สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
ออกแบบด้านกราฟิก · GPC-30

Modern Web Design with Tailwind CSS 4

หลักสูตร Modern Web Design with Tailwind CSS 4 เป็นการอบรมออกแบบเว็บแบบ Utility-first ตั้งแต่ติดตั้งกับ Vite และตั้งค่าด้วย @theme จนถึง Responsive, Container Queries, Dark Mode และ Animation เหมาะกับนักออกแบบ UX/UI และนักพัฒนา Front-end จบแล้วได้หน้า Landing Page และ Admin Dashboard ที่รองรับมือถือ

อัปเดตล่าสุด
ราคาเริ่มต้น 3,150 บาท / ท่าน 3,500 −10% ยังไม่รวม VAT 7% · มีราคาหมู่คณะ
PDFดาวน์โหลด Course Outline
  • ระยะเวลา12 ชั่วโมง · 2 วัน
  • รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
  • รอบถัดไปเปิดตามคำขอ
  • ใบรับรองมี Certificate

ภาพรวมหลักสูตร

งานออกแบบเว็บวันนี้ต้องสวย รองรับทุกขนาดจอ โหลดเร็ว และให้ทีมแก้ไขต่อได้ง่าย การเขียน CSS เองทั้งหมดมักจบที่ไฟล์ยาวที่ไม่มีใครกล้าแก้ ส่วน CSS Framework แบบมี Component สำเร็จรูปก็ทำให้เว็บหน้าตาคล้ายกันและปรับแต่งยาก Tailwind CSS จึงได้รับความนิยมสูง เพราะให้ออกแบบได้อิสระผ่าน Utility Class โดยแทบไม่ต้องเขียน CSS เอง และสร้างไฟล์ CSS เฉพาะส่วนที่ใช้จริง

หลักสูตรนี้พาออกแบบเว็บด้วย Tailwind CSS 4 รุ่นปัจจุบัน เริ่มจากติดตั้งกับ Vite ใช้ Utility Class ด้าน Spacing, Typography, สี และ Layout ด้วย Flexbox และ Grid ใช้ State Variant ทำ Responsive แบบ Mobile-first และ Container Queries แล้วสร้าง Landing Page วันที่สองตั้งค่า Design Token แบบ CSS-first ด้วย @theme สร้าง Utility และ Variant เอง ทำ Dark Mode, Transition และ Animation สร้าง Admin Dashboard Template จัด Component ให้ทีมดูแลต่อได้ แล้วปิดท้ายด้วยการ Build, การอัปเกรดโปรเจกต์จาก v3 และ Deploy ขึ้นออนไลน์ (อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง ระดับ Beginner - Intermediate)

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • เข้าใจแนวคิด Utility-first และของใหม่ใน Tailwind CSS 4
  • ติดตั้ง Tailwind CSS 4 กับ Vite และใช้ VS Code IntelliSense ได้คล่อง
  • ออกแบบหน้าเว็บด้วย Utility Class และ State Variant
  • ทำเว็บ Responsive แบบ Mobile-first และใช้ Container Queries ได้
  • ตั้งค่า Theme แบบ CSS-first ด้วย @theme, @utility และ @custom-variant
  • ทำ Dark Mode, Transition และ Animation ได้
  • สร้าง Landing Page และ Admin Dashboard Template แล้ว Deploy ได้

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ต้องการออกแบบเว็บด้วย Tailwind CSS ตั้งแต่เริ่มต้น
  • UX/UI Designer ที่อยากเปลี่ยนงานออกแบบให้เป็นหน้าเว็บจริงได้เอง
  • Front-end Developer ที่ใช้ Bootstrap หรือ Tailwind CSS v3 อยู่และต้องการย้ายมา v4
  • นักพัฒนาที่ต้องทำหน้าหลังบ้านหรือ Dashboard ให้ดูดีอย่างรวดเร็ว
  • ผู้สนใจทั่วไปที่มีพื้นฐาน HTML และ CSS

พื้นฐานของผู้เข้าอบรม

  • เขียน HTML และ CSS เบื้องต้นได้ เช่น Box Model และ Flexbox
  • ใช้ Command Line ขั้นพื้นฐานได้ เช่น เปิด Terminal และรันคำสั่ง npm
  • โน้ตบุ๊กที่ติดตั้ง Node.js 20 ขึ้นไปและ VS Code ได้ พร้อมสิทธิ์ติดตั้งโปรแกรม
  • ไม่จำเป็นต้องเคยใช้ CSS Framework มาก่อน

หัวข้อการฝึกอบรม

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้เป็นฉบับปรับปรุงใหม่ปี 2026 ของหลักสูตรออกแบบเว็บสมัยใหม่ด้วย Tailwind CSS 4.0 รุ่นเดิม อัปเดตตาม Tailwind CSS 4 รุ่นล่าสุด อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.) รูปแบบบรรยายพร้อม Lab และ Workshop สร้าง Landing Page และ Admin Dashboard Template ระดับ Beginner - Intermediate ฉบับนี้เพิ่ม Container Queries, @utility, @custom-variant, Dark Mode, การจัด Component สำหรับทีม และการอัปเกรดโปรเจกต์จาก v3 ด้วยเครื่องมือทางการ หลักสูตรนี้ต่อยอดจากพื้นฐาน HTML และ CSS เช่น Basic HTML+CSS จึงไม่สอน CSS พื้นฐานซ้ำ ผู้เรียนได้ Lab Guide ไฟล์ตั้งต้นและโค้ดเฉลยของทั้งสองผลงานกลับไปใช้งานต่อ

Day 1 พื้นฐาน Tailwind CSS 4 และ Landing Page

Section 1: Lab: รู้จักและติดตั้ง Tailwind CSS 4

  • แนวคิด Utility-first เทียบกับ CSS เขียนเองและ Framework แบบ Component
  • ของใหม่ใน Tailwind CSS 4: Engine ใหม่ ค้นหาไฟล์อัตโนมัติ และ CSS-first
  • สร้างโปรเจกต์ด้วย Vite และติดตั้ง @tailwindcss/vite
  • @import "tailwindcss" และ VS Code พร้อม IntelliSense และ Prettier
  • Lab: หน้าเว็บแรกที่ตกแต่งด้วย Utility Class

Section 2: Utility Class ที่ใช้ทุกวัน

  • Spacing, Width, Height และ size-*
  • Typography: ขนาด น้ำหนัก ระยะบรรทัด และฟอนต์ภาษาไทย
  • สีจาก Palette แบบ OKLCH และ Opacity Modifier
  • Border, Radius, Shadow และ Background
  • Lab: การ์ดสินค้าและปุ่มหลายแบบ

Section 3: Lab: Layout ด้วย Flexbox และ Grid

  • flex, justify, items และ gap
  • grid-cols-*, col-span-* และ Grid ที่ยืดหยุ่น
  • Container ความกว้างเนื้อหา และการจัดกึ่งกลาง
  • position, inset และ z-index สำหรับ Header และ Overlay
  • Lab: โครงหน้าเว็บแบบ Header, Content และ Footer

Section 4: State Variant และ Responsive

  • hover, focus-visible, active และ disabled
  • group, peer และ has-* สำหรับ Style ตามสถานะขององค์ประกอบอื่น
  • Breakpoint sm ถึง 2xl แบบ Mobile-first และ max-* สำหรับช่วงจอ
  • เพิ่ม Breakpoint เองด้วย --breakpoint-* ใน @theme
  • Container Queries ด้วย @container และ @sm, @md ที่มีในตัว

Section 5: Workshop: Landing Page แบบ Responsive

  • เตรียม Resource และวางโครงหน้าจาก Wireframe
  • Navigation พร้อมเมนูสำหรับมือถือ
  • Hero, Feature, Testimonial และ Pricing Section
  • Footer และทดสอบบนมือถือ แท็บเล็ต และจอใหญ่
  • ตรวจ Accessibility เบื้องต้นด้วย Lighthouse
Day 2 Theme, Motion และ Admin Dashboard

Section 6: Lab: CSS-first Configuration

  • กำหนดสี ฟอนต์ และระยะห่างของแบรนด์ด้วย @theme
  • Theme Variable กลายเป็นตัวแปร CSS ที่ใช้ต่อได้ทุกที่
  • สร้าง Utility เองด้วย @utility และ Variant เองด้วย @custom-variant
  • @source, @plugin และการใช้ @apply อย่างพอดี
  • Lab: Design Token ของแบรนด์ตัวอย่างในไฟล์ CSS เดียว

Section 7: Dark Mode, Transition และ Animation

  • Dark Mode ตาม prefers-color-scheme หรือปุ่มสลับด้วย @custom-variant
  • transition, duration, ease และ delay
  • Animation ในตัว และสร้าง @keyframes เองใน @theme
  • Transform 2D และ 3D, starting: สำหรับ Popover และ Dialog
  • เคารพผู้ใช้ด้วย motion-reduce และ motion-safe

Section 8: Workshop: Admin Dashboard Template

  • หน้า Login, Register และ Forgot Password
  • Sidebar ที่ย่อได้และ Top Navigation
  • การ์ดสรุปตัวเลข ตารางข้อมูล และฟอร์มจัดการข้อมูล
  • ทำ Dashboard ให้ใช้งานได้บนมือถือ
  • เปิด Dark Mode ให้ทั้ง Template

Section 9: จัด Component ให้ทีมดูแลต่อได้

  • ลดความซ้ำด้วย Partial หรือ Component ของ Framework แทน @apply
  • เรียงลำดับ Class อัตโนมัติด้วย Prettier Plugin
  • Plugin ทางการ @tailwindcss/typography และ @tailwindcss/forms
  • ใช้ AI Assistant ช่วยร่างหน้าจอด้วย Tailwind พร้อมตรวจ Accessibility เอง
  • แนวทางใช้ร่วมกับ Laravel, Vue, React หรือ Angular

Section 10: Lab: Build, Upgrade และ Deploy

  • Build สำหรับ Production และตรวจขนาดไฟล์ CSS
  • อัปเกรดโปรเจกต์ v3 เป็น v4 ด้วย npx @tailwindcss/upgrade
  • ข้อกำหนดเบราว์เซอร์ของ v4 และทางเลือกเมื่อต้องรองรับเบราว์เซอร์เก่า
  • Deploy ขึ้น GitHub Pages หรือ Netlify
  • นำเสนอผลงานและแนวทางเรียนต่อ

รอบอบรมและรูปแบบการอบรม

สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป

ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770

สำหรับองค์กร — In-house / Private Training

  • ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
  • เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
  • ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร

วิทยากรผู้สอน

คำถามที่พบบ่อย

Tailwind CSS 4 ต่างจากรุ่นก่อนอย่างไร

Tailwind CSS 4 มี Engine ใหม่ที่ Build เร็วขึ้นมาก และเปลี่ยนเป็นการตั้งค่าแบบ CSS-first โดยเริ่มจาก @import "tailwindcss" ในไฟล์ CSS แล้วกำหนดสี ฟอนต์ และ Breakpoint ใน @theme แทน tailwind.config.js ค่าเหล่านี้กลายเป็นตัวแปร CSS ที่นำไปใช้ต่อได้ทันที Tailwind ค้นหาไฟล์ต้นฉบับให้อัตโนมัติ และมี Container Queries ในตัวโดยไม่ต้องติดตั้ง Plugin เพิ่ม รุ่นย่อยในตระกูล 4.x ยังเพิ่ม Utility ใหม่ต่อเนื่อง

ทำเว็บ Responsive ด้วย Tailwind CSS ทำอย่างไร

Tailwind ใช้แนวคิด Mobile-first คือ Class ที่ไม่มี Prefix มีผลทุกขนาดจอ ส่วน Prefix อย่าง md: หรือ lg: มีผลตั้งแต่ความกว้างนั้นขึ้นไป จึงออกแบบหน้าจอมือถือก่อนแล้วค่อยเพิ่มสำหรับจอใหญ่ เช่น grid-cols-1 md:grid-cols-3 ใช้ max-md: สำหรับ Style ที่มีผลเฉพาะจอเล็กกว่า Breakpoint เพิ่ม Breakpoint เองด้วยตัวแปร --breakpoint-* ใน @theme และใช้ @container เมื่อต้องการให้ Component ปรับตามพื้นที่ของตัวเอง

หน้า Landing Page มีส่วนประกอบอะไรบ้าง

Landing Page ทั่วไปเริ่มจาก Navigation ตามด้วย Hero Section ที่บอกข้อเสนอหลักพร้อมปุ่ม Call to Action ส่วน Feature ที่สรุปจุดเด่น ส่วนรีวิวหรือตัวอย่างผลงาน ส่วนราคาหรือแพ็กเกจ และ Footer ที่มีช่องทางติดต่อ ทุกส่วนต้องปรับให้แสดงผลดีบนมือถือ ในหลักสูตรจะสร้างครบทุกส่วนด้วย Tailwind CSS 4

หลักสูตร Modern Web Design with Tailwind CSS 4 เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน

เหมาะกับ UX/UI Designer, Front-end Developer, ผู้ที่ใช้ Bootstrap หรือ Tailwind v3 อยู่ และผู้สนใจทั่วไปที่อยากออกแบบเว็บด้วย Tailwind CSS ผู้เรียนควรเขียน HTML และ CSS เบื้องต้นได้ และใช้ Terminal รันคำสั่ง npm ได้ ไม่จำเป็นต้องเคยใช้ Tailwind CSS หรือ CSS Framework มาก่อน

เรียนจบหลักสูตร Modern Web Design with Tailwind CSS 4 แล้วทำอะไรได้บ้าง

ผู้เรียนจะออกแบบเว็บ Responsive ด้วย Tailwind CSS 4 ได้คล่อง ใช้ Container Queries ตั้งค่า Theme ของแบรนด์ด้วย @theme ทำ Dark Mode, Transition และ Animation สร้าง Landing Page และ Admin Dashboard Template ที่มีหน้า Login, Register และ Sidebar อัปเกรดโปรเจกต์จาก v3 และ Deploy ขึ้น GitHub Pages หรือ Netlify ได้เอง

เรียนหลักสูตร Modern Web Design with Tailwind CSS 4 ใช้เครื่องมืออะไรบ้าง

เขียนโค้ดด้วย VS Code พร้อม Tailwind CSS IntelliSense และ Prettier ใช้ Node.js และ Vite สร้างโปรเจกต์ ติดตั้ง Tailwind CSS 4 ผ่าน @tailwindcss/vite และฝึกเผยแพร่ผลงานบน GitHub Pages หรือ Netlify เครื่องมือทั้งหมดเป็นโอเพนซอร์สหรือใช้ฟรี

บทความที่เกี่ยวข้อง