ใครที่เริ่มใช้ Claude Code มาสักพักจะเห็นโฟลเดอร์ชื่อ .claude โผล่ขึ้นมาในโปรเจกต์ หลายคนปล่อยไว้แบบนั้นโดยไม่เคยเปิดดู ทั้งที่โฟลเดอร์นี้คือจุดที่กำหนดว่า Claude จะรู้อะไรเกี่ยวกับโปรเจกต์ ทำอะไรได้บ้าง และห้ามทำอะไร ถ้าเข้าใจโครงสร้างของมัน คุณจะคุมพฤติกรรมของ Claude ได้แม่นขึ้นมาก โดยไม่ต้องพิมพ์คำสั่งเดิมซ้ำทุกครั้งที่เปิดงานใหม่
บทความนี้ทีมงาน IT Genius เรียบเรียงเป็นภาษาไทยจากบทความ Anatomy of the .claude/ Folder โดย Avi Chawla แห่ง Daily Dose of Data Science พร้อมภาพประกอบจากต้นฉบับ และได้ตรวจเทียบกับเอกสารทางการของ Claude Code ฉบับปัจจุบันแล้ว จุดไหนที่เปลี่ยนไปจากตอนที่ต้นฉบับเขียน เราใส่หมายเหตุไว้ให้ตรงนั้นเลย
ภาพรวมของโฟลเดอร์ .claude

หมายเหตุภาพ: ในภาพเขียนว่าไฟล์ review.md จะกลายเป็นคำสั่ง /project:review ซึ่งเป็นรูปแบบเก่า ปัจจุบันเรียกเป็น /review ได้เลย (อธิบายเพิ่มในหัวข้อ commands ด้านล่าง)
ถ้าสรุปให้สั้นที่สุด ของในโฟลเดอร์นี้แบ่งได้เป็นสี่กลุ่มตามหน้าที่
- คำสั่งสอน ว่าโปรเจกต์นี้คืออะไร ใช้เครื่องมืออะไร มีข้อตกลงอะไร ได้แก่
CLAUDE.mdและโฟลเดอร์rules/ - ขั้นตอนงานที่ใช้ซ้ำ ได้แก่
commands/และskills/ - ผู้ช่วยเฉพาะทาง ได้แก่
agents/ - สิทธิ์และการตั้งค่า ได้แก่
settings.json
จริง ๆ แล้วมีสองโฟลเดอร์ ไม่ใช่โฟลเดอร์เดียว

จุดที่คนสับสนบ่อยที่สุดคือ Claude Code อ่านการตั้งค่าจากสองที่พร้อมกัน
.claude/ในโปรเจกต์ เป็นของทั้งทีม commit เข้า git ได้ ทุกคนที่ clone โปรเจกต์ไปจะได้กฎและเครื่องมือชุดเดียวกัน~/.claude/ในโฟลเดอร์บ้านของเรา เป็นของส่วนตัว ใช้กับทุกโปรเจกต์ที่เราเปิด และเก็บข้อมูลเฉพาะเครื่อง เช่น ประวัติการคุยและความจำอัตโนมัติ
ทั้งสองที่ถูกโหลดทุกครั้งที่เริ่ม session ใหม่ หลักจำง่าย ๆ คือ อะไรที่ทีมต้องรู้เหมือนกันใส่ในโปรเจกต์ อะไรที่เป็นนิสัยการทำงานของเราคนเดียวใส่ในโฟลเดอร์บ้าน
CLAUDE.md คู่มือที่ Claude อ่านทุกครั้งก่อนเริ่มงาน
ไฟล์นี้คือไฟล์ที่สำคัญที่สุดในทั้งระบบ เนื้อหาในไฟล์จะถูกโหลดเข้าไปเป็นบริบทตั้งแต่เริ่ม session ทุกครั้ง เปรียบเหมือนคู่มือรับพนักงานใหม่ที่ Claude ต้องอ่านก่อนลงมือ
เอกสารทางการแนะนำให้ ยาวไม่เกินราว 200 บรรทัด เพราะไฟล์ยิ่งยาวยิ่งกินพื้นที่บริบท และ Claude จะทำตามได้แม่นน้อยลง
ควรใส่อะไร
- คำสั่งที่ใช้บ่อย เช่น วิธี build รันเทสต์ และตรวจโค้ด
- การตัดสินใจเชิงสถาปัตยกรรมที่ดูจากโค้ดแล้วไม่รู้ว่าทำไมเป็นแบบนี้
- กับดักที่คนใหม่มักพลาด เช่น ห้ามแก้ไฟล์ config บางตัว หรือต้องรันคำสั่งไหนก่อน
- ข้อตกลงของทีม เช่น การตั้งชื่อ รูปแบบการจัดการ error และโครงสร้างโฟลเดอร์หลัก
ไม่ควรใส่อะไร
- กฎที่เครื่องมืออย่าง linter หรือ formatter บังคับอยู่แล้ว
- เอกสารฉบับเต็ม ให้ใส่ลิงก์หรือชี้ไปที่ไฟล์แทน
- คำอธิบายเชิงทฤษฎียาว ๆ ที่ไม่ได้ช่วยให้ทำงานถูกขึ้น
ตัวอย่าง CLAUDE.md แบบกระชับสำหรับเว็บ PHP ทั่วไป
# โปรเจกต์: ระบบลงทะเบียนอบรม
## คำสั่งที่ใช้
- เปิดระบบ local: docker compose up -d (เว็บอยู่ที่พอร์ต 88)
- รันเทสต์: vendor/bin/phpunit
## ข้อตกลง
- ทุก query ต้องใช้ prepared statement ห้ามต่อสตริง SQL เอง
- ชื่อไฟล์ controller ขึ้นต้นด้วยตัวใหญ่ เช่น Course.php
## ข้อควรระวัง
- ห้ามแก้ config/connect_db.php บนเซิร์ฟเวอร์จริง ไฟล์คนละชุดกับ local
- ฐานข้อมูลจริงเป็น latin1 ต้องใส่ SET NAMES utf8mb4 ทุกครั้ง
วิธีเริ่มที่ง่ายที่สุดคือพิมพ์ /init ใน Claude Code ระบบจะอ่านโปรเจกต์แล้วร่าง CLAUDE.md ให้ จากนั้นเราค่อยตัดส่วนที่ไม่จำเป็นออก
CLAUDE.local.md และลำดับการโหลดคำสั่ง
ถ้ามีความชอบส่วนตัวที่ใช้กับโปรเจกต์นี้โปรเจกต์เดียวและไม่อยากให้เพื่อนในทีมเห็น ให้สร้างไฟล์ CLAUDE.local.md ไว้ที่รากของโปรเจกต์ ไฟล์นี้จะถูกโหลดคู่กับ CLAUDE.md ทุกครั้ง
หมายเหตุจากการตรวจเอกสารปัจจุบัน ต้นฉบับบอกว่าไฟล์นี้ถูก gitignore ให้อัตโนมัติ แต่เอกสารทางการระบุให้เรา เพิ่ม CLAUDE.local.md ลงใน .gitignore เอง ถ้าลืม ไฟล์ส่วนตัวอาจหลุดขึ้น git ไปพร้อมกับงาน

ภาพนี้แสดงว่าไฟล์คำสั่งมาได้จากหลายชั้น ตั้งแต่นโยบายขององค์กร ไฟล์ส่วนตัวในโฟลเดอร์บ้าน ไฟล์ของโปรเจกต์ ไปจนถึงไฟล์ local ของเราเอง สิ่งที่ควรเข้าใจคือ ไฟล์เหล่านี้ถูกนำมาต่อกันทั้งหมด ไม่ได้เขียนทับกัน Claude เห็นทุกชั้นพร้อมกัน ดังนั้นถ้าเขียนคำสั่งขัดกันในสองไฟล์ Claude อาจเลือกทำตามไม่คงที่ ทางที่ดีคืออย่าเขียนเรื่องเดียวกันซ้ำหลายที่
โฟลเดอร์ rules แยกคำสั่งเป็นไฟล์ย่อย
พอโปรเจกต์โตขึ้น CLAUDE.md มักบวมจนเกิน 200 บรรทัด ทางออกคือแตกคำสั่งออกเป็นไฟล์ย่อยตามหัวข้อไว้ใน .claude/rules/ เช่น
.claude/rules/
├── code-style.md
├── testing.md
├── database.md
└── security.md
ความสามารถที่มีประโยชน์ที่สุดคือ กำหนดให้กฎโหลดเฉพาะตอนทำงานกับไฟล์บางกลุ่ม ด้วยการใส่ paths ไว้ส่วนหัวของไฟล์ เช่น กฎเรื่องฐานข้อมูลที่ควรโผล่มาเฉพาะตอนแก้ไฟล์ model
---
paths:
- "app/models/**/*.php"
- "database/migrations/**"
---
# กฎฐานข้อมูล
- ทุกตารางต้องมีคอลัมน์ created_at และ updated_at
- ห้ามลบคอลัมน์ใน migration ให้ทำเป็น migration ใหม่เสมอ
ไฟล์ใน rules ที่ไม่มี paths จะถูกโหลดทุก session เหมือน CLAUDE.md ส่วนไฟล์ที่มี paths จะประหยัดพื้นที่บริบท เพราะโหลดเฉพาะตอนที่เกี่ยวข้อง
โฟลเดอร์ commands สร้างคำสั่งลัดของตัวเอง

หมายเหตุภาพ: รูปแบบ /project:review ในภาพเป็นแบบเก่า ปัจจุบันไฟล์ .claude/commands/review.md เรียกใช้ด้วย /review
ไฟล์ markdown ทุกไฟล์ที่วางใน .claude/commands/ จะกลายเป็นคำสั่งที่พิมพ์เรียกได้ ชื่อไฟล์คือชื่อคำสั่ง เนื้อในไฟล์คือ prompt ที่จะส่งให้ Claude
มีสองลูกเล่นที่ทำให้คำสั่งพวกนี้มีพลังขึ้นมาก
- รันคำสั่ง shell ก่อนส่งให้ Claude เขียนเป็นเครื่องหมาย
!ตามด้วยคำสั่งในเครื่องหมาย backtick ระบบจะรันคำสั่งนั้นก่อน แล้วเอาผลลัพธ์ใส่แทนที่ Claude จึงได้ข้อมูลจริงไปทำงานเลย - รับค่าจากผู้ใช้ ด้วยตัวแปร
$ARGUMENTSข้อความที่พิมพ์ต่อท้ายชื่อคำสั่งจะถูกแทนเข้าไปตรงนั้น
ตัวอย่างไฟล์ .claude/commands/fix-issue.md
---
description: แก้ issue ตามหมายเลขที่ระบุ
---
อ่าน issue หมายเลข $ARGUMENTS จาก GitHub
สถานะ branch ปัจจุบัน:
!`git status --short`
หาสาเหตุ แก้ให้ตรงจุด และเขียนเทสต์ที่พิสูจน์ว่าแก้หายแล้ว
เวลาใช้ก็พิมพ์ /fix-issue 234 ตัวเลข 234 จะถูกแทนเข้าไปที่ $ARGUMENTS
หมายเหตุจากการตรวจเอกสารปัจจุบัน ต้นฉบับอธิบายว่าคำสั่งระดับโปรเจกต์เรียกด้วย /project:ชื่อ และคำสั่งส่วนตัวเรียกด้วย /user:ชื่อ แต่ปัจจุบัน ทั้งสองแบบเรียกด้วย /ชื่อ ได้ตรง ๆ และเอกสารทางการระบุว่า commands ถูกรวมเข้ากับระบบ skills แล้ว ไฟล์ใน commands/ ที่มีอยู่เดิมยังใช้งานได้ตามปกติ
โฟลเดอร์ skills ขั้นตอนงานที่ Claude หยิบใช้เองได้

หมายเหตุภาพ: ฝั่ง Commands ในภาพใช้รูปแบบเก่า /project:review ปัจจุบันคือ /review
ความต่างหลักระหว่าง commands กับ skills อยู่ที่ ใครเป็นคนกดเริ่ม command รอให้เราพิมพ์สั่ง ส่วน skill คอยดูว่างานตรงหน้าตรงกับคำอธิบายของตัวเองไหม ถ้าตรง Claude จะหยิบมาใช้เอง
skill แต่ละตัวเป็นโฟลเดอร์ ข้างในมีไฟล์หลักชื่อ SKILL.md และวางไฟล์ประกอบอื่น ๆ ไว้ด้วยได้ เช่น เทมเพลตหรือคู่มือละเอียด
.claude/skills/
├── security-review/
│ ├── SKILL.md
│ └── CHECKLIST.md
└── release/
├── SKILL.md
└── templates/
└── changelog.md
ส่วนหัวของ SKILL.md กำหนดพฤติกรรมของ skill
---
name: security-review
description: ตรวจช่องโหว่ความปลอดภัยในโค้ดที่แก้ไข ใช้เมื่อมีการแก้ไขส่วน login ฟอร์ม หรือ query ฐานข้อมูล
allowed-tools: Read, Grep, Glob
---
ตรวจตามรายการใน CHECKLIST.md ทีละข้อ แล้วรายงานเฉพาะจุดที่พบปัญหาจริง
descriptionสำคัญที่สุด เพราะ Claude ใช้ข้อความนี้ตัดสินใจว่าจะหยิบ skill มาใช้เมื่อไร เขียนให้ชัดว่าใช้ในสถานการณ์ไหนallowed-toolsอนุญาตเครื่องมือล่วงหน้าให้ skill ใช้ได้โดยไม่ต้องถามทุกครั้ง- skill ส่วนตัวที่อยากใช้ทุกโปรเจกต์ ให้วางไว้ใน
~/.claude/skills/
โฟลเดอร์ agents ผู้ช่วยเฉพาะทางที่มีหน้าตักของตัวเอง

ไฟล์ใน .claude/agents/ คือการนิยาม subagent หรือผู้ช่วยเฉพาะทาง จุดเด่นคือ subagent ทำงานในบริบทแยกของตัวเอง พอทำเสร็จจะส่งกลับมาแค่ผลสรุป งานที่ต้องอ่านไฟล์เยอะ ค้นหาเยอะ หรือเจอ log ยาว ๆ จึงไม่ไปรกบทสนทนาหลักของเรา
ตัวอย่างไฟล์ .claude/agents/code-reviewer.md
---
name: code-reviewer
description: รีวิวโค้ดที่เพิ่งแก้ หาบั๊กและจุดที่ไม่ตรงข้อตกลงของทีม ใช้หลังแก้โค้ดเสร็จทุกครั้ง
tools: Read, Grep, Glob
model: sonnet
---
คุณคือผู้รีวิวโค้ดที่เข้มงวด ตรวจเฉพาะไฟล์ที่เปลี่ยนแปลง
รายงานเป็นรายการสั้น ๆ พร้อมชื่อไฟล์และบรรทัด
toolsจำกัดเครื่องมือที่ใช้ได้ ตัวอย่างนี้อ่านอย่างเดียว แก้ไฟล์ไม่ได้ เหมาะกับงานตรวจที่ไม่ควรแตะโค้ดmodelเลือกโมเดลให้เหมาะกับงาน ใส่ได้ทั้งhaiku,sonnet,opusหรือinheritเพื่อใช้โมเดลเดียวกับบทสนทนาหลัก งานค้นหาง่าย ๆ ใช้โมเดลเล็กจะประหยัดกว่ามาก- agent ส่วนตัวที่ใช้ทุกโปรเจกต์ วางไว้ใน
~/.claude/agents/
settings.json กำหนดว่า Claude ทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้
ไฟล์ .claude/settings.json คือที่กำหนดสิทธิ์ แบ่งเป็นรายการที่อนุญาตให้ทำได้เลย และรายการที่ห้ามเด็ดขาด คำสั่งไหนไม่อยู่ในทั้งสองรายการ Claude จะถามเราก่อนทุกครั้ง
{
"$schema": "https://json.schemastore.org/claude-code-settings.json",
"permissions": {
"allow": [
"Bash(npm run test *)",
"Bash(npm run lint)",
"Bash(git status)",
"Bash(git diff *)"
],
"deny": [
"Bash(rm -rf *)",
"Read(./.env)",
"Read(./.env.*)"
]
}
}
- บรรทัด
$schemaช่วยให้ editor อย่าง VS Code เติมคำและเตือนเมื่อเขียนผิดรูปแบบ - ใส่คำสั่งที่ปลอดภัยและใช้บ่อยไว้ใน
allowจะได้ไม่ถูกถามซ้ำ - ใส่ไฟล์ลับอย่าง
.envและคำสั่งอันตรายไว้ในdenyเป็นกำแพงชั้นสุดท้าย
ถ้าต้องการสิทธิ์พิเศษเฉพาะเครื่องตัวเองโดยไม่กระทบทีม ใช้ไฟล์ .claude/settings.local.json ซึ่งมีลำดับความสำคัญสูงกว่าไฟล์ของโปรเจกต์
หมายเหตุจากการตรวจเอกสารปัจจุบัน ไฟล์ settings.local.json จะถูกกันออกจาก git ให้อัตโนมัติ เฉพาะกรณีที่ Claude Code เป็นคนสร้างไฟล์เอง ถ้าเราสร้างไฟล์ด้วยมือ ต้องเพิ่มลง .gitignore เอง
โฟลเดอร์ ~/.claude ของส่วนตัว
โฟลเดอร์ในบ้านของเรามีโครงคล้ายของโปรเจกต์ แต่ใช้กับทุกโปรเจกต์
~/.claude/CLAUDE.mdความชอบส่วนตัวที่อยากให้ใช้ทุกที่ เช่น ภาษาที่อยากให้ตอบ หรือสไตล์การเขียนโค้ด~/.claude/commands/,skills/,agents/เครื่องมือส่วนตัวที่ใช้ได้ทุกโปรเจกต์~/.claude/projects/เก็บประวัติการคุยของแต่ละโปรเจกต์ และความจำอัตโนมัติที่ Claude จดเองจากการที่เราแก้ไขหรือบอกความชอบ อยู่ในโฟลเดอร์memory/ของแต่ละโปรเจกต์ เปิดดูและแก้ได้ด้วยคำสั่ง/memory
ภาพรวมทั้งหมดในที่เดียว
โปรเจกต์/
├── CLAUDE.md คู่มือของทีม (commit)
├── CLAUDE.local.md ความชอบส่วนตัว (ต้องเพิ่มใน .gitignore เอง)
└── .claude/
├── settings.json สิทธิ์ของทีม (commit)
├── settings.local.json สิทธิ์ส่วนตัว
├── rules/ คำสั่งแยกไฟล์ เลือกโหลดตาม path ได้
├── commands/ คำสั่งลัดที่เราสั่งเอง → /ชื่อไฟล์
├── skills/ ขั้นตอนงานที่ Claude หยิบใช้เองได้
└── agents/ ผู้ช่วยเฉพาะทาง ทำงานในบริบทแยก
~/.claude/
├── CLAUDE.md ความชอบส่วนตัวที่ใช้ทุกโปรเจกต์
├── settings.json การตั้งค่าส่วนตัว
├── commands/ skills/ agents/ เครื่องมือส่วนตัว
└── projects/ ประวัติการคุยและความจำอัตโนมัติ
เริ่มตั้งค่าแบบใช้งานได้จริงใน 5 ขั้น
- พิมพ์
/initให้ Claude ร่าง CLAUDE.md แล้วตัดให้เหลือเฉพาะสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ - สร้าง
.claude/settings.jsonอนุญาตคำสั่งที่ใช้บ่อย และห้ามอ่านไฟล์ลับกับคำสั่งอันตราย - ทำคำสั่งลัดสัก 1 ถึง 2 ตัว สำหรับงานที่ทำซ้ำบ่อยที่สุด เช่น รีวิวโค้ดก่อน commit หรือแก้ issue
- เมื่อ CLAUDE.md เริ่มยาว ย้ายส่วนที่เกี่ยวกับไฟล์บางกลุ่มไปไว้ใน
.claude/rules/พร้อมกำหนดpaths - สร้าง
~/.claude/CLAUDE.mdใส่ความชอบส่วนตัวที่อยากให้ใช้ทุกโปรเจกต์
ไม่จำเป็นต้องทำครบทุกอย่างในวันแรก เริ่มจาก CLAUDE.md ไฟล์เดียวก็ได้ผลต่างชัดเจนแล้ว จากนั้นค่อยเติมเมื่อเจอว่าต้องบอก Claude เรื่องเดิมซ้ำ
สรุปสำหรับมือใหม่
- มีสองโฟลเดอร์
.claude/ในโปรเจกต์เป็นของทีม ส่วน~/.claude/เป็นของเราคนเดียว ใช้ทุกโปรเจกต์ - CLAUDE.md คือไฟล์ที่คุ้มค่าที่สุด เขียนให้กระชับ ไม่เกินราว 200 บรรทัด เริ่มด้วย
/init - rules/ ใช้แตกคำสั่งเป็นไฟล์ย่อย และเลือกให้โหลดเฉพาะตอนทำงานกับไฟล์ที่เกี่ยวข้องได้
- commands/ คือคำสั่งลัดที่เราพิมพ์เรียกเอง เรียกด้วย
/ชื่อไฟล์ - skills/ คือขั้นตอนงานที่ Claude เลือกหยิบใช้เองเมื่องานตรงกับคำอธิบาย
- agents/ คือผู้ช่วยเฉพาะทางที่ทำงานในบริบทแยก แล้วส่งกลับมาแค่สรุป
- settings.json คุมสิทธิ์ อนุญาตสิ่งที่ปลอดภัย ห้ามสิ่งที่อันตราย ที่เหลือ Claude จะถามก่อน
- ไฟล์ .local ใช้สำหรับของส่วนตัวในโปรเจกต์ ตรวจให้แน่ใจว่าไม่หลุดขึ้น git
คำถามที่พบบ่อย
ต้อง commit โฟลเดอร์ .claude ขึ้น git ไหม
ควร commit ส่วนที่เป็นของทีม ได้แก่ settings.json, rules/, commands/, skills/ และ agents/ เพื่อให้ทุกคนในทีมได้ของชุดเดียวกัน ส่วนไฟล์ที่ลงท้ายด้วย .local ไม่ควร commit
commands กับ skills ควรใช้อันไหน
ถ้าเป็นงานที่อยากสั่งเองเป็นครั้ง ๆ ไฟล์เดียวจบ ใช้ commands ก็พอ ถ้าอยากให้ Claude หยิบใช้เองเมื่อเจองานที่ตรง หรือต้องมีไฟล์ประกอบหลายไฟล์ ใช้ skills ปัจจุบันทั้งสองแบบถูกรวมเป็นระบบเดียวกันแล้ว จึงเริ่มจากแบบไหนก็ได้
เขียนกฎใน CLAUDE.md แล้ว Claude จะทำตามร้อยเปอร์เซ็นต์ไหม
ไม่ CLAUDE.md เป็นบริบทที่ Claude ใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่การบังคับ ถ้ามีสิ่งที่ห้ามเกิดขึ้นเด็ดขาด เช่น ห้ามอ่านไฟล์รหัสผ่าน ให้ใส่ไว้ใน deny ของ settings.json ด้วย
CLAUDE.md ยาวเกิน 200 บรรทัดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น
ยังโหลดได้ แต่กินพื้นที่บริบทมากขึ้น และ Claude มักทำตามได้แม่นน้อยลง ทางแก้คือย้ายส่วนที่เฉพาะเจาะจงไปไว้ใน rules/ พร้อมกำหนด paths
อ้างอิง
- Avi Chawla, Daily Dose of Data Science, Anatomy of the .claude/ Folder (มีนาคม 2026)
- เอกสาร Claude Code: Memory, Slash commands และ Skills, Subagents, Settings
- ภาพประกอบทั้ง 6 ภาพจากบทความต้นฉบับของ Daily Dose of Data Science ใช้โดยได้รับอนุญาตจากต้นทาง
บทความนี้เป็นการเรียบเรียงเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน IT Genius Engineering ตัวอย่างโค้ดในบทความเขียนขึ้นใหม่ให้เข้ากับผู้อ่านชาวไทย และมีการปรับเนื้อหาบางจุดให้ตรงกับ Claude Code เวอร์ชันปัจจุบัน หากต้องการอ่านฉบับภาษาอังกฤษ สามารถเข้าไปที่ลิงก์อ้างอิงด้านบน
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง (IT Genius Engineering) ให้บริการด้านไอทีครบวงจร ทั้งงานด้านการอบรม (Training) สัมมนา รับงานเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทั้ง SEO , PPC , และ Social media marketting
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ
Line : @itgenius (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://lin.ee/xoFlBFeFacebook : https://www.facebook.com/itgeniusonline
Tel : 02-570-8449 มือถือ 088-807-9770 และ 092-841-7931
Email : contact@itgenius.co.th
แนะนำหลักสูตรอบรมที่น่าสนใจ
Claude Code Roadmap 12 บทเรียนจากพื้นฐานสู่ AI Coding Workflow
Claude Code ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสำหรับถาม AI ให้ช่วยเขียนโค้ด แต่ทำหน้าที่เสมือน A...
AI Coding Agent for SDLC พัฒนาซอฟต์แวร์ครบวงจรด้วย AI Agent
นักพัฒนาส่วนใหญ่ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดกันแล้ว แต่ยังใช้แบบสั่งทีละงานแล้วคัดลอกผลลัพธ์มาว...
AI-Powered System Analysis & Design ออกแบบระบบตั้งแต่ Requirement ถึง Architecture
งานวิเคราะห์และออกแบบระบบใช้เวลาไปกับการเขียนเอกสารและวาด Diagram มากกว่าการคิดออกแบบจร...
AI Fullstack Web Builder จากศูนย์สู่ Production ด้วย AI Agent
หลักสูตรนี้พาผู้เรียนเดินทางครบเส้นทางในสองวัน จากคนที่ยังไม่เคยเขียนโปรแกรมมาก่อน ไปจน...
คำค้นหา : Claude Code.claudeCLAUDE.mdskillssubagentsslash commandsettings.jsonAI codingAnthropic





