สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
พัฒนาเว็บไซต์ · WDC-115

Playwright ทดสอบเว็บอัตโนมัติแบบ End-to-End

หลักสูตร Playwright ทดสอบเว็บอัตโนมัติแบบ End-to-End เป็นการอบรมเขียนชุดทดสอบเว็บอัตโนมัติตั้งแต่ศูนย์ ครอบคลุม Assertion, Locator การรอที่ถูกวิธี ฟอร์มและการล็อกอิน Page Object ทดสอบ API จนถึงรันบน CI/CD เหมาะกับนักพัฒนาเว็บ QA และ Tester ที่เริ่มทำ Test Automation และทีมที่อยากมีชุดทดสอบที่เชื่อถือได้

อัปเดตล่าสุด
ราคาเริ่มต้น 6,750 บาท / ท่าน 7,500 −10% ยังไม่รวม VAT 7% · มีราคาหมู่คณะ
PDFดาวน์โหลด Course Outline
  • ระยะเวลา12 ชั่วโมง · 2 วัน
  • รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
  • รอบถัดไปเปิดตามคำขอ
  • ใบรับรองมี Certificate

ภาพรวมหลักสูตร

การทดสอบเว็บด้วยมือทุกครั้งก่อนปล่อยของทำให้ทีมเสียเวลามาก และยิ่งระบบใหญ่ขึ้นก็ยิ่งทดสอบไม่ทั่วถึง สุดท้ายบั๊กที่ผู้ใช้เจอมักเป็นจุดที่ไม่มีใครได้กดซ้ำ Playwright เป็นเครื่องมือทดสอบอัตโนมัติจาก Microsoft ที่สั่งเบราว์เซอร์ทำงานแทนคนได้ครบทั้ง Chromium, Firefox และ WebKit ด้วยโค้ดชุดเดียว พร้อมกลไกรอองค์ประกอบให้พร้อมก่อนทำงานอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดปัญหาเทสต์ล้มแบบไม่มีสาเหตุที่เครื่องมือรุ่นเก่ามักเจอ

หลักสูตรนี้พาผู้เรียนเขียนชุดทดสอบอัตโนมัติได้จริงตั้งแต่ศูนย์ ครอบคลุมการติดตั้งและโครงสร้างโปรเจกต์, การเขียนเทสต์และ Assertion, การเลือกองค์ประกอบด้วย Locator ที่ทนต่อการเปลี่ยนหน้าจอ, การจัดการฟอร์มและการอัปโหลดไฟล์, การเก็บสถานะการล็อกอินไว้ใช้ซ้ำ, การจัดระเบียบด้วย Page Object, การทดสอบ API ควบคู่กับ UI, การจับภาพและวิดีโอเมื่อเทสต์ล้ม ไปจนถึงการรันทั้งชุดอัตโนมัติบน CI/CD ทุกครั้งที่มีการแก้โค้ด (อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง ระดับ Beginner ถึง Intermediate)

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • เข้าใจแนวคิดการทดสอบอัตโนมัติและตัดสินใจได้ว่าควรทดสอบอะไรแบบอัตโนมัติ
  • ติดตั้ง Playwright และตั้งโครงสร้างโปรเจกต์ทดสอบให้ทีมใช้ร่วมกันได้
  • เขียนเทสต์และ Assertion ที่ตรวจสอบผลลัพธ์ได้ตรงตามที่ธุรกิจต้องการ
  • เลือกองค์ประกอบด้วย Locator ที่ไม่พังเมื่อหน้าจอมีการปรับเปลี่ยน
  • จัดการการรอ (Waiting) อย่างถูกวิธีเพื่อไม่ให้เทสต์ล้มแบบสุ่ม
  • ทดสอบฟอร์ม การอัปโหลดไฟล์ และการล็อกอินที่ต้องใช้ซ้ำหลายเทสต์
  • จัดระเบียบชุดทดสอบด้วย Page Object และ Fixture ให้ดูแลง่ายในระยะยาว
  • ทดสอบ API ร่วมกับการทดสอบหน้าจอเพื่อเตรียมข้อมูลและตรวจผลลัพธ์
  • รันชุดทดสอบอัตโนมัติบน CI/CD และอ่านรายงานผลพร้อมภาพและวิดีโอเมื่อล้มเหลว

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • นักพัฒนาเว็บที่ต้องการลดเวลาทดสอบซ้ำก่อนปล่อยของทุกครั้ง
  • QA และ Software Tester ที่ต้องการเริ่มทำ Test Automation
  • ทีมที่ใช้เครื่องมือทดสอบรุ่นเก่าและเจอปัญหาเทสต์ล้มแบบไม่มีสาเหตุ
  • DevOps ที่ต้องการผูกการทดสอบเข้ากับกระบวนการ CI/CD
  • ทีมเล็กที่ไม่มี QA เต็มเวลาแต่อยากมีชุดทดสอบที่เชื่อถือได้

พื้นฐานของผู้เข้าอบรม

  • เข้าใจการทำงานของเว็บและโครงสร้าง HTML ในระดับพื้นฐาน
  • เขียน JavaScript หรือ TypeScript ได้พอสมควร (ตัวอย่างในคลาสใช้ TypeScript)
  • ใช้งาน Command Line และติดตั้งเครื่องมือบนเครื่องตัวเองได้
  • หากเคยใช้ Git มาบ้างจะช่วยตอนทำหัวข้อ CI/CD ได้ราบรื่นขึ้น

หัวข้อการฝึกอบรม

รายละเอียดหลักสูตร

อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง รูปแบบบรรยายพร้อมปฏิบัติจริงทุกหัวข้อ (Hands-on Lab) ระดับ Beginner ถึง Intermediate สถาบันเตรียมเว็บตัวอย่างที่มีฟอร์ม ระบบล็อกอิน การอัปโหลดไฟล์ และตารางข้อมูล ให้ผู้เรียนได้ฝึกครบทุกสถานการณ์ ผู้เรียนจะได้ Lab Guide, โค้ดชุดทดสอบตัวอย่างครบทุก Lab และไฟล์ตั้งค่า CI กลับไปใช้งานจริง Playwright เป็นโอเพนซอร์สที่นำไปใช้ในองค์กรได้โดยไม่มีค่าลิขสิทธิ์

Day 1 พื้นฐาน Playwright และการเขียนเทสต์

Section 1: แนวคิดการทดสอบอัตโนมัติ

  • ปัญหาของการทดสอบด้วยมือและต้นทุนที่มองไม่เห็นเมื่อระบบใหญ่ขึ้น
  • ระดับของการทดสอบ: Unit, Integration และ End-to-End และหน้าที่ของแต่ละระดับ
  • การเลือกว่าอะไรควรทดสอบอัตโนมัติและอะไรควรทดสอบด้วยคน
  • จุดเด่นของ Playwright เทียบกับเครื่องมือทดสอบรุ่นก่อนหน้า

Section 2: การติดตั้งและโครงสร้างโปรเจกต์

  • การติดตั้ง Playwright และเบราว์เซอร์ทั้งสามตัวในคำสั่งเดียว
  • โครงสร้างโปรเจกต์ทดสอบและไฟล์ตั้งค่าหลักที่ต้องรู้จัก
  • การรันเทสต์ในโหมดต่าง ๆ: แบบเห็นเบราว์เซอร์ แบบเบื้องหลัง และแบบ UI Mode
  • Lab: ติดตั้ง Playwright และรันเทสต์ตัวอย่างให้ผ่านครบทุกเบราว์เซอร์

Section 3: การเขียนเทสต์และ Assertion

  • โครงสร้างของไฟล์เทสต์และการจัดกลุ่มเทสต์ให้อ่านเข้าใจ
  • การสั่งงานเบราว์เซอร์: เปิดหน้า คลิก พิมพ์ เลือก และเลื่อนหน้าจอ
  • การเขียน Assertion ตรวจสอบข้อความ สถานะ และองค์ประกอบบนหน้า
  • Lab: เขียนเทสต์แรกตรวจสอบการทำงานของหน้าเว็บตัวอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ

Section 4: Locator และการเลือกองค์ประกอบ

  • หลักการเลือกองค์ประกอบให้ทนต่อการเปลี่ยนหน้าจอในอนาคต
  • การเลือกด้วยข้อความ บทบาท และป้ายกำกับ แทนการอิงโครงสร้าง HTML
  • การจัดการรายการซ้ำ ตาราง และองค์ประกอบซ้อนกันหลายชั้น
  • Lab: ปรับ Locator ในเทสต์เดิมให้ไม่พังเมื่อโครงสร้างหน้าเปลี่ยน

Section 5: การรอและปัญหาเทสต์ล้มแบบสุ่ม

  • กลไกการรออัตโนมัติของ Playwright และเหตุผลที่ไม่ควรหน่วงเวลาเอง
  • การรอเงื่อนไขเฉพาะ เช่น การโหลดข้อมูล การเปลี่ยนหน้า และการเรียก API
  • สาเหตุที่ทำให้เทสต์ล้มบ้างผ่านบ้าง และวิธีไล่หาต้นเหตุอย่างเป็นระบบ
  • Lab: แก้เทสต์ที่ล้มไม่แน่นอนให้ผ่านอย่างเสถียรทุกครั้ง
Day 2 การจัดโครงสร้าง API และ CI/CD

Section 6: ฟอร์ม ไฟล์ และการล็อกอิน

  • การกรอกฟอร์มทุกรูปแบบ ทั้งช่องข้อความ ตัวเลือก และปฏิทิน
  • การอัปโหลดและดาวน์โหลดไฟล์ และการตรวจสอบผลลัพธ์
  • การเก็บสถานะการล็อกอินไว้ใช้ซ้ำเพื่อไม่ต้องล็อกอินใหม่ทุกเทสต์
  • Lab: เขียนเทสต์ที่ล็อกอินหนึ่งครั้งแล้วใช้สถานะเดิมกับเทสต์ที่เหลือ

Section 7: Page Object และการจัดระเบียบโค้ด

  • แนวคิด Page Object และการแยกรายละเอียดหน้าจอออกจากตรรกะการทดสอบ
  • การใช้ Fixture เพื่อเตรียมสภาพแวดล้อมและข้อมูลก่อนรันเทสต์
  • การแยกข้อมูลทดสอบออกจากโค้ดเพื่อรันเทสต์เดิมกับหลายชุดข้อมูล
  • Lab: แปลงชุดเทสต์ที่เขียนไว้ให้เป็น Page Object ที่ดูแลง่าย

Section 8: การทดสอบ API ร่วมกับหน้าจอ

  • การเรียก API โดยตรงจาก Playwright เพื่อเตรียมข้อมูลก่อนทดสอบหน้าจอ
  • การตรวจสอบผลลัพธ์ฝั่งหลังบ้านหลังจากทำงานผ่านหน้าจอ
  • การดักและจำลองการตอบกลับของ API เพื่อทดสอบกรณีที่สร้างยาก
  • Lab: เขียนเทสต์ที่เตรียมข้อมูลผ่าน API แล้วตรวจผลลัพธ์บนหน้าจอ

Section 9: รายงานผลและการไล่หาสาเหตุ

  • การอ่านรายงานผลการทดสอบและการดูว่าเทสต์ล้มที่ขั้นตอนใด
  • การเก็บภาพหน้าจอ วิดีโอ และ Trace อัตโนมัติเมื่อเทสต์ล้มเหลว
  • การใช้ Trace Viewer ย้อนดูทุกขั้นตอนของเทสต์ที่ล้ม
  • การใช้ Codegen ช่วยร่างเทสต์และข้อควรระวังในการนำโค้ดไปใช้ต่อ

Section 10: การรันบน CI/CD

  • การรันชุดทดสอบอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการแก้โค้ดหรือเปิด Pull Request
  • การรันเทสต์แบบขนานให้เร็วขึ้นและการแบ่งงานระหว่างเครื่อง
  • การจัดการข้อมูลลับและค่าตั้งต้นระหว่างสภาพแวดล้อม Dev และ Staging
  • Lab: ตั้งค่าให้ชุดทดสอบรันอัตโนมัติบน CI พร้อมเก็บรายงานผล

Section 11: Capstone และการนำไปใช้จริง

  • โจทย์: สร้างชุดทดสอบครอบคลุมเส้นทางสำคัญของเว็บหนึ่งระบบตั้งแต่ต้นจนจบ
  • การเลือกว่าเส้นทางใดคุ้มค่าที่จะทดสอบอัตโนมัติก่อน
  • แนวทางดูแลชุดทดสอบไม่ให้กลายเป็นภาระของทีมในระยะยาว
  • Workshop: นำเสนอชุดทดสอบที่สร้างและทบทวนโครงสร้างร่วมกัน

รอบอบรมและรูปแบบการอบรม

สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป

ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770

สำหรับองค์กร — In-house / Private Training

  • ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
  • เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
  • ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร

วิทยากรผู้สอน

คำถามที่พบบ่อย

Locator ใน Playwright ควรเลือกอย่างไรให้เทสต์ไม่พังง่าย

ควรเลือกองค์ประกอบจากสิ่งที่ผู้ใช้มองเห็น เช่น getByRole พร้อมชื่อปุ่ม getByLabel สำหรับช่องกรอก หรือ getByText แทนการอิง CSS Selector หรือ XPath ที่ผูกกับโครงสร้าง HTML ซึ่งเปลี่ยนบ่อย ถ้าหาองค์ประกอบจากข้อความหรือบทบาทไม่ได้ ให้เพิ่มแอตทริบิวต์ data-testid แล้วใช้ getByTestId และใช้ filter เมื่อต้องเลือกจากรายการที่ซ้ำกัน

ทำไมเทสต์ End-to-End ถึงล้มบ้างผ่านบ้าง แก้อย่างไร

สาเหตุหลักมักเป็นจังหวะเวลา เช่น ข้อมูลยังโหลดไม่เสร็จแต่เทสต์ตรวจผลไปก่อน หรือเทสต์หลายตัวใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน Playwright มี Auto-waiting ที่รอให้องค์ประกอบพร้อมก่อนคลิกหรือพิมพ์ และ Web-first Assertion อย่าง toBeVisible ที่ตรวจซ้ำจนผ่านหรือหมดเวลา จึงไม่ควรหน่วงเวลาเองด้วย waitForTimeout ควรแยกข้อมูลของแต่ละเทสต์ และใช้ Trace Viewer ไล่ดูว่าล้มที่ขั้นตอนใด

ทำให้เทสต์ใน Playwright ไม่ต้องล็อกอินใหม่ทุกครั้งทำอย่างไร

สร้างโปรเจกต์ setup ที่ล็อกอินหนึ่งครั้ง แล้วบันทึก Cookie และ Local Storage ลงไฟล์ด้วย storageState จากนั้นกำหนดใน playwright.config ให้โปรเจกต์ทดสอบอื่นทำงานต่อจาก setup และใช้ไฟล์ storageState นั้นเป็นค่าเริ่มต้น เทสต์ทุกตัวจะเริ่มในสถานะล็อกอินแล้วและรันเร็วขึ้นมาก ควรเก็บไฟล์สถานะไว้นอก Git เพราะมีข้อมูลการล็อกอินอยู่ หลักสูตรนี้ฝึกทำในหัวข้อฟอร์มและการล็อกอิน

หลักสูตร Playwright ทดสอบเว็บอัตโนมัติแบบ End-to-End เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน

เหมาะกับนักพัฒนาเว็บที่ต้องการลดเวลาทดสอบซ้ำก่อนปล่อยงาน QA และ Software Tester ที่ต้องการเริ่มทำ Test Automation ทีมที่เจอปัญหาเทสต์ล้มแบบไม่มีสาเหตุ และทีมเล็กที่ไม่มี QA เต็มเวลา ควรเข้าใจการทำงานของเว็บและ HTML เบื้องต้น เขียน JavaScript หรือ TypeScript ได้พอสมควร เพราะตัวอย่างในคลาสใช้ TypeScript และติดตั้งเครื่องมือผ่าน Command Line ได้

เรียนจบหลักสูตร Playwright ทดสอบเว็บอัตโนมัติแบบ End-to-End แล้วทำอะไรได้บ้าง

ติดตั้ง Playwright และเขียนเทสต์พร้อม Assertion ที่รันได้ทุกเบราว์เซอร์ เลือก Locator ที่ทนต่อการเปลี่ยนหน้าจอ แก้เทสต์ที่ล้มไม่แน่นอน ทดสอบฟอร์ม การอัปโหลดไฟล์ และการล็อกอิน จัดโค้ดด้วย Page Object และ Fixture ทดสอบ API ร่วมกับหน้าจอ ไล่หาสาเหตุด้วย Trace Viewer และตั้งให้ชุดทดสอบรันอัตโนมัติบน CI/CD ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate of Completion) ที่มีเลขที่ของตัวเองและตรวจสอบออนไลน์ได้

จัดอบรมหลักสูตร Playwright ทดสอบเว็บอัตโนมัติแบบ End-to-End ให้ทีมในองค์กรได้ไหม

ได้ หลักสูตรนี้จัดเป็นการอบรมแบบ In-house ให้ทีมในองค์กรได้ และปรับตัวอย่างให้ตรงกับงานของทีม เช่น เขียนชุดทดสอบให้เส้นทางสำคัญของเว็บที่ทีมดูแลอยู่ ขอใบเสนอราคาได้จากหน้านี้ หรือติดต่อทาง LINE @itgenius โทร 02-570-8449