Programming with .NET 10 and Visual Studio 2026
หลักสูตร Programming with .NET 10 and Visual Studio 2026 เป็นการอบรมพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ N-Tier บน .NET ด้วย C# ตั้งแต่ออกแบบสถาปัตยกรรม LINQ และ EF Core จนถึง Debug, Unit Test, Security, Web API, WPF และการย้ายแอปจาก .NET Framework เหมาะกับนักพัฒนาที่เคยเขียน C# และทีมที่ดูแลระบบ .NET รุ่นเก่า
- ระยะเวลา30 ชั่วโมง · 5 วัน
- รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
- รอบถัดไปเปิดตามคำขอ
- ใบรับรองมี Certificate
ภาพรวมหลักสูตร
แอปธุรกิจที่ดีต้องมีมากกว่าโค้ดที่ทำงานได้ ต้องแบ่งชั้นให้ดูแลง่าย ตรวจข้อมูลถูกต้อง ทดสอบได้ บันทึก Log ให้ตามปัญหาได้ ปลอดภัย และส่งมอบให้ผู้ใช้ได้สะดวก บนแพลตฟอร์ม Microsoft ปัจจุบันงานเหล่านี้ทำด้วย .NET 10 ซึ่งเป็นรุ่น LTS และ Visual Studio 2026 แทน .NET Framework กับ Visual Studio รุ่นเก่า โดยเครื่องมือและแนวทางหลายอย่างเปลี่ยนไปจากเดิมมาก
หลักสูตรนี้ปูพื้นฐานการพัฒนาแอปพลิเคชันแบบ N-Tier บน .NET 10 อย่างครบถ้วน ตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรม OOP ด้วย C# 14 และ Dependency Injection, LINQ, EF Core 10 และ Data Validation ต่อด้วยการ Debug, Profiling, Logging, Unit Test และการตั้งค่าแอป แล้วจึงเป็น Security, Cryptography, การเขียนโปรแกรมเครือข่าย, Web API และ gRPC แทน Web Service กับ WCF, แอป Desktop ด้วย WPF, การย้ายแอปจาก .NET Framework และการ Publish ปิดท้ายด้วย Workshop ระบบขายครบทุกชั้น (อบรม 5 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง ระดับ Intermediate)
สิ่งที่คุณจะได้รับ
- เข้าใจความต่างระหว่าง .NET 10 กับ .NET Framework และใช้ Visual Studio 2026 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ออกแบบแอปแบบ N-Tier ด้วย OOP, Class Library และ Dependency Injection ได้
- ใช้ LINQ กับ Object, XML, JSON และฐานข้อมูลผ่าน EF Core 10 ได้
- ตรวจสอบข้อมูลด้วย Data Annotation และ Validation ในแอป Desktop และ Web ได้
- Debug, Profiling, บันทึก Log และเขียน Unit Test ได้
- ตั้งค่าแอปและเก็บข้อมูลลับอย่างปลอดภัย ใช้ Cryptography และ Authorization ได้
- สร้าง Web API และ gRPC Service และเรียกใช้ผ่าน HttpClient ได้
- สร้างแอป WPF แบบ MVVM และ Publish แอปไปยังผู้ใช้ได้
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ
- นักพัฒนาที่เคยเขียนภาษา C# และต้องการปูพื้นฐานการพัฒนาแอปธุรกิจบน .NET อย่างครบถ้วน
- นักพัฒนาที่ดูแลระบบบน .NET Framework และต้องการย้ายไป .NET 10
- ผู้ดูแลระบบงานขององค์กรที่ต้องพัฒนาหรือปรับปรุงแอปภายใน
- ผู้ที่ต้องการต่อยอดสู่หลักสูตร .NET ขั้นสูง เช่น Web API, Microservices หรือ Cloud
พื้นฐานของผู้เข้าอบรม
- เขียนภาษา C# ได้เบื้องต้น เข้าใจตัวแปร เงื่อนไข การวนซ้ำ และ Method
- เข้าใจแนวคิด Class และ Object เบื้องต้น
- รู้จักฐานข้อมูลและคำสั่ง SQL พื้นฐาน
- โน้ตบุ๊ก Windows 11 ที่ติดตั้ง Visual Studio 2026 ได้ พร้อมสิทธิ์ติดตั้งโปรแกรม
หัวข้อการฝึกอบรม
รายละเอียดหลักสูตร
หลักสูตรนี้เป็นฉบับปรับปรุงใหม่ปี 2026 ของหลักสูตร Programming with the Microsoft .NET Framework Using Microsoft Visual Studio 2012 เนื้อหาเปลี่ยนเป็น .NET 10 (LTS), C# 14 และ Visual Studio 2026 ทั้งหมด อบรม 5 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.) รูปแบบบรรยายพร้อม Lab ผ่านระบบขายตัวอย่างที่ต่อเติมตลอดหลักสูตร ระดับ Intermediate วันแรกเป็นแพลตฟอร์มและการออกแบบแอป
วันที่สองเป็น LINQ, EF Core 10 และ Data Validation วันที่สามเป็น Debug, Logging, Unit Test และการตั้งค่าแอป วันที่สี่เป็น Security, เครือข่าย, Web API และ gRPC วันที่ห้าเป็น WPF, การย้ายแอปจาก .NET Framework, Publish และ Workshop ระบบขายแบบ N-Tier เครื่องมือในห้องเรียนใช้ได้ฟรี ผู้เรียนได้ซอร์สโค้ดครบทุก Lab และ Checklist การย้ายระบบกลับไปใช้งานต่อ
Day 1 แพลตฟอร์ม .NET 10 และการออกแบบแอป
Section 1: Lab: เริ่มต้น .NET 10 และ Visual Studio 2026
- .NET 10 ต่างจาก .NET Framework อย่างไร และรอบการสนับสนุนแบบ LTS
- ติดตั้ง Visual Studio 2026 และเลือก Workload ที่จำเป็น
- Solution, Project และไฟล์ .csproj แบบ SDK-style
- dotnet CLI, NuGet และ Hot Reload
- Lab: สร้าง Solution แรกที่มีหลาย Project
Section 2: การออกแบบซอฟต์แวร์และสถาปัตยกรรม N-Tier
- วงจรการพัฒนาซอฟต์แวร์และการทำงานแบบ Agile
- แอปพลิเคชันประเภทต่าง ๆ บน .NET: Desktop, Web, Service และ Cloud
- แบ่งชั้น Presentation, Business Logic และ Data Access
- หลักการ SOLID ที่ช่วยให้โค้ดดูแลง่าย
- Workshop: เสนอสถาปัตยกรรมของระบบขายและอภิปรายร่วมกัน
Section 3: Lab: OOP ด้วย C# 14
- Class, Record และการสร้าง Instance
- Inheritance, Interface และ Abstract Class
- Delegate, Event และ Lambda
- Generics และ Collection
- Lab: สร้าง Class ลูกค้า บุคคล และสินค้าด้วย Class Diagram และ Code Editor
Section 4: Lab: Class Library และ Dependency Injection
- แยก Business Logic และ Data Access เป็น Class Library
- Dependency Injection และ Service Lifetime
- Generic Host สำหรับแอป Console และ Desktop
- จัดการ Reference ระหว่าง Project และแพ็กเกจ NuGet
- Lab: Data Access Layer ที่ส่งข้อมูลระหว่างชั้นด้วย Class
Day 2 LINQ ข้อมูล และ Validation
Section 5: Lab: LINQ to Objects
- ความสามารถของภาษาที่ LINQ ใช้: var, Object Initializer, Anonymous Type และ Extension Method
- Query Syntax และ Method Syntax
- Where, Select, OrderBy, GroupBy และ Join
- Method ใหม่อย่าง CountBy, AggregateBy และ LeftJoin ใน .NET 10
- Lab: กรองและเรียงข้อมูลคำสั่งซื้อตามลูกค้า
Section 6: Lab: LINQ to XML และ JSON
- สร้างและ Query XML Tree ด้วย LINQ to XML
- แปลงข้อมูลระหว่าง XML กับ Object
- System.Text.Json สำหรับ Serialize และ Deserialize
- ตัวเลือก JSON ที่ควรรู้และการจัดการข้อมูลที่ไม่ตรงรูปแบบ
- Lab: แทนที่การแปลงไฟล์ด้วย XSLT เดิมด้วย LINQ to XML
Section 7: Lab: EF Core 10 และ LINQ to Entities
- DbContext, Entity และ Migration
- Scaffold Model จากฐานข้อมูลที่มีอยู่
- Query และแก้ไขข้อมูลด้วย LINQ to Entities
- Transaction และ Concurrency เบื้องต้น
- Lab: Data Access Layer บน EF Core 10 กับฐานข้อมูลตัวอย่าง
Section 8: Lab: Data Validation
- แนวคิดการตรวจข้อมูลในแต่ละชั้นของแอป
- Data Annotation และ IValidatableObject
- Validation ในแอป WPF ด้วย Binding
- Validation ใน ASP.NET Core และแพ็กเกจ Microsoft.Extensions.Validation
- Lab: เพิ่มการตรวจข้อมูลให้หน้าจอบันทึกการขาย
Day 3 คุณภาพของแอป: Debug, Log, Test และ Configuration
Section 9: Lab: Debug และ Profiling
- Breakpoint แบบมีเงื่อนไข, Watch และ Call Stack
- Debug แอปหลาย Project และ Exception Settings
- Diagnostic Tools และ Performance Profiler ใน Visual Studio 2026
- หาคอขวดด้าน CPU และหน่วยความจำ
- Lab: หาสาเหตุที่หน้าจอรายงานโหลดช้า
Section 10: Lab: Logging และ Monitoring
- แนวคิด Instrumentation และระดับของ Log
- ILogger และ Structured Logging
- บันทึก Log ลง Console, ไฟล์ และ Windows Event Log
- Metric และ Trace ด้วย OpenTelemetry และ dotnet-counters
- Lab: เพิ่ม Log ให้แอปเพื่อตามปัญหาหลังส่งมอบ
Section 11: Lab: Unit Test และ Code Coverage
- แนวคิดการทดสอบซอฟต์แวร์และ Test Pyramid
- เขียน Unit Test ด้วย MSTest หรือ xUnit
- แยก Dependency ด้วย Interface และ Mock
- Test Explorer, dotnet test และ Code Coverage
- Lab: ชุด Test สำหรับ Business Logic ของระบบขาย
Section 12: Lab: การตั้งค่าแอปพลิเคชัน
- appsettings.json และค่าตาม Environment
- Options Pattern สำหรับอ่านค่าแบบมีชนิดข้อมูล
- เก็บ Connection String และข้อมูลลับด้วย User Secrets และ Environment Variable
- เทียบกับ web.config และ app.config ของ .NET Framework
- Lab: ย้าย Connection String และค่าระบบออกจากโค้ด
Day 4 Security, Network และ Distributed Application
Section 13: Lab: Security และ Cryptography
- ภาพรวมความปลอดภัยใน .NET 10 และเหตุผลที่ไม่มี Code Access Security
- Role-based และ Claims-based Authorization
- เข้ารหัสข้อมูลด้วย AES และ Hash ด้วย SHA-256
- เก็บรหัสผ่านอย่างปลอดภัยและ Data Protection API
- Lab: จำกัดสิทธิ์การใช้งานตาม Role และเข้ารหัสข้อมูลสำคัญ
Section 14: Lab: การเขียนโปรแกรมเครือข่าย
- HttpClient และ IHttpClientFactory
- จัดการ Timeout, Retry และ Error ของการเรียกเครือข่าย
- จัดการ Credential และ Token อย่างปลอดภัย
- ส่งอีเมลผ่าน SMTP ด้วยไลบรารี MailKit
- Lab: ส่งอีเมลยืนยันอัตโนมัติเมื่อได้รับคำสั่งซื้อ
Section 15: Lab: Distributed Application ด้วย Web API
- ทางเลือกการสร้างแอปแบบกระจายบน .NET 10
- สร้าง ASP.NET Core Web API แทน XML Web Service
- เอกสาร OpenAPI ในตัวและการทดสอบด้วยไฟล์ .http
- เรียก API จากแอปฝั่ง Client
- Lab: เปิดให้ใช้ Data Access Layer ผ่าน Web API
Section 16: Lab: gRPC และทางเลือกแทน WCF
- gRPC และ Protocol Buffers
- สร้าง gRPC Service และ Client บน .NET 10
- เลือกระหว่าง Web API กับ gRPC
- CoreWCF สำหรับย้ายระบบ WCF เดิม
- Lab: Service ตรวจสต็อกด้วย gRPC
Day 5 แอป Desktop การย้ายระบบ และการส่งมอบ
Section 17: Lab: แอป Desktop ด้วย WPF
- WPF บน .NET 10 และพื้นฐาน XAML
- Layout, Control และ Style
- Data Binding และรูปแบบ MVVM
- เรียก Web API แบบ Async จากแอป Desktop
- Lab: หน้าจอขายสินค้าที่เชื่อมกับ Web API
Section 18: ย้ายแอปจาก .NET Framework สู่ .NET 10
- ประเมินแอปเดิมและเทคโนโลยีที่ไม่มีใน .NET รุ่นใหม่
- เปลี่ยนไฟล์โปรเจกต์เป็นแบบ SDK-style และอัปเดตแพ็กเกจ
- GitHub Copilot modernization ที่มาแทน .NET Upgrade Assistant
- Windows Forms บน .NET 10 สำหรับแอปเดิม
- Workshop: วางแผนย้ายแอปตัวอย่างทีละขั้น
Section 19: Lab: Build, Publish และ Deploy
- Assembly, MSBuild และ Build Configuration
- dotnet publish แบบ Framework-dependent, Self-contained และ Single-file
- Deploy แอป Desktop ด้วย ClickOnce และ MSIX
- Publish Web API ขึ้น IIS หรือ Container
- Lab: ส่งมอบแอป Desktop และ Web API ให้ผู้ใช้
Section 20: Workshop: ระบบขายแบบ N-Tier ครบวงจร
- รวมทุกชั้น: WPF, Web API, Business Logic และ EF Core 10
- เพิ่ม Validation, Logging, Unit Test และ Security
- Workshop: Publish ทั้งระบบและทดสอบใช้งานจริง
- นำเสนอผลงานและแนวทางต่อยอดสู่ .NET ขั้นสูง
รอบอบรมและรูปแบบการอบรม
สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป
ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770
สำหรับองค์กร — In-house / Private Training
- ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
- เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
- ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
วิทยากรผู้สอน
คำถามที่พบบ่อย
LINQ คืออะไร ใช้กับข้อมูลแบบไหนได้บ้าง
LINQ (Language-Integrated Query) คือความสามารถของภาษา C# ที่ให้เขียนคำสั่งค้นหา กรอง เรียง และจัดกลุ่มข้อมูลด้วยรูปแบบเดียวกันได้ทุกแหล่ง ใช้กับ Collection ในหน่วยความจำได้ด้วย LINQ to Objects ใช้กับ XML ด้วย LINQ to XML และใช้กับฐานข้อมูลผ่าน EF Core ซึ่งแปลงคำสั่งเป็น SQL ให้ ใน .NET 10 ยังมี Method ใหม่อย่าง LeftJoin และ RightJoin ส่วน LINQ to SQL รุ่นเดิมไม่มีใน .NET รุ่นใหม่แล้ว
สถาปัตยกรรมแบบ N-Tier คืออะไร
N-Tier คือการแบ่งแอปพลิเคชันออกเป็นชั้นตามหน้าที่ โดยทั่วไปมีชั้นแสดงผล (Presentation) ชั้นตรรกะทางธุรกิจ (Business Logic) และชั้นเข้าถึงข้อมูล (Data Access) แต่ละชั้นคุยกันผ่านส่วนที่กำหนดไว้ชัดเจน บน .NET 10 นิยมแยกแต่ละชั้นเป็น Class Library และเชื่อมกันด้วย Dependency Injection ทำให้แก้ไขหรือเปลี่ยนชั้นใดชั้นหนึ่งได้โดยไม่กระทบส่วนอื่น ทดสอบง่าย และกระจายไปทำงานบนหลายเครื่องได้
ย้ายแอปจาก .NET Framework ไป .NET 10 ต้องทำอย่างไร
เริ่มจากประเมินแอปเดิมว่าใช้เทคโนโลยีที่ไม่มีใน .NET รุ่นใหม่หรือไม่ เช่น Code Access Security, AppDomain, Remoting หรือ WCF ฝั่ง Server แล้วเปลี่ยนไฟล์โปรเจกต์เป็นแบบ SDK-style อัปเดตแพ็กเกจ NuGet ย้ายค่าจาก app.config หรือ web.config ไปใช้ appsettings.json และแทนส่วนที่ไม่รองรับด้วยทางเลือกใหม่ เช่น CoreWCF หรือ gRPC เครื่องมือที่ Microsoft แนะนำตอนนี้คือ GitHub Copilot modernization ใน Visual Studio ซึ่งมาแทน .NET Upgrade Assistant ที่เลิกพัฒนาแล้ว และควรมี Unit Test ไว้ตรวจผลทุกขั้น
หลักสูตร Programming with .NET 10 and Visual Studio 2026 เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน
เหมาะกับนักพัฒนาที่เคยเขียน C# และต้องการปูพื้นฐานการพัฒนาแอปธุรกิจบน .NET อย่างครบถ้วน นักพัฒนาที่ดูแลระบบบน .NET Framework และต้องการย้ายไป .NET 10 และผู้ที่ต้องการต่อยอดสู่หลักสูตร .NET ขั้นสูง ควรเขียน C# ได้เบื้องต้น เข้าใจ Class และ Object และรู้จักคำสั่ง SQL พื้นฐาน
เรียนจบหลักสูตร Programming with .NET 10 and Visual Studio 2026 แล้วทำอะไรได้บ้าง
ออกแบบและพัฒนาแอปแบบ N-Tier บน .NET 10 ด้วย Visual Studio 2026 ใช้ LINQ และ EF Core 10 ตรวจสอบข้อมูล Debug, Profiling, บันทึก Log และเขียน Unit Test ตั้งค่าแอปและวางระบบความปลอดภัย สร้าง Web API และ gRPC Service สร้างแอป WPF แบบ MVVM วางแผนย้ายแอปจาก .NET Framework และ Publish แอปให้ผู้ใช้ได้ ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate of Completion) ที่มีเลขที่ของตัวเองและตรวจสอบออนไลน์ได้
จัดอบรมหลักสูตร Programming with .NET 10 and Visual Studio 2026 ให้ทีมในองค์กรได้ไหม
ได้ หลักสูตรนี้จัดเป็นการอบรมแบบ In-house ให้ทีมในองค์กรได้ และปรับตัวอย่างให้ตรงกับงานของทีม เช่น ใช้แอป .NET Framework ที่ทีมดูแลอยู่เป็นกรณีศึกษาในการวางแผนย้ายระบบ ขอใบเสนอราคาได้จากหน้านี้ หรือติดต่อทาง LINE @itgenius โทร 02-570-8449

