สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
บทความทั่วไป

สุขภาพแบตเตอรี่บน Android และ iPhone เหลือกี่เปอร์เซ็นต์ควรเปลี่ยน

29 ก.ย. 2569

คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ สุขภาพแบตเตอรี่บน Android และ iPhone เหลือกี่เปอร์เซ็นต์ควรเปลี่ยน? วันนี้จะพาไปเจาะลึกเกณฑ์มาตรฐาน สัญญาณเตือน และวิธีตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ของทั้งสองระบบอย่างถูกต้อง

สุขภาพแบตเตอรี่บน Android และ iPhone เหลือกี่เปอร์เซ็นต์ควรเปลี่ยน

แบตเสื่อมหรือยัง? สุขภาพแบตเตอรี่ Android และ iPhone เหลือกี่ % ควรเปลี่ยน

คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยคือ สุขภาพแบตเตอรี่บน Android และ iPhone เหลือกี่เปอร์เซ็นต์ควรเปลี่ยน? วันนี้จะพาไปเจาะลึกเกณฑ์มาตรฐาน สัญญาณเตือน และวิธีตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่ของทั้งสองระบบอย่างถูกต้อง

สุขภาพแบตเตอรี่เหลือกี่เปอร์เซ็นต์ควรเปลี่ยน

100% - 85% (ระดับดีเยี่ยม): แบตเตอรี่ยังทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ จ่ายไฟได้เสถียร ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน

84% - 80% (เริ่มเสื่อมสภาพ): เริ่มรู้สึกได้ว่าแบตเตอรี่หมดไวกว่าช่วงซื้อมาใหม่ๆ แต่ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ

ต่ำกว่า 80% (ควรเปลี่ยนด่วน): เป็นเกณฑ์มาตรฐานที่ Apple และแบรนด์ Android แนะนำให้ เปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่ เนื่องจากแบตเตอรี่เสื่อมสภาพลงจนไม่สามารถจ่ายไฟได้เต็มประสิทธิภาพแล้ว

วิธีเช็กสุขภาพแบตเตอรี่บน iPhone

ผู้ใช้ iPhone สามารถเช็กค่าความจุสูงสุดของแบตเตอรี่ได้ง่ายๆ ผ่านระบบ iOS โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

1. เข้าไปที่ การตั้งค่า (Settings)

2. เลื่อนลงมาเลือกหัวข้อ แบตเตอรี่ (Battery)

3. กดเลือก สุขภาพแบตเตอรี่และการชาร์จ (Battery Health & Charging)

4. ดูที่หัวข้อ ความจุสูงสุด (Maximum Capacity) หากตัวเลข ต่ำกว่า 80% หรือมีข้อความเตือนขึ้นว่า "สำคัญเกี่ยวกับแบตเตอรี่ (Important Battery Message)" แนะนำให้นำเครื่องเข้าศูนย์บริการเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่

วิธีเช็กสุขภาพแบตเตอรี่บน Android

มีวิธีเช็กที่หลากหลายขึ้นอยู่กับแบรนด์และเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ

1. เช็กผ่านการตั้งค่าระบบ (ใน Android รุ่นใหม่)

เข้าไปที่ การตั้งค่า (Settings) > แบตเตอรี่ (Battery) > การดูแลแบตเตอรี่ (Battery Health)

2. เช็กผ่านแอปพลิเคชันประจำแบรนด์:

Samsung: เข้าแอป Samsung Members > เลือกแท็บ การวินิจฉัย (Diagnostics) > กดทดสอบ สถานะแบตเตอรี่ (Battery Status) หากขึ้นสถานะ "Action required" หรือ "Weak" แสดงว่าควรเปลี่ยน

3. เช็กผ่านแอปพลิเคชันภายนอก

สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันอย่าง AccuBattery มาติดตั้งเพื่อวัดค่าความจุที่แท้จริงและนับรอบการชาร์จ หากรอบการชาร์จเกิน 500 - 800 รอบ ความจุแบตเตอรี่มักจะลดลงต่ำกว่า 80%

สัญญาณเตือนว่าถึงเวลาต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ทันที

นอกจากตัวเลขเปอร์เซ็นต์สุขภาพแบตเตอรี่แล้ว หากมือถือของคุณมีอาการเหล่านี้ แม้เปอร์เซ็นต์จะยังไม่ถึง 80% ก็ควรรีบเปลี่ยนแบตเตอรี่ทันทีเพื่อความปลอดภัย

1. แบตเตอรี่ลดลงอย่างรวดเร็ว: ชาร์จเต็ม 100% แต่ใช้งานทั่วไปได้ไม่ถึง 2-3 ชั่วโมง

2. เครื่องดับเองกลางคัน: แบตเตอรี่ยังเหลือ 20% - 30% แต่เครื่องตัดการทำงานและดับไปเอง

3. ตัวเครื่องร้อนผิดปกติ: เครื่องร้อนจัดขณะใช้งานเบาๆ หรือร้อนมากขณะชาร์จไฟ

4. แบตเตอรี่บวม: สังเกตเห็นหน้าจอเผยอขึ้นมาจากตัวเครื่อง หรือฝาหลังนูนดันออกมา ให้เลิกใช้งานและเปลี่ยนทันทีเพราะเสี่ยงต่อการระเบิดหรือเพลิงไหม้

5. ต้องเสียบสายชาร์จตลอดเวลา: หากดึงสายชาร์จออกแล้วเครื่องดับทันที แสดงว่าแบตเตอรี่ไม่สามารถเก็บประจุได้แล้ว

สรุป หาก สุขภาพแบตเตอรี่บน Android หรือ iPhone ของคุณลดลงต่ำกว่า 80% หรือมีสัญญาณเตือนเรื่องแบตเตอรี่เสื่อม เช่น แบตหมดไว เครื่องดับเอง หรือแบตบวม การตัดสินใจเปลี่ยนแบตเตอรี่ก้อนใหม่กับศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน จะช่วยคืนความเร็ว ลื่นไหล และความปลอดภัยในการใช้งานสมาร์ทโฟนของคุณให้กลับมาเหมือนใหม่อีกครั้ง

สนับสนุนเนื้อหา:

บริการของเรา

ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง ให้บริการด้านไอทีครบวงจร

ทั้งงานอบรม (Training) สัมมนา รับเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ทั้ง SEO, PPC และ Social Media Marketing

ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอทีได้เลยค่ะ

แนะนำหลักสูตรที่น่าสนใจ

พัฒนาแอพแบบ Cross Platform สำหรับ Android และ iOS ด้วย Ionic Framework ขั้นสูง
พัฒนาแอพมือถือ

พัฒนาแอพแบบ Cross Platform สำหรับ Android และ iOS ด้วย Ionic Framework ขั้นสูง

หลักสูตรการพัฒนาแอพแบบ Cross Platform สำหรับ Android และ iOS ด้วย Ionic Framework ขั้นสูงนี้ เป็นหลักสูตรต่อเนื่องจากขั้นพื้นฐานและขั้นกลาง ซึ่งหากผู้เรียนมีความต้องการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่มีความซับซ้อน เกี่ยวข้องกับ API…

30 ชั่วโมง 5 วัน
11,250บาท 12,500 บาท
พัฒนาแอพแบบ Cross Platform สำหรับ Android และ iOS ด้วย Ionic Framework พื้นฐานถึงขั้นกลาง
พัฒนาแอพมือถือ

พัฒนาแอพแบบ Cross Platform สำหรับ Android และ iOS ด้วย Ionic Framework พื้นฐานถึงขั้นกลาง

การพัฒนาแอพพลิเคชั่นสมัยใหม่นอกจากความสวยงามของ UI และ UX แล้ว ความง่ายและความรวดเร็วในการพัฒนาเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่นักพัฒนาต้องการ ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทุกวัน การแข่งขันที่สูงขึ้น เวลาจึงเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมาก นักพัฒนาจึงต้องมองหาแนวทางใหม่ ๆ…

24 ชั่วโมง 4 วัน
6,750บาท 7,500 บาท
การเขียนโปรแกรม iOS ขั้นสูง เพื่อรองรับการให้บริการบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Devices)
พัฒนาแอพมือถือ

การเขียนโปรแกรม iOS ขั้นสูง เพื่อรองรับการให้บริการบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Devices)

The current number of apps on mobile applications is growing rapidly. To meet the demand for jobs and services, which vary according to the daily lives of individuals. By media type, iPhone and iPad devices provides a number of bases for a lot. It is…

30 ชั่วโมง 5 วัน
17,500บาท