วิธีตรวจดูว่า Amazon คิดว่าคุณมี ‘has flat buttocks’ หรือไม่
ผู้ใช้พบว่าหน้า Settings ของ Amazon แสดงรายการข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับผู้ซื้อ รวมถึงข้อความไม่คาดคิดอย่าง “has flat buttocks” บทความนี้อธิบายวิธีเข้าดูข้อมูลดังกล่าวและเหตุผลที่เรื่องนี้สำคัญต่อความเป็นส่วนตัวและการแนะนำสินค้า

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Amazon จะเก็บข้อมูลจากการซื้อของเราเพื่อปรับแต่งประสบการณ์ช้อปปิง แต่เมื่อข้อสันนิษฐานถูกเรียงเป็นรายการพร้อมข้อความที่ส่วนตัวเกินคาด เช่น "has flat buttocks" ผู้ใช้หลายคนก็รู้สึกตกใจและเริ่มอยากรู้ว่าโปรไฟล์ของตัวเองบอกอะไรบ้าง บทความนี้สรุปวิธีดูข้อมูลที่ Amazon คาดเดาเกี่ยวกับคุณและชี้ให้เห็นประเด็นด้านความเป็นส่วนตัวที่ควรพิจารณา
ดูข้อมูลบนเดสก์ท็อปและมือถืออย่างไร
ถ้าต้องการตรวจว่า Amazon คิดอะไรเกี่ยวกับคุณ ให้เข้าไปที่หน้าการตั้งค่าบัญชี บนเดสก์ท็อป ให้เอาเมาส์ไปวางที่ข้อความ "Hello, [your name]" มุมขวาบน แล้วคลิก "Account" ภายใต้หมวด "Your Account" ต่อไปที่ส่วน "Ordering and shopping preferences" แล้วเลือก "Your Shopping preferences" หน้าตรงนี้จะให้คุณเพิ่มข้อมูลของตัวเองได้ เช่น ขนาดรองเท้า ความสนใจ และความชอบด้านอาหาร แต่ถ้าต้องการดูข้อสันนิษฐานของ Amazon ให้เลื่อนลงมาที่ด้านล่างแล้วคลิกลิงก์สีน้ำเงินที่เขียนว่า "Manage your information" คุณจะเห็นรายการข้อสันนิษฐานที่ระบบเก็บไว้
สำหรับผู้ใช้แอปมือถือ ให้แตะไอคอนแฮมเบอร์เกอร์จากแถบเมนูด้านล่าง จากนั้นไปที่ "Account" > "Shopping preferences" > "About you." หน้าจอที่เปิดจะเป็นที่รวมข้อสันนิษฐานและข้อมูลโปรไฟล์ที่ Amazon ใช้สำหรับการแนะนำสินค้า
ตัวอย่างข้อสันนิษฐานและความน่าตกใจ
รายการที่ Amazon แสดงอาจมีตั้งแต่ข้อสันนิษฐานทั่วไปไปจนถึงคำอธิบายที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง เช่น "Shops from women’s departments" หรือ "Probably owns a Shark robot vacuum." ในกรณีที่ถูกแชร์บนโซเชียล ผู้ใช้พบข้อความว่า Amazon คาดว่าเธอ "has flat buttocks" ซึ่งดูจะมาจากประวัติการซื้ออย่างเช่นกางเกงเลกกิ้งแบบ "butt scrunch leggings" ผู้ใช้อื่นๆ ก็เห็นข้อสันนิษฐานที่ตรงกับความสนใจจริง เช่น "practices photography," "plays collectible card games," "invested in the Apple ecosystem," หรือว่าเขาชอบอ่าน "read diverse non-fiction" และมีรสนิยมการตกแต่งบ้านที่เน้น "natural materials" หรือเสื้อผ้าที่ "prioritizes comfort."
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญต่อผู้ใช้และผู้ทำงานด้านไอที
การที่แพลตฟอร์มสามารถสรุปบุคลิกหรือรสนิยมจากการซื้อได้อย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงพลังของระบบแนะนำและการวิเคราะห์ข้อมูล แต่มันก็เปิดคำถามเรื่องความโปร่งใส ความถูกต้อง และขอบเขตของความเป็นส่วนตัว การเห็นรายการข้อสันนิษฐานช่วยให้ผู้ใช้รับรู้ว่าแพลตฟอร์มใช้ข้อมูลอะไรบ้าง และมีโอกาสแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ Amazon เก็บไว้ แต่ในทางกลับกัน ข้อสันนิษฐานที่ไม่เหมาะสมอาจสร้างความอึดอัดหรือผลกระทบต่อภาพลักษณ์ได้
สำหรับคนที่ทำงานด้านไอที นักพัฒนา และนักออกแบบ การเปิดเผยนี้เป็นการเตือนว่างานด้าน data privacy, data governance และการออกแบบระบบแนะนำต้องคำนึงถึงความโปร่งใส ความยินยอม และการให้ผู้ใช้สามารถควบคุมข้อมูลของตัวเองได้
สรุป - หน้าโปรไฟล์ "Your Shopping preferences" และลิงก์ "Manage your information" เป็นจุดเริ่มต้นที่ผู้ใช้จะดูว่าระบบของ Amazonสรุปข้อมูลอะไรเกี่ยวกับเรา ขณะที่ฟีเจอร์นี้ช่วยให้มีความโปร่งใสมากขึ้น มันก็ชวนให้คิดต่อถึงขอบเขตของการติดตามและการแนะนำสินค้า จุดที่ควรติดตามต่อคือการที่แพลตฟอร์มต่างๆ จะให้ทางเลือกและการควบคุมข้อมูลแก่ผู้ใช้มากขึ้นอย่างไร
ที่มา: TechCrunch - เรียบเรียงและสรุปเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน IT Genius
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง ให้บริการด้านไอทีครบวงจร
ทั้งงานอบรม (Training) สัมมนา รับเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ทั้ง SEO, PPC และ Social Media Marketing
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอทีได้เลยค่ะ
แนะนำหลักสูตรที่น่าสนใจ

PDPA สำหรับทีมไอทีและผู้ดูแลข้อมูล
พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) บังคับใช้เต็มรูปแบบแล้ว และภาระงานส่วนใหญ่ตกอยู่กับทีมไอทีและผู้ดูแลข้อมูล ตั้งแต่การรู้ว่าองค์กรเก็บข้อมูลส่วนบุคคลอะไรไว้ที่ไหน การจัดทำบันทึกกิจกรรมการประมวลผล (RoPA) การรองรับคำขอใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล…

Data Literacy, Quality & Governance
AI จะฉลาดได้เท่ากับข้อมูลที่ป้อนให้ โครงการ AI หลายโครงการในองค์กรไม่สำเร็จไม่ใช่เพราะเทคโนโลยี แต่เพราะข้อมูลกระจัดกระจายอยู่หลายที่ รหัสสินค้าหรือรหัสผู้ขายไม่ตรงกันระหว่างระบบ ข้อมูลไม่ครบ หรือไม่มีใครเป็นเจ้าของข้อมูลอย่างชัดเจน…

AI Governance และ Responsible AI สำหรับองค์กร
องค์กรส่วนใหญ่มีพนักงานใช้ AI กันแล้ว แต่ยังไม่มีนโยบายว่าใช้ได้แค่ไหน ข้อมูลอะไรห้ามป้อนเข้าไป ใครรับผิดชอบเมื่อ AI ให้ผลผิด และจะตอบผู้ตรวจสอบอย่างไรว่ามีการควบคุมอยู่จริง ช่องว่างนี้กลายเป็นความเสี่ยงทั้งด้านข้อมูลรั่วไหล ด้านกฎหมาย และด้านชื่อเสียง…
