรอบนี้ตรวจทานสถาปัตยกรรมที่มีอยู่และหาจุดที่ต้องปรับปรุง
  • การแลกได้แลกเสีย (Trade-off) ระหว่างเสาแต่ละต้นในโจทย์จริง

Section 3: IAM และการจัดการสิทธิ์

  • โครงสร้าง IAM: User, Group, Role และ Policy และลำดับการประเมินสิทธิ์
  • การเขียน Policy ตามหลัก Least Privilege และการใช้เงื่อนไขจำกัดขอบเขต
  • การใช้ Role แทนการฝัง Access Key และการให้สิทธิ์ข้ามบัญชี
  • Lab: สร้าง Role และ Policy ให้ระบบเข้าถึงทรัพยากรได้เท่าที่จำเป็น

Section 4: การออกแบบความปลอดภัยหลายชั้น

  • การเข้ารหัสข้อมูลขณะพักและขณะส่ง และการจัดการกุญแจด้วยบริการจัดการคีย์
  • การเก็บรหัสผ่านและข้อมูลลับอย่างปลอดภัยแทนการฝังไว้ในโค้ด
  • การป้องกันระดับเครือข่ายและระดับแอปพลิเคชัน และการรับมือการโจมตีปริมาณมาก
  • การแบ่งบัญชีตามสภาพแวดล้อมและการวางนโยบายกำกับหลายบัญชี
Day 2 เครือข่ายบน AWS และการเชื่อมต่อ

Section 5: การออกแบบ VPC

  • การวางแผนช่วง IP และการแบ่ง Subnet แบบ Public และ Private
  • Route Table, Internet Gateway และ NAT Gateway และเส้นทางออกสู่อินเทอร์เน็ต
  • Security Group เทียบกับ Network ACL และการเลือกใช้ให้ถูกจุด
  • Lab: สร้าง VPC หลาย Subnet ข้าม Availability Zone และทดสอบการเชื่อมต่อ

Section 6: การเชื่อมต่อระหว่างเครือข่าย

  • การเชื่อม VPC เข้าด้วยกันและข้อจำกัดที่ต้องรู้เมื่อระบบขยายตัว
  • การเชื่อมต่อจากศูนย์ข้อมูลขององค์กรเข้าสู่ AWS แบบเข้ารหัสและแบบสายเช่า
  • การเข้าถึงบริการของ AWS โดยไม่ออกอินเทอร์เน็ตด้วย Endpoint
  • การเลือกรูปแบบการเชื่อมต่อให้ตรงกับความต้องการด้านความเร็วและความปลอดภัย

Section 7: DNS การกระจายโหลด และการส่งข้อมูล

  • การจัดการโดเมนและนโยบายการตอบ DNS แบบต่าง ๆ เพื่อกระจายผู้ใช้
  • ประเภทของ Load Balancer และการเลือกให้ตรงกับลักษณะทราฟฟิก
  • การใช้ CDN เร่งการส่งเนื้อหาและลดภาระของระบบต้นทาง
  • Lab: วาง Load Balancer หน้าเซิร์ฟเวอร์หลายเครื่องและทดสอบการกระจายโหลด

Section 8: โจทย์สถานการณ์ด้านเครือข่ายและความปลอดภัย

  • การวิเคราะห์โจทย์: ระบบต้องเข้าถึงจากภายนอกบางส่วนและปิดสนิทบางส่วน
  • รูปแบบสถาปัตยกรรมสามชั้นที่ข้อสอบใช้บ่อยและเหตุผลของการวางแต่ละชั้น
  • ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการออกแบบเครือข่ายและวิธีเลี่ยง
  • Workshop: ออกแบบเครือข่ายจากโจทย์ธุรกิจและนำเสนอเหตุผลของการออกแบบ
Day 3 Compute Storage และฐานข้อมูล

Section 9: บริการประมวลผลและการเลือกใช้

  • ตระกูลของ Instance และการเลือกขนาดให้เหมาะกับลักษณะงาน
  • รูปแบบการจ่ายเงินของ Instance และผลต่อค่าใช้จ่ายระยะยาว
  • การใช้ Container และการเลือกระหว่างบริหารเองกับให้ AWS จัดการให้
  • Lab: สร้างและตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์พร้อมสคริปต์ติดตั้งอัตโนมัติตอนเปิดเครื่อง

Section 10: Serverless และการประมวลผลตามเหตุการณ์

  • แนวคิดฟังก์ชันไร้เซิร์ฟเวอร์และเมื่อใดเหมาะกว่าการรันเซิร์ฟเวอร์ตลอดเวลา
  • การเรียกฟังก์ชันจากเหตุการณ์ต่าง ๆ และการต่อกับ API
  • ข้อจำกัดที่ต้องรู้: เวลาทำงานสูงสุด ขนาดหน่วยความจำ และการเริ่มทำงานครั้งแรก
  • Lab: สร้างฟังก์ชันที่ทำงานเมื่อมีไฟล์อัปโหลดเข้าสู่ที่เก็บข้อมูล

Section 11: Storage ทุกรูปแบบและการเลือก Storage Class

  • ความต่างระหว่าง Object Storage, Block Storage และ File Storage และงานที่เหมาะ
  • Storage Class และการตั้งกฎย้ายข้อมูลอัตโนมัติเพื่อลดค่าใช้จ่าย
  • ความทนทานของข้อมูล การทำสำเนาข้ามภูมิภาค และการป้องกันการลบโดยไม่ตั้งใจ
  • Lab: ตั้งกฎย้ายข้อมูลเก่าไปยัง Storage Class ที่ถูกลงโดยอัตโนมัติ

Section 12: ฐานข้อมูลบน AWS

  • ฐานข้อมูลแบบสัมพันธ์แบบจัดการให้ และการทำ Multi-AZ กับ Read Replica
  • ฐานข้อมูล NoSQL และการออกแบบ Key ให้กระจายภาระอย่างเหมาะสม
  • ฐานข้อมูลในหน่วยความจำสำหรับงานที่ต้องการความเร็วสูงมาก
  • Lab: สร้างฐานข้อมูลแบบ Multi-AZ และทดสอบการสลับเมื่อเครื่องหลักล่ม
Day 4 ความทนทาน การแยกส่วน และประสิทธิภาพ

Section 13: การออกแบบให้ระบบไม่ล่ม

  • การกระจายระบบข้าม Availability Zone และเหตุผลที่ข้อสอบเน้นเรื่องนี้มาก
  • Auto Scaling: การตั้งเกณฑ์ขยายและลดขนาดตามภาระงานจริง
  • Health Check และการนำเครื่องที่มีปัญหาออกจากการให้บริการโดยอัตโนมัติ
  • Lab: ตั้ง Auto Scaling Group และทดสอบการเพิ่มเครื่องเมื่อภาระงานสูงขึ้น

Section 14: การสำรองข้อมูลและการกู้คืนระบบ

  • การกำหนดเป้าหมายเวลากู้คืนและปริมาณข้อมูลที่ยอมสูญเสียได้
  • รูปแบบการกู้คืนระบบตั้งแต่แบบประหยัดจนถึงแบบพร้อมสลับทันที
  • การสำรองข้อมูลข้ามภูมิภาคและการทดสอบแผนกู้คืนอย่างสม่ำเสมอ
  • การเลือกรูปแบบให้สมดุลกับงบประมาณตามโจทย์ที่ข้อสอบให้มา

Section 15: การแยกส่วนระบบด้วยคิวและการแจ้งเตือน

  • ปัญหาของระบบที่ผูกกันแน่นและประโยชน์ของการแยกส่วนด้วยคิว
  • คิวข้อความและการจัดการงานที่ประมวลผลไม่สำเร็จด้วยคิวสำรอง
  • การแจ้งเตือนแบบกระจายไปหลายผู้รับและการเชื่อมบริการเข้าด้วยกัน
  • Lab: ต่อระบบสองส่วนผ่านคิวและทดสอบเมื่อฝั่งปลายทางหยุดทำงานชั่วคราว

Section 16: การเร่งประสิทธิภาพระบบ

  • การใช้ Caching ในแต่ละชั้นเพื่อลดภาระฐานข้อมูลและลดเวลาตอบสนอง
  • การเลือกประเภทดิสก์และการปรับแต่งให้เหมาะกับรูปแบบการอ่านเขียน
  • การกระจายเนื้อหาผ่าน CDN และการลดระยะทางถึงผู้ใช้
  • Lab: เพิ่มชั้น Cache หน้าฐานข้อมูลและวัดผลก่อนและหลัง
Day 5 ค่าใช้จ่าย การกำกับดูแล และเตรียมสอบ

Section 17: การออกแบบให้คุ้มค่าใช้จ่าย

  • โครงสร้างราคาของบริการหลักและจุดที่ค่าใช้จ่ายมักบานปลายโดยไม่รู้ตัว
  • การเลือกรูปแบบการจ่ายเงินและการใช้ทรัพยากรราคาถูกกับงานที่ขัดจังหวะได้
  • การลดค่าใช้จ่ายด้านการส่งข้อมูลออกและการเลือก Storage Class ให้เหมาะ
  • การตั้งงบประมาณ การแจ้งเตือน และการติดป้ายทรัพยากรเพื่อแยกค่าใช้จ่ายรายทีม

Section 18: การเฝ้าระวังและการกำกับดูแล

  • การเก็บ Metric และ Log และการตั้งการแจ้งเตือนเมื่อระบบผิดปกติ
  • การบันทึกร่องรอยการใช้งานเพื่อการตรวจสอบย้อนหลัง
  • การตรวจสอบการตั้งค่าให้เป็นไปตามนโยบายขององค์กรโดยอัตโนมัติ
  • Lab: ตั้งการแจ้งเตือนเมื่อทรัพยากรทำงานเกินเกณฑ์ที่กำหนด

Section 19: การประกอบสถาปัตยกรรมจากโจทย์จริง

  • รูปแบบสถาปัตยกรรมที่ข้อสอบใช้บ่อยและเงื่อนไขที่ทำให้เลือกแบบใดแบบหนึ่ง
  • การย้ายระบบเดิมขึ้น Cloud และการเลือกกลยุทธ์การย้ายให้เหมาะกับข้อจำกัด
  • การตรวจทานสถาปัตยกรรมด้วย Well-Architected Framework ก่อนส่งมอบ
  • Workshop: ออกแบบระบบครบวงจรจากโจทย์ธุรกิจและนำเสนอเหตุผลของทุกการตัดสินใจ

Section 20: Mock Exam และแผนเตรียมสอบ

  • เทคนิคทำข้อสอบ: การจับคำสำคัญ การบริหารเวลา และการจัดการข้อที่ไม่แน่ใจ
  • การเฉลยแนวคิดการตัดตัวเลือกทีละข้อจากข้อสอบจำลอง
  • หัวข้อที่ผู้สอบมักพลาดและวิธีทบทวนให้ตรงจุดในสัปดาห์สุดท้าย
  • Workshop: ทำข้อสอบจำลองเต็มชุดพร้อมเฉลยและวางแผนเตรียมสอบรายบุคคล

รอบอบรมและรูปแบบการอบรม

สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป

ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770

สำหรับองค์กร — In-house / Private Training

  • ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
  • เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
  • ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร

วิทยากรผู้สอน

คำถามที่พบบ่อย

Security Group กับ Network ACL บน AWS ต่างกันอย่างไร

Security Group ทำงานระดับ Instance หรือ Network Interface เป็นแบบ Stateful คืออนุญาตขาเข้าแล้วทราฟฟิกขากลับจะผ่านอัตโนมัติ และมีเฉพาะกฎอนุญาต ส่วน Network ACL ทำงานระดับ Subnet เป็นแบบ Stateless ต้องเปิดทั้งขาเข้าและขาออกเอง มีทั้งกฎอนุญาตและกฎปฏิเสธ และประเมินกฎตามลำดับหมายเลข ในงานจริงใช้ Security Group เป็นหลัก และใช้ Network ACL เป็นอีกชั้น เช่น บล็อก IP ที่ต้องการปฏิเสธ

AWS Well-Architected Framework มีเสาหลักอะไรบ้าง

มีหกเสาหลัก ได้แก่ Operational Excellence Security Reliability Performance Efficiency Cost Optimization และ Sustainability แต่ละเสามีหลักการออกแบบและคำถามสำหรับทบทวนสถาปัตยกรรม เช่น ระบบทนต่อการล่มของ Availability Zone หรือไม่ หรือใช้ทรัพยากรเกินจำเป็นหรือเปล่า ข้อสอบ SAA-C03 มักใช้หลักเหล่านี้เป็นเกณฑ์ตัดสินว่าตัวเลือกใดเหมาะกับโจทย์ และในงานจริงมักต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเสา เช่น ความทนทานกับต้นทุน

ออกแบบ VPC แบบ Public และ Private Subnet ข้าม Availability Zone ทำอย่างไร

เริ่มจากวางแผนช่วง IP ของ VPC เช่น 10.0.0.0/16 แล้วแบ่ง Public และ Private Subnet อย่างละหนึ่งวงในแต่ละ Availability Zone จากนั้นต่อ Internet Gateway และตั้ง Route Table ของ Public Subnet ให้ออกอินเทอร์เน็ตผ่านเกตเวย์นั้น วาง NAT Gateway ใน Public Subnet ให้เครื่องใน Private Subnet ออกอินเทอร์เน็ตได้ทางเดียว แล้วจึงวาง Load Balancer ไว้ฝั่ง Public ส่วนเซิร์ฟเวอร์และฐานข้อมูลไว้ฝั่ง Private และคุมทราฟฟิกด้วย Security Group

หลักสูตร AWS Solutions Architect Associate เตรียมสอบ SAA-C03 เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน

เหมาะกับผู้ที่ผ่าน AWS Cloud Practitioner แล้วและต้องการก้าวสู่ระดับ Associate Solutions Architect และ System Engineer ที่ออกแบบระบบบน AWS นักพัฒนาและ DevOps ที่ต้องเลือกบริการให้เหมาะกับระบบ และผู้ดูแลระบบที่กำลังย้ายระบบขึ้นคลาวด์ ควรผ่านหลักสูตร AWS Cloud Practitioner (CLF-C02) หรือมีความรู้เทียบเท่า เข้าใจ IP Subnet DNS และ Firewall และใช้ Linux กับ SSH พื้นฐานได้

เรียนจบหลักสูตร AWS Solutions Architect Associate เตรียมสอบ SAA-C03 แล้วทำอะไรได้บ้าง

ออกแบบสถาปัตยกรรมบน AWS ตามหลัก Well-Architected กำหนดสิทธิ์ด้วย IAM ตามหลัก Least Privilege ออกแบบ VPC และการเชื่อมต่อเครือข่าย เลือกบริการ Compute Serverless Storage และฐานข้อมูลอย่าง S3 RDS และ DynamoDB ให้เหมาะกับงาน วางระบบให้ทนทานด้วย Multi-AZ และ Auto Scaling วิเคราะห์โจทย์สถานการณ์ และพร้อมสอบ SAA-C03 ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate of Completion) ที่มีเลขที่ของตัวเองและตรวจสอบออนไลน์ได้

จัดอบรมหลักสูตร AWS Solutions Architect Associate ให้ทีมในองค์กรได้ไหม

ได้ หลักสูตรนี้จัดเป็นการอบรมแบบ In-house ให้ทีมในองค์กรได้ และปรับตัวอย่างให้ตรงกับงานของทีม เช่น ใช้ระบบที่องค์กรกำลังจะย้ายขึ้น AWS เป็นโจทย์ฝึกออกแบบสถาปัตยกรรม ขอใบเสนอราคาได้จากหน้านี้ หรือติดต่อทาง LINE @itgenius โทร 02-570-8449

บทความที่เกี่ยวข้อง