สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
พัฒนาเว็บไซต์ · WDC-117

AI Fullstack Web Builder จากศูนย์สู่ Production ด้วย AI Agent

หลักสูตร AI Fullstack Web Builder จากศูนย์สู่ Production ด้วย AI Agent เป็นการอบรมสร้างเว็บแอปร่วมกับ AI Agent สำหรับผู้ไม่เคยเขียนโปรแกรม ตั้งแต่ React และ Deploy จนถึง MCP, Next.js และ Supabase เหมาะกับมือใหม่ เจ้าของธุรกิจ และผู้เปลี่ยนสาย จบแล้วสร้างเว็บแอป Fullstack ที่มีฐานข้อมูลและระบบสมาชิกได้

อัปเดตล่าสุด
ราคาเริ่มต้น 8,550 บาท / ท่าน 9,500 −10% ยังไม่รวม VAT 7% · มีราคาหมู่คณะ
PDFดาวน์โหลด Course Outline
  • ระยะเวลา12 ชั่วโมง · 2 วัน
  • รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
  • รอบถัดไปเปิดตามคำขอ
  • ใบรับรองมี Certificate

ภาพรวมหลักสูตร

หลักสูตรนี้พาผู้เรียนเดินทางครบเส้นทางในสองวัน จากคนที่ยังไม่เคยเขียนโปรแกรมมาก่อน ไปจนถึงการสร้างเว็บแอปแบบ Fullstack ที่มีฐานข้อมูลและระบบสมาชิก แล้ว Deploy ขึ้นใช้งานจริงบน Production ด้วยการทำงานร่วมกับ AI Agent อย่างเป็นระบบ วันแรกปูพื้นฐานให้แน่นตั้งแต่การทำงานของ AI และ LLM, การเลือกเครื่องมือและควบคุมค่าใช้จ่าย, การสั่งงาน AI ให้สร้างหน้าเว็บ, การติดตั้งเครื่องมือพัฒนา, องค์ประกอบของเว็บแอป, การสร้างเว็บแอปด้วย

React ไปจนถึงการทดสอบและ Deploy ครั้งแรก วันที่สองยกระดับสู่ Workflow แบบมืออาชีพ ครอบคลุมการออกแบบ UI ด้วย AI, การเชื่อมงานออกแบบเข้าสู่ Editor ด้วย MCP, แนวคิด Spec-Driven Development ที่ใช้เอกสารกำกับการทำงานของ AI, การวางแผนและแตกงาน, การสร้างแอปด้วย Next.js และ TypeScript ร่วมกับ Prisma และ Supabase, ระบบยืนยันตัวตนและสิทธิ์ผู้ใช้, การตรวจทานโค้ดด้วย AI ไปจนถึงการ Deploy ขึ้น Production พร้อมตั้งค่าให้ปลอดภัย (อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง ระดับ Beginner ถึง Intermediate)

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • เข้าใจการทำงานของ AI และ LLM และสั่งงานให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการอย่างมั่นใจ
  • เลือกเครื่องมือ AI ให้เหมาะกับงานและควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลาย
  • ติดตั้งและใช้งานเครื่องมือพัฒนา VS Code, Git และ GitHub ได้
  • สร้างเว็บแอปด้วย React ร่วมกับ AI Agent และนำขึ้นอินเทอร์เน็ตได้
  • ใช้ AI ช่วยออกแบบ UI และเชื่อมงานออกแบบเข้าสู่ Editor ด้วย MCP
  • เขียนไฟล์ Spec กำกับการทำงานของ AI ให้ผลลัพธ์ตรงตามที่ออกแบบไว้
  • สร้างเว็บแอป Fullstack ด้วย Next.js และ TypeScript ร่วมกับ Prisma และ Supabase
  • ทำระบบสมัครสมาชิก ล็อกอิน และจัดการสิทธิ์ผู้ใช้ในแอปได้
  • ไล่หาบั๊ก ตรวจทานโค้ดด้วย AI และ Deploy ขึ้น Production อย่างปลอดภัย

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • ผู้เริ่มต้นที่อยากไปให้ถึงระดับสร้างเว็บแอปที่มีฐานข้อมูลและระบบสมาชิกได้
  • เจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการที่อยากสร้างระบบใช้ในกิจการของตัวเอง
  • คนทำงานที่ต้องการเปลี่ยนสายมาทางการพัฒนาเว็บและอยากเริ่มจากการลงมือทำ
  • Frontend Developer ที่อยากขยับไปทำงานฝั่ง Backend และฐานข้อมูลได้ด้วย
  • ทีมที่ต้องการวาง Workflow การพัฒนาเว็บร่วมกับ AI ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

พื้นฐานของผู้เข้าอบรม

  • ไม่ต้องมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมาก่อน วันแรกปูพื้นให้ตั้งแต่ต้น
  • ใช้งานคอมพิวเตอร์ในระดับทั่วไปได้ เช่น ติดตั้งโปรแกรมและใช้เบราว์เซอร์
  • หากเคยมีพื้นฐาน HTML, CSS หรือ JavaScript มาบ้างจะเรียนวันที่สองได้ลื่นขึ้น
  • เตรียมโน้ตบุ๊กของตัวเองมาเรียน (Windows หรือ macOS) พร้อมสิทธิ์ติดตั้งโปรแกรม

หัวข้อการฝึกอบรม

รายละเอียดหลักสูตร

อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง (10:00-17:00 น.) รูปแบบ Workshop ลงมือทำตลอดทั้งสองวัน ระดับ Beginner ถึง Intermediate ไม่ต้องมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมมาก่อน ผู้เรียนต้องเตรียมโน้ตบุ๊กมาเอง (Windows หรือ macOS) พร้อมสิทธิ์ติดตั้งโปรแกรม วิทยากรจะพาติดตั้งเครื่องมือทั้งหมดในวันแรก ผู้เรียนจะได้ Prompt Template, Spec Template (design.md และ spec.md), Source Code ครบทุก Workshop และเว็บแอปของตัวเองที่ Deploy ขึ้น Production แล้วกลับไป หลักสูตรนี้รวมเนื้อหาของ AI Web App Builder Workshop และ AI Next.js Fullstack Workshop เข้าด้วยกันแบบต่อเนื่อง

Day 1 จาก Prompt สู่เว็บแอปที่ใช้งานได้จริง

Section 1: พื้นฐาน AI และ LLM ที่ต้องรู้ก่อนใช้งาน

  • AI และ LLM ทำงานอย่างไร และทำไมบางครั้งจึงตอบผิดอย่างมั่นใจ
  • แนวคิด Context และ Token และผลต่อคุณภาพของคำตอบและค่าใช้จ่าย
  • โครงสร้างการทำงานของ LLM ตั้งแต่ชั้นโมเดลจนถึงชั้นแอปพลิเคชันที่เราใช้
  • ขอบเขตที่ AI ทำได้ดีและงานที่ยังต้องอาศัยคนตรวจสอบเสมอ

Section 2: การเลือกเครื่องมือ AI และการควบคุมค่าใช้จ่าย

  • ประเภทของเครื่องมือ AI สำหรับงานเขียนโค้ดและความต่างที่ควรรู้
  • การเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับงานและงบประมาณของแต่ละคน
  • วิธีคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้บานปลายเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
  • แนวคิด AI Agent และความต่างจากการถามตอบทีละคำถาม

Section 3: Workshop สร้างหน้าเว็บแรกจาก Prompt

  • ความต่างระหว่างการเขียนโค้ดแบบเดิมกับการทำงานร่วมกับ AI
  • การอธิบายสิ่งที่ต้องการให้ AI เข้าใจตรงกันตั้งแต่ครั้งแรก
  • การอ่านผลลัพธ์ ตรวจสอบ และสั่งแก้ไขจนได้หน้าเว็บตามที่ต้องการ
  • Workshop: สร้างหน้าเว็บแรกจาก Prompt และปรับหน้าตาจนพอใจ

Section 4: การติดตั้งเครื่องมือพัฒนา

  • การติดตั้ง Visual Studio Code และ Extension ที่จำเป็นสำหรับการทำงานกับ AI
  • การติดตั้งและใช้งาน Git ในระดับที่เพียงพอต่อการเก็บงานและย้อนกลับได้
  • การจัดโครงสร้างโฟลเดอร์โปรเจกต์ให้ AI ทำงานกับไฟล์ได้ถูกที่
  • Lab: ติดตั้งเครื่องมือทั้งหมดบนเครื่องตัวเองให้พร้อมใช้งาน

Section 5: องค์ประกอบของเว็บแอป

  • ภาพรวมของเว็บแอป: ส่วนหน้าจอ ส่วนประมวลผล และฐานข้อมูล ทำงานร่วมกันอย่างไร
  • ความต่างระหว่างเว็บไซต์ธรรมดากับเว็บแอปที่มีการเก็บและประมวลผลข้อมูล
  • คำศัพท์ที่ต้องรู้เพื่อสื่อสารกับ AI และกับนักพัฒนาให้เข้าใจตรงกัน
  • การเลือกขอบเขตของงานให้ทำเสร็จได้จริงแทนที่จะใหญ่เกินตัวตั้งแต่แรก

Section 6: Workshop สร้างเว็บแอปด้วย React และ AI

  • แนวคิดการแบ่งหน้าจอเป็นส่วนย่อย (Component) และเหตุผลที่ทำให้แก้ไขง่าย
  • การสั่งให้ AI สร้างหน้าจอ เพิ่มปุ่ม รับข้อมูลจากผู้ใช้ และแสดงผลลัพธ์
  • การปรับหน้าตาให้ใช้งานได้ดีบนทั้งคอมพิวเตอร์และมือถือ
  • Workshop: สร้างเว็บแอปขนาดเล็กที่ทำงานได้จริงด้วย React ร่วมกับ AI

Section 7: การวางแผนด้วย Context และการทดสอบ

  • ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อสั่งงาน AI ทีละคำสั่งโดยไม่มีแผนรวม
  • การเขียนไฟล์อธิบายโครงสร้างและเป้าหมายของโปรเจกต์ให้ AI อ่านก่อนลงมือ
  • วิธีอ่านข้อความแจ้งข้อผิดพลาดและให้ AI ช่วยหาสาเหตุอย่างได้ผล
  • Lab: เขียนไฟล์วางแผนและแก้ปัญหาในเว็บแอปของตัวเองจนทำงานได้ครบ

Section 8: Deploy ขึ้นอินเทอร์เน็ตครั้งแรก

  • การนำโค้ดขึ้น GitHub และการเชื่อมต่อกับบริการ Deploy
  • การ Build และ Deploy เว็บขึ้น Vercel ให้เข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ตจริง
  • การอัปเดตเว็บหลัง Deploy และสิ่งที่ต้องระวังเมื่อมีคนใช้งานจริง
  • Workshop: Deploy เว็บของตัวเองขึ้นใช้งานจริงและสรุปสิ่งที่ได้ในวันแรก
Day 2 Workflow มืออาชีพและ Fullstack ด้วย Next.js

Section 9: การออกแบบ UI ด้วย AI

  • การใช้ AI ช่วยร่างหน้าจอและสร้างทางเลือกของงานออกแบบอย่างรวดเร็ว
  • การประเมินงานออกแบบที่ AI สร้าง: ความสอดคล้อง การใช้งานจริง และความเป็นไปได้ในการพัฒนา
  • การกำหนดระบบสีและองค์ประกอบให้ทุกหน้าจอไปในทิศทางเดียวกัน
  • Lab: ออกแบบหน้าจอของโปรเจกต์ด้วย AI และคัดเลือกแบบที่จะนำไปพัฒนาต่อ

Section 10: MCP เชื่อมงานออกแบบเข้าสู่ Editor

  • แนวคิด MCP และการเปิดให้ AI Agent เข้าถึงเครื่องมือและข้อมูลภายนอกได้
  • การส่งงานออกแบบเข้าสู่ Editor เพื่อสร้างโค้ดตั้งต้นโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์
  • การตรวจสอบและปรับโค้ดตั้งต้นให้เข้ากับโครงสร้างโปรเจกต์จริง
  • Lab: เชื่อมงานออกแบบเข้าสู่โปรเจกต์และได้โครงหน้าจอชุดแรก

Section 11: Spec-Driven Development

  • ปัญหาของการสั่ง AI ทีละคำถามและผลลัพธ์ที่ไม่เข้ากับโครงสร้างเดิม
  • การเขียนไฟล์ design.md อธิบายหน้าตาและพฤติกรรมของระบบให้ AI อ่านก่อนลงมือ
  • การเขียนไฟล์ spec.md กำหนดขอบเขต ข้อกำหนด และเงื่อนไขการยอมรับของแต่ละงาน
  • Lab: เขียน design.md และ spec.md ของโปรเจกต์และให้ AI ทำงานตามเอกสาร

Section 12: การวางแผนโครงการและแตกงานด้วย AI

  • การให้ AI ช่วยวางแผนโครงการและลำดับงานจากเอกสาร Spec ที่เขียนไว้
  • การแตกงานใหญ่ให้เป็นงานย่อยขนาดที่ AI ทำเสร็จได้ในรอบเดียว
  • การจัดลำดับงานให้พัฒนาต่อเนื่องได้โดยไม่ติดขัดระหว่างทาง
  • การติดตามความคืบหน้าและปรับแผนเมื่อความต้องการเปลี่ยน

Section 13: Next.js และ TypeScript

  • โครงสร้างโปรเจกต์ Next.js และการแบ่งงานระหว่างฝั่งเซิร์ฟเวอร์และฝั่งเบราว์เซอร์
  • การจัดเส้นทางหน้าเว็บ การสร้าง API และการดึงข้อมูลมาแสดงผล
  • การใช้ TypeScript กำหนดชนิดข้อมูลเพื่อลดข้อผิดพลาดและช่วยให้ AI เข้าใจโค้ดมากขึ้น
  • Lab: สร้างโครงโปรเจกต์ Next.js พร้อมหน้าจอและ API ชุดแรก

Section 14: ฐานข้อมูลด้วย Prisma และ Supabase

  • การออกแบบโครงสร้างข้อมูลและความสัมพันธ์ระหว่างตาราง
  • การใช้ Prisma กำหนด Schema และจัดการการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฐานข้อมูล
  • การเชื่อมต่อ Supabase และการอ่านเขียนข้อมูลจากแอปอย่างปลอดภัย
  • Lab: สร้างฐานข้อมูลของโปรเจกต์และเชื่อมเข้ากับหน้าจอที่ทำไว้

Section 15: ระบบยืนยันตัวตนและสิทธิ์ผู้ใช้

  • การทำระบบสมัครสมาชิกและล็อกอินด้วย Better Auth
  • การจัดการ Session และการป้องกันหน้าที่ต้องล็อกอินก่อนเข้าถึง
  • การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้แต่ละระดับและการตรวจสอบสิทธิ์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์
  • Lab: เพิ่มระบบล็อกอินและจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงในแอปของตัวเอง

Section 16: การไล่หาบั๊กและ Code Review ด้วย AI

  • การส่งข้อมูลบริบทให้ AI เพียงพอที่จะหาสาเหตุของปัญหาได้จริง
  • การให้ AI ตรวจทานโค้ดและชี้จุดเสี่ยงด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
  • ข้อจำกัดของการตรวจทานด้วย AI และจุดที่คนต้องตัดสินใจเอง
  • การมอบงานเป็นรอบให้ AI Agent และการตรวจรับผลลัพธ์แต่ละรอบ

Section 17: Deploy ขึ้น Production และสรุป

  • การเตรียมโปรเจกต์ให้พร้อม Deploy และการตรวจสอบก่อนขึ้นใช้งานจริง
  • การตั้งค่าตัวแปรสภาพแวดล้อมและการเก็บข้อมูลลับอย่างปลอดภัย
  • การเชื่อมต่อฐานข้อมูลบน Production และการอัปเดตแอปหลัง Deploy
  • Workshop: Deploy แอปขึ้น Production จริงและสรุปแนวทางนำ Workflow ไปใช้ต่อ

รอบอบรมและรูปแบบการอบรม

สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป

ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770

สำหรับองค์กร — In-house / Private Training

  • ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
  • เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
  • ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร

วิทยากรผู้สอน

คำถามที่พบบ่อย

เว็บไซต์ธรรมดากับเว็บแอปต่างกันอย่างไร

เว็บไซต์ธรรมดาเน้นแสดงข้อมูลที่เหมือนกันสำหรับทุกคน เช่น หน้าแนะนำบริษัท ส่วนเว็บแอปรับข้อมูลจากผู้ใช้ ประมวลผล และเก็บลงฐานข้อมูล เช่น ระบบจองคิวหรือระบบสมาชิก เว็บแอปจึงมีสามส่วนทำงานร่วมกัน คือส่วนหน้าจอ (Frontend) ส่วนประมวลผล (Backend) และฐานข้อมูล การเข้าใจองค์ประกอบนี้ช่วยให้สั่งงาน AI และคุยกับนักพัฒนาได้ตรงกันมากขึ้น

Component ใน React คืออะไร ทำไมช่วยให้แก้ไขง่าย

Component คือชิ้นส่วนย่อยของหน้าจอ เช่น ปุ่ม การ์ดสินค้า หรือแถบเมนู ที่เขียนแยกเป็นฟังก์ชันของตัวเองและรับค่าผ่าน props แล้วนำมาประกอบเป็นหน้าเว็บ เมื่อต้องแก้ปุ่มก็แก้ที่ Component เดียว ทุกหน้าที่ใช้ปุ่มนั้นจะเปลี่ยนตาม การแบ่งเป็นชิ้นเล็กยังช่วยให้สั่งงาน AI ได้แม่นขึ้น เพราะระบุได้ชัดว่าจะแก้ส่วนไหนโดยไม่กระทบส่วนอื่น

ทำระบบล็อกอินในเว็บแอป Next.js มีขั้นตอนอย่างไร

เริ่มจากเลือกไลบรารียืนยันตัวตน เช่น Better Auth แล้วสร้างตารางผู้ใช้และ Session ในฐานข้อมูล จากนั้นทำหน้าสมัครสมาชิกและล็อกอิน ให้ระบบสร้าง Session เมื่อล็อกอินสำเร็จ แล้วจึงป้องกันหน้าที่ต้องล็อกอินก่อนเข้าถึง และตรวจสิทธิ์ผู้ใช้ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ทุกครั้ง ไม่พึ่งการซ่อนปุ่มบนหน้าจออย่างเดียว ค่าลับต่าง ๆ ให้เก็บในตัวแปรสภาพแวดล้อม ไม่เขียนไว้ในโค้ด

หลักสูตร AI Fullstack Web Builder เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน

เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่อยากไปถึงระดับสร้างเว็บแอปที่มีฐานข้อมูลและระบบสมาชิก เจ้าของธุรกิจที่อยากสร้างระบบใช้ในกิจการ คนทำงานที่ต้องการเปลี่ยนสายมาทางพัฒนาเว็บ และ Frontend Developer ที่อยากทำ Backend ได้ด้วย ไม่ต้องมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรมเพราะหลักสูตรปูพื้นให้ตั้งแต่ต้น ขอเพียงใช้คอมพิวเตอร์ได้ ถ้ามีพื้นฐาน HTML CSS หรือ JavaScript มาบ้างจะเรียนช่วง Next.js ได้ลื่นขึ้น

เรียนจบหลักสูตร AI Fullstack Web Builder แล้วทำอะไรได้บ้าง

สร้างหน้าเว็บจาก Prompt ติดตั้ง VS Code และ Git สร้างเว็บแอปด้วย React ร่วมกับ AI แล้ว Deploy ขึ้น Vercel จากนั้นต่อยอดด้วย Workflow มืออาชีพ ทั้งออกแบบ UI ด้วย AI ใช้ MCP เขียน Spec ให้ AI ทำงานตามเอกสาร และสร้างแอป Fullstack ด้วย Next.js Prisma Supabase และ Better Auth ที่มีฐานข้อมูลและระบบสมาชิก ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate of Completion) ที่มีเลขที่ของตัวเองและตรวจสอบออนไลน์ได้

เรียน AI Fullstack Web Builder ต้องเตรียมอะไรมาบ้าง

เตรียมโน้ตบุ๊กของตัวเองที่เป็น Windows หรือ macOS พร้อมสิทธิ์ติดตั้งโปรแกรม เพราะระหว่างเรียนจะติดตั้ง Visual Studio Code Extension ที่จำเป็น และ Git ลงเครื่อง แล้วใช้เครื่องนี้พัฒนาและ Deploy โปรเจกต์ของตัวเองตลอดหลักสูตร ถ้ามีไอเดียระบบที่อยากทำมาด้วยจะได้ผลงานที่ตรงกับงานของตัวเองมากขึ้น