ภาพรวมหลักสูตร
นักพัฒนาส่วนใหญ่เริ่มใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดกันแล้ว แต่ยังใช้ในลักษณะถามทีละคำถามและคัดลอกโค้ดมาวาง ซึ่งได้ประโยชน์เพียงบางส่วนและมักเจอปัญหาโค้ดที่ AI สร้างไม่เข้ากับโครงสร้างเดิม การทำงานร่วมกับ AI แบบมืออาชีพต้องมี Workflow ที่ชัดเจน ตั้งแต่การออกแบบ การเขียนเอกสารกำกับ (Spec) ให้ AI ทำงานตามกรอบ ไปจนถึงการมอบงานเป็นชิ้นและตรวจรับผลลัพธ์ หลักสูตรนี้เป็น Workshop เต็มวันสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานเว็บอยู่แล้ว
พาจัดวาง Workflow การพัฒนาเว็บแอปยุคใหม่ทั้งกระบวนการ ครอบคลุมการออกแบบ UI ด้วย AI, การเชื่อมงานออกแบบเข้าสู่ Editor ด้วย MCP, แนวคิด Spec-Driven Development ด้วยไฟล์ design.md และ spec.md, การวางแผนงานและแตกงานด้วย AI, การสร้างแอปด้วย Next.js และ TypeScript ร่วมกับ Prisma และ Supabase, การทำระบบยืนยันตัวตน, การไล่หาบั๊กและ Code Review ด้วย AI, การมอบงานให้ AI Agent ทำเป็นรอบ ไปจนถึงการ Deploy ขึ้น Production พร้อมตั้งค่าให้ใช้งานจริง (อบรม 1 วัน 6 ชั่วโมง ระดับ Intermediate)
สิ่งที่คุณจะได้รับ
- จัดวาง Workflow การพัฒนาเว็บแอปร่วมกับ AI ได้ตั้งแต่ออกแบบจนถึง Deploy
- ใช้ AI ช่วยออกแบบ UI และประเมินผลงานออกแบบก่อนนำไปพัฒนาต่อ
- เชื่อมงานออกแบบเข้าสู่ Editor ด้วย MCP เพื่อสร้างโค้ดตั้งต้นได้รวดเร็ว
- เขียนไฟล์ Spec กำกับการทำงานของ AI ให้ผลลัพธ์ตรงตามที่ออกแบบไว้
- วางแผนโครงการและแตกงานเป็นชิ้นย่อยด้วย AI ให้พัฒนาได้ต่อเนื่อง
- สร้างเว็บแอปด้วย Next.js และ TypeScript ร่วมกับ Prisma และ Supabase
- ทำระบบยืนยันตัวตนและจัดการสิทธิ์ผู้ใช้ในเว็บแอปได้
- ใช้ AI ช่วยไล่หาบั๊กและตรวจทานโค้ดอย่างเป็นระบบ
- Deploy แอปขึ้น Production พร้อมตั้งค่าตัวแปรและข้อมูลลับอย่างปลอดภัย
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ
- นักพัฒนาเว็บที่ต้องการยกระดับการทำงานร่วมกับ AI ให้เป็นระบบ
- Frontend Developer ที่อยากขยับไปทำงานฝั่ง Backend และฐานข้อมูลได้ด้วย
- ผู้ที่มีพื้นฐาน HTML, CSS และ JavaScript และต้องการเริ่มใช้ Next.js
- Freelance และเจ้าของโปรเจกต์ที่ต้องการส่งงานได้เร็วขึ้นโดยคุณภาพไม่ตก
- ทีมพัฒนาที่ต้องการวาง Workflow การใช้ AI ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน
พื้นฐานของผู้เข้าอบรม
- มีพื้นฐาน HTML, CSS และ JavaScript ในระดับที่อ่านและแก้โค้ดได้
- เคยสร้างหน้าเว็บหรือเว็บแอปขนาดเล็กมาก่อน (ไม่จำเป็นต้องเคยใช้ Next.js)
- ใช้งาน Command Line และ Git ในระดับพื้นฐานได้
- เตรียมโน้ตบุ๊กของตัวเองมาเรียน (Windows หรือ macOS) พร้อมสิทธิ์ติดตั้งโปรแกรม
หัวข้อการฝึกอบรม
รายละเอียดหลักสูตร
อบรม 1 วัน 6 ชั่วโมง (10:00-17:00 น.) รูปแบบ Workshop ลงมือทำตลอดวัน ระดับ Intermediate ผู้เรียนควรมีพื้นฐาน HTML, CSS และ JavaScript มาก่อน และต้องเตรียมโน้ตบุ๊กมาเอง (Windows หรือ macOS) พร้อมสิทธิ์ติดตั้งโปรแกรม ผู้เรียนจะได้ Source Code ชุด Spec Template (design.md และ spec.md) Prompt Workflow และแอปของตัวเองที่ Deploy ขึ้น Production แล้วกลับไป เนื้อหาเน้นที่ Workflow และหลักการ จึงปรับไปใช้กับเครื่องมือ AI ตัวอื่นได้เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน
Session 1: AI UI Design, MCP และ Spec (10:00-12:00)
Section 1 การออกแบบ UI ด้วย AI
- การใช้ AI ช่วยร่างหน้าจอและสร้างทางเลือกของงานออกแบบอย่างรวดเร็ว
- การประเมินงานออกแบบที่ AI สร้าง: ความสอดคล้อง การใช้งานจริง และความเป็นไปได้ในการพัฒนา
- การกำหนดระบบสีและองค์ประกอบให้ทุกหน้าจอไปในทิศทางเดียวกัน
- Lab: ออกแบบหน้าจอของโปรเจกต์ด้วย AI และคัดเลือกแบบที่จะนำไปพัฒนาต่อ
Section 2 MCP เชื่อมงานออกแบบเข้าสู่ Editor
- แนวคิด MCP และการเปิดให้ AI Agent เข้าถึงเครื่องมือและข้อมูลภายนอกได้
- การส่งงานออกแบบเข้าสู่ Editor เพื่อสร้างโค้ดตั้งต้นโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์
- การตรวจสอบและปรับโค้ดตั้งต้นให้เข้ากับโครงสร้างโปรเจกต์จริง
- Lab: เชื่อมงานออกแบบเข้าสู่โปรเจกต์และได้โครงหน้าจอชุดแรก
Section 3 Spec-Driven Development
- ปัญหาของการสั่ง AI ทีละคำถามและผลลัพธ์ที่ไม่เข้ากับโครงสร้างเดิม
- การเขียนไฟล์ design.md อธิบายหน้าตาและพฤติกรรมของระบบให้ AI อ่านก่อนลงมือ
- การเขียนไฟล์ spec.md กำหนดขอบเขต ข้อกำหนด และเงื่อนไขการยอมรับของแต่ละงาน
- Lab: เขียน design.md และ spec.md ของโปรเจกต์และให้ AI ทำงานตามเอกสาร
Session 2: การวางแผนและ Next.js Fullstack (13:00-15:15)
Section 4 การวางแผนโครงการและแตกงานด้วย AI
- การให้ AI ช่วยวางแผนโครงการและลำดับงานจากเอกสาร Spec ที่เขียนไว้
- การแตกงานใหญ่ให้เป็นงานย่อยขนาดที่ AI ทำเสร็จได้ในรอบเดียว
- การจัดลำดับงานให้พัฒนาต่อเนื่องได้โดยไม่ติดขัดระหว่างทาง
- การติดตามความคืบหน้าและปรับแผนเมื่อความต้องการเปลี่ยน
Section 5 Next.js และ TypeScript
- โครงสร้างโปรเจกต์ Next.js และการแบ่งงานระหว่างฝั่งเซิร์ฟเวอร์และฝั่งเบราว์เซอร์
- การจัดเส้นทางหน้าเว็บ การสร้าง API และการดึงข้อมูลมาแสดงผล
- การใช้ TypeScript กำหนดชนิดข้อมูลเพื่อลดข้อผิดพลาดและช่วยให้ AI เข้าใจโค้ดมากขึ้น
- Lab: สร้างโครงโปรเจกต์ Next.js พร้อมหน้าจอและ API ชุดแรก
Section 6 ฐานข้อมูลด้วย Prisma และ Supabase
- การออกแบบโครงสร้างข้อมูลและความสัมพันธ์ระหว่างตาราง
- การใช้ Prisma กำหนด Schema และจัดการการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฐานข้อมูล
- การเชื่อมต่อ Supabase และการอ่านเขียนข้อมูลจากแอปอย่างปลอดภัย
- Lab: สร้างฐานข้อมูลของโปรเจกต์และเชื่อมเข้ากับหน้าจอที่ทำไว้
Section 7 ระบบยืนยันตัวตนและสิทธิ์ผู้ใช้
- การทำระบบสมัครสมาชิกและล็อกอินด้วย Better Auth
- การจัดการ Session และการป้องกันหน้าที่ต้องล็อกอินก่อนเข้าถึง
- การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้แต่ละระดับและการตรวจสอบสิทธิ์ฝั่งเซิร์ฟเวอร์
- Lab: เพิ่มระบบล็อกอินและจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงในแอปของตัวเอง
Session 3: AI Debugging, Agent และ Production Deploy (15:15-17:00)
Section 8 การไล่หาบั๊กและ Code Review ด้วย AI
- การส่งข้อมูลบริบทให้ AI เพียงพอที่จะหาสาเหตุของปัญหาได้จริง
- การให้ AI ตรวจทานโค้ดและชี้จุดเสี่ยงด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ
- ข้อจำกัดของการตรวจทานด้วย AI และจุดที่คนต้องตัดสินใจเอง
- การมอบงานเป็นรอบให้ AI Agent และการตรวจรับผลลัพธ์แต่ละรอบ
Section 9 Deploy ขึ้น Production และสรุป
- การเตรียมโปรเจกต์ให้พร้อม Deploy และการตรวจสอบก่อนขึ้นใช้งานจริง
- การตั้งค่าตัวแปรสภาพแวดล้อมและการเก็บข้อมูลลับอย่างปลอดภัย
- การเชื่อมต่อฐานข้อมูลบน Production และการอัปเดตแอปหลัง Deploy
- Workshop: Deploy แอปขึ้น Production จริงและสรุปแนวทางนำ Workflow ไปใช้ต่อ
รอบอบรมและรูปแบบการอบรม
สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป
ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770
สำหรับองค์กร — In-house / Private Training
- ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
- เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
- ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร คำถามที่พบบ่อย
MCP คืออะไร ช่วยให้ AI Agent ทำงานได้มากขึ้นอย่างไร
MCP (Model Context Protocol) เป็นมาตรฐานเปิดที่ให้แอป AI เชื่อมกับเครื่องมือและแหล่งข้อมูลภายนอกผ่าน MCP Server ในรูปแบบเดียวกัน เช่น เครื่องมือออกแบบ ฐานข้อมูล หรือ API แทนที่จะต้องคัดลอกข้อมูลมาวางในแชตเอง AI Agent จึงอ่านงานออกแบบหรือข้อมูลจริงแล้วลงมือทำงานต่อได้ เช่น ดึงงานออกแบบเข้า Editor เพื่อสร้างโค้ดตั้งต้น ทั้งนี้ควรให้สิทธิ์เข้าถึงเท่าที่จำเป็น
ทำ Spec-Driven Development ร่วมกับ AI มีขั้นตอนอย่างไร
เริ่มจากเขียน design.md อธิบายหน้าตาและพฤติกรรมของระบบ จากนั้นเขียน spec.md กำหนดขอบเขต ข้อกำหนด และเงื่อนไขการยอมรับของแต่ละงาน แล้วให้ AI อ่านเอกสารทั้งสองก่อนลงมือ ช่วยวางแผนและแตกงานเป็นชิ้นที่ทำเสร็จได้ในรอบเดียว ตรวจผลแต่ละรอบเทียบกับเงื่อนไขการยอมรับ และปรับ Spec เมื่อความต้องการเปลี่ยน วิธีนี้ทำให้โค้ดที่ AI สร้างเข้ากับโครงสร้างเดิมมากกว่าการสั่งทีละคำถาม
Prisma ช่วยจัดการฐานข้อมูลในโปรเจกต์ Next.js อย่างไร
Prisma เป็น ORM สำหรับ TypeScript ที่ให้กำหนดตารางและความสัมพันธ์ในไฟล์ schema.prisma แล้วสร้าง Client ที่มีชนิดข้อมูลถูกต้องให้อัตโนมัติ เวลาเขียนคำสั่งอ่านเขียนข้อมูล Editor จะช่วยเติมโค้ดและเตือนเมื่อชื่อฟิลด์ผิด เมื่อแก้ Schema ให้ใช้ prisma migrate สร้างไฟล์ Migration เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ และใช้ร่วมกับ PostgreSQL บน Supabase ได้
หลักสูตร AI Next.js Fullstack Workshop เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน
เหมาะกับนักพัฒนาเว็บที่ต้องการทำงานร่วมกับ AI อย่างเป็นระบบ Frontend Developer ที่อยากขยับไปทำ Backend และฐานข้อมูล ผู้ที่มีพื้นฐาน HTML CSS และ JavaScript และอยากเริ่มใช้ Next.js รวมถึง Freelance ที่ต้องการส่งงานเร็วขึ้น ควรอ่านและแก้โค้ด HTML CSS และ JavaScript ได้ เคยทำเว็บขนาดเล็กมาก่อน และใช้ Command Line กับ Git พื้นฐานได้ ไม่จำเป็นต้องเคยใช้ Next.js
เรียนจบหลักสูตร AI Next.js Fullstack Workshop แล้วทำอะไรได้บ้าง
ออกแบบหน้าจอด้วย AI และส่งงานออกแบบเข้า Editor ผ่าน MCP เขียน design.md และ spec.md ให้ AI ทำงานตามเอกสาร สร้างแอป Next.js ด้วย TypeScript พร้อม API ออกแบบฐานข้อมูลด้วย Prisma และ Supabase ทำระบบล็อกอินและสิทธิ์ผู้ใช้ด้วย Better Auth ใช้ AI ไล่หาบั๊กและตรวจโค้ด และ Deploy แอปขึ้น Production ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate of Completion) ที่มีเลขที่ของตัวเองและตรวจสอบออนไลน์ได้
เรียน AI Next.js Fullstack Workshop ต้องเตรียมอะไรมาบ้าง
เตรียมโน้ตบุ๊กของตัวเองที่เป็น Windows หรือ macOS พร้อมสิทธิ์ติดตั้งโปรแกรม เพราะต้องติดตั้งเครื่องมือพัฒนาและรันโปรเจกต์ Next.js บนเครื่องตัวเองตลอด Workshop และควรทบทวน JavaScript Command Line และคำสั่ง Git พื้นฐานก่อนเรียน เพื่อให้ตามการทำ Lab ได้ทันตั้งแต่ช่วงแรก