ทรัมป์กล่าว Google "kiss my ass" หลังอ้างเปลี่ยนชื่อแผนที่ - Google ระบุอิงข้อมูลทางการ
อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวในการปราศรัยว่า Google รับสายและเปลี่ยนชื่อบน Google Maps ให้ตามคำสั่งของเขา ขณะที่ Google ชี้แจงว่าการเปลี่ยนชื่อพื้นที่น้ำอิงแหล่งข้อมูลทางราชการ

ในการปราศรัยที่ Highland Heights, Kentucky เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม โดนัลด์ ทรัมป์ อ้างว่าเขามีอิทธิพลมากขึ้นในวาระที่สอง พร้อมยกตัวอย่างการติดต่อกับ Google Maps โดยกล่าวว่า "Google wouldnt have taken my call in the first term. Now they kiss my ass." คำกล่าวนี้ชี้ว่าทรัมป์เชื่อว่าเขาเป็นผู้ผลักดันให้บริษัทเปลี่ยนแปลงการแสดงชื่อบนแผนที่ ซึ่งประเด็นนี้กลายเป็นหัวข้อที่สร้างความสนใจและตั้งคำถามเรื่องบทบาทของบริษัทเทคโนโลยีกับอำนาจทางการเมือง
คำกล่าวของทรัมป์และความหมายเชิงสัญลักษณ์
ทรัมป์เล่าถึงความสำเร็จต่างๆ ระหว่างการกล่าวบนเวที รวมถึงการตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ Gulf of Mexico และ Lake Ontario โดยใช้คำพูดที่เน้นถึงอิทธิพลต่อบริษัทเทคโนโลยี ข้อความที่ว่า Google "kiss my ass" เป็นการย้ำว่าตัวเขาเห็นความเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารรัฐกับบริษัทเอกชนขนาดใหญ่
คำชี้แจงของ Google เกี่ยวกับการอัปเดตชื่อสถานที่
แม้ทรัมป์จะสื่อว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดจากการติดต่อส่วนตัวกับ Google แต่บริษัทได้อธิบายมาตรฐานการอัปเดตชื่อบน Google Maps ว่าใช้แหล่งข้อมูลทางการเป็นหลัก สำหรับสหรัฐอเมริกาแหล่งที่อ้างถึงคือ GNIS และการเปลี่ยนแปลงจะเป็นไปตามนโยบายระยะยาวเกี่ยวกับชื่อแหล่งน้ำที่แตกต่างกันระหว่างประเทศต่างๆ ข้อชี้แจงนี้บ่งชี้ว่าการแก้ไขชื่อบนแผนที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะคำสั่งจากบุคคลเดียว
ความสัมพันธ์ระหว่างซิลิคอนแวลลีย์กับทรัมป์ในวาระที่สอง
ในช่วงวาระที่สอง มีความเคลื่อนไหวจากบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่ง รวมถึง Google และซีอีโอ Sundar Pichai ที่พยายามสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับทรัมป์ด้วยของขวัญ คำชม และการสนับสนุนโครงการที่ทรัมป์ให้ความสำคัญ แม้บริษัทอาจแสดงท่าทีเป็นมิตร แต่การเคลื่อนไหวเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามด้านจริยธรรม ความโปร่งใส และความเป็นอิสระของบริษัทเทคโนโลยีเมื่อต้องรับมือกับแรงกดดันเชิงการเมือง
ผลกระทบต่อผู้ใช้และนักพัฒนาแผนที่
เรื่องนี้มีความหมายต่อผู้ใช้งานและนักพัฒนาที่อาศัยข้อมูลแผนที่เป็นหลัก - โดยเฉพาะทีมที่พึ่งพา Google Maps หรือแหล่งข้อมูลทางภูมิศาสตร์ในระบบงาน การที่บริษัทยึดตามแหล่งข้อมูลทางราชการอย่าง GNIS หมายความว่า การเปลี่ยนชื่อหรือการอัปเดตจะขึ้นกับการยอมรับจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไม่ใช่แค่คำขอจากบุคคลที่มีอำนาจ วิธีปฏิบัตินี้ช่วยให้ข้อมูลมีความสม่ำเสมอ แต่ก็เตือนให้ทีมที่พัฒนาแอปหรือบริการแผนที่ต้องรู้จักแหล่งข้อมูลต้นทางและนโยบายการอัปเดตของผู้ให้บริการแผนที่
ประเด็นนี้ยังเป็นสัญญาณให้ติดตามต่อว่า บทบาทของบริษัทเทคโนโลยีในการตอบสนองต่อนโยบายหรือคำขอจากผู้นำทางการเมืองจะมีขอบเขตอย่างไร และความโปร่งใสในการตัดสินใจของแพลตฟอร์มจะได้รับการตรวจสอบอย่างไรในอนาคต
ที่มา: The Verge - เรียบเรียงและสรุปเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน IT Genius
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง ให้บริการด้านไอทีครบวงจร
ทั้งงานอบรม (Training) สัมมนา รับเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ทั้ง SEO, PPC และ Social Media Marketing
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอทีได้เลยค่ะ
แนะนำหลักสูตรที่น่าสนใจ

PostgreSQL for Developers
PostgreSQL กลายเป็นฐานข้อมูลตัวเลือกแรกของแอปยุคใหม่ ทั้งระบบหลังบ้าน SaaS และงานที่ต้องเก็บข้อมูลแบบ JSON หรือ Vector ไว้ที่เดียวกัน แต่นักพัฒนาจำนวนมากยังใช้ PostgreSQL เหมือนฐานข้อมูลทั่วไปผ่าน ORM อย่างเดียว พอข้อมูลโตขึ้นก็เจอ Query ช้า Lock ค้าง…

Building REST APIs with Python
ระบบงานทุกวันนี้ทั้งเว็บ แอปมือถือ และบริการของพาร์ตเนอร์ ล้วนคุยกันผ่าน REST API ทีมที่ใช้ Django อยู่แล้วจึงต้องเปิดข้อมูลของระบบออกมาเป็น API ที่ออกแบบดี ปลอดภัย มีเอกสาร และทดสอบได้ Django REST Framework เป็นเครื่องมือมาตรฐานของงานนี้ เพราะต่อยอดจาก…
