สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
ฐานข้อมูล · DBC-53

Data Engineering Bootcamp

หลักสูตร Data Engineering Bootcamp เป็นการอบรมการสร้าง Data Pipeline ครบวงจร ทั้ง Batch และ Streaming ด้วย Kafka, Lakehouse บน Iceberg และ PySpark, dbt และ Airflow เหมาะกับนักพัฒนาที่ต้องการก้าวสู่งาน Data Engineer และ Data Analyst ที่ดูแล Pipeline เอง จบแล้วได้ Data Platform ต้นแบบพร้อม Dashboard

อัปเดตล่าสุด
ราคาเริ่มต้น 14,310 บาท / ท่าน 15,900 −10% ยังไม่รวม VAT 7% · มีราคาหมู่คณะ
PDFดาวน์โหลด Course Outline
  • ระยะเวลา30 ชั่วโมง · 5 วัน
  • รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
  • รอบถัดไปเปิดตามคำขอ
  • ใบรับรองมี Certificate

ภาพรวมหลักสูตร

องค์กรส่วนใหญ่มีข้อมูลกระจายอยู่หลายระบบ ทั้งฐานข้อมูลของระบบงาน ไฟล์ส่งออกรายวัน และข้อมูลเหตุการณ์แบบ Real-time ขณะที่ฝ่ายธุรกิจและทีม AI ต้องการข้อมูลที่สะอาด เชื่อถือได้ และพร้อมใช้อย่างรวดเร็ว ปัญหาที่พบบ่อยคือ Pipeline ถูกสร้างแบบเฉพาะกิจ ไม่มีการทดสอบคุณภาพข้อมูล ไม่มีการจัดลำดับงานที่ชัดเจน และขยายต่อได้ยากเมื่อปริมาณข้อมูลเพิ่มขึ้น

หลักสูตรนี้พาผู้เรียนสร้าง Data Platform ครบวงจรให้ร้านค้าปลีกจำลอง MetroMart ด้วยเครื่องมือโอเพนซอร์สที่ใช้กันแพร่หลาย ได้แก่ PostgreSQL, Python กับ Polars และ DuckDB, Apache Kafka, Apache Spark (PySpark), Apache Iceberg บน S3-compatible Object Storage, dbt Core และ Apache Airflow 3 รันทั้งหมดด้วย Docker Compose บนเครื่องผู้เรียน จบหลักสูตรจะได้ Pipeline ที่รับข้อมูลทั้งแบบ Batch และ Streaming จัดเก็บแบบ Lakehouse แปลงเป็น Star Schema มี Data Quality Gate อัตโนมัติ และส่งต่อให้เครื่องมือ BI ใช้งานได้จริง (อบรม 5 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง ระดับ Intermediate)

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • เข้าใจบทบาท Data Engineer และสถาปัตยกรรม Data Platform สมัยใหม่ ทั้ง Warehouse, Data Lake และ Lakehouse
  • ออกแบบ Star Schema พร้อม Slowly Changing Dimension และเขียน SQL เชิงวิเคราะห์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • สร้าง Batch Ingestion แบบ Incremental และ Idempotent ด้วย Python, Polars และ DuckDB
  • เข้าใจ Event Streaming และ Change Data Capture และใช้ Apache Kafka รับส่งข้อมูลแบบ Real-time ได้
  • จัดเก็บข้อมูลแบบ Lakehouse ด้วย Apache Iceberg และประมวลผลด้วย PySpark
  • ใช้ dbt Core แปลงข้อมูล ทดสอบข้อมูล และสร้างเอกสาร Lineage ได้
  • จัดลำดับและตั้งเวลางานด้วย Apache Airflow 3 พร้อม Retry การแจ้งเตือน และ Backfill
  • วาง Data Quality Gate และ Data Contract แล้วส่งต่อข้อมูลให้ทีม BI และทีม AI

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • นักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ต้องการก้าวสู่สายงาน Data Engineer
  • Data Analyst และ BI Developer ที่ต้องการสร้างและดูแล Pipeline ด้วยตนเอง
  • ทีม IT ที่รับผิดชอบการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างระบบในองค์กร
  • ทีมที่กำลังวางรากฐานข้อมูลสำหรับโครงการ Analytics และ AI

พื้นฐานของผู้เข้าอบรม

  • เขียน Python ได้ในระดับพื้นฐาน เช่น ฟังก์ชัน, List, Dictionary และการติดตั้ง Package
  • เขียน SQL พื้นฐานได้ เช่น SELECT, JOIN และ GROUP BY
  • ใช้ Command Line และ Git เบื้องต้นได้ และเข้าใจแนวคิด Container เบื้องต้น
  • ไม่จำเป็นต้องเคยใช้ Kafka, Spark, Airflow หรือ dbt มาก่อน วิทยากรปูแนวคิดก่อนลงมือทุกเครื่องมือ

หัวข้อการฝึกอบรม

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้ต่อยอดจากหลักสูตร Modern Data Engineering and Lakehouse Architecture (3 วัน) ซึ่งเน้นแนวคิดและสถาปัตยกรรม Lakehouse โดยขยายเป็น Bootcamp 5 วันที่ลงมือสร้างครบทั้งเส้นทาง เพิ่ม Streaming และ Change Data Capture ด้วย Apache Kafka การประมวลผลข้อมูลจำนวนมากด้วย Apache Spark (PySpark) การแปลงข้อมูลด้วย dbt Core การจัดลำดับงานด้วย Apache Airflow 3 และการวาง Data Quality Gate จนถึง Dashboard อบรม 5 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.)

รูปแบบ Workshop ต่อเนื่องบนโปรเจกต์จำลองร้านค้าปลีก MetroMart ซึ่งใช้ข้อมูลจำลองทั้งหมด ทุก Service รันด้วย Docker Compose บน Notebook ของผู้เรียน ไม่ต้องใช้บัญชี Cloud เครื่องมือทั้งหมดเป็นโอเพนซอร์ส และเนื่องจาก MinIO รุ่น Community หยุดพัฒนาแล้ว Lab จึงใช้ S3-compatible Object Storage แบบโอเพนซอร์สที่ยังได้รับการดูแล ผู้เรียนจะได้ไฟล์ Docker Compose ของ Data Stack ซอร์สโค้ด Pipeline, dbt Project และ Airflow DAG กลับไปปรับใช้กับงานขององค์กร

Day 1 Data Engineering Foundations และ Dimensional Modeling

Section 1: บทบาท Data Engineer และสถาปัตยกรรม Data Platform

  • ความต่างของ Data Engineer, Data Analyst และ Data Scientist
  • เปรียบเทียบ Data Warehouse, Data Lake และ Lakehouse
  • ETL กับ ELT และ Medallion Architecture (Bronze, Silver, Gold)
  • Batch กับ Streaming ควรเลือกใช้เมื่อใด

Section 2: Lab: ติดตั้ง Data Stack ด้วย Docker Compose

  • โครงสร้าง docker-compose.yml ของ Data Stack หลาย Service
  • Volume, Network และ Environment Variable
  • ตรวจสถานะ Service และอ่าน Log เมื่อเกิดปัญหา
  • จัดสรร RAM และ CPU ให้เหมาะกับเครื่องผู้เรียน
  • Lab: เปิด Data Stack ของ MetroMart และตรวจว่าทุก Service พร้อมใช้งาน

Section 3: Lab: SQL สำหรับงานวิเคราะห์ข้อมูล

  • ทบทวน JOIN, GROUP BY และ Subquery
  • Common Table Expression (CTE) และ Window Function เช่น ROW_NUMBER, LAG และ SUM OVER
  • อ่าน Execution Plan และ Index เบื้องต้น
  • Lab: วิเคราะห์ยอดขายสะสมและอันดับสินค้าของ MetroMart

Section 4: Dimensional Modeling (Star Schema)

  • Fact Table กับ Dimension Table และการกำหนด Grain
  • Surrogate Key และ Natural Key
  • Slowly Changing Dimension (SCD Type 1 และ Type 2)
  • ออกแบบ Date Dimension

Section 5: Workshop Day 1: Star Schema ของ MetroMart

  • โหลดข้อมูลจำลองของ MetroMart เข้า PostgreSQL
  • ออกแบบ fact_sales, dim_product, dim_customer, dim_store และ dim_date
  • กำหนด Grain และ Key ของแต่ละตารางพร้อมเหตุผล
  • Workshop: เขียน SQL วิเคราะห์ยอดขายตามสาขา หมวดสินค้า และช่วงเวลา
Day 2 Data Ingestion: Batch และ Streaming

Section 6: Batch Ingestion ด้วย Python

  • รูปแบบไฟล์ CSV, JSON และ Parquet ข้อดีและข้อจำกัด
  • Full Load กับ Incremental Load และการใช้ Watermark
  • ออกแบบ Pipeline ให้ Idempotent รันซ้ำแล้วผลไม่เพี้ยน
  • Lab: ดึงข้อมูลสินค้าและลูกค้าจาก PostgreSQL แบบ Incremental

Section 7: Lab: Polars และ DuckDB

  • Polars DataFrame, Lazy API และ Expression
  • DuckDB Query ไฟล์ Parquet และ CSV ได้โดยตรงด้วย SQL
  • เปรียบเทียบกับ pandas และเลือกเครื่องมือให้เหมาะกับขนาดข้อมูล
  • Lab: แปลงไฟล์ CSV ของสาขาเป็น Parquet ด้วย Polars แล้วตรวจด้วย DuckDB

Section 8: Event Streaming ด้วย Apache Kafka

  • Topic, Partition, Offset, Producer, Consumer และ Consumer Group
  • Kafka 4 ทำงานด้วย KRaft โดยไม่ต้องใช้ ZooKeeper
  • Delivery Semantics: At-most-once, At-least-once และ Exactly-once
  • Lab: สร้าง Topic และดู Partition กับ Offset ด้วยเครื่องมือ Command Line

Section 9: Change Data Capture (CDC)

  • หลักการ CDC จาก Transaction Log ของฐานข้อมูล
  • Kafka Connect และ Debezium กับ PostgreSQL (สาธิต)
  • จัดการ Schema ของ Event และ Schema Evolution
  • เมื่อใดควรใช้ CDC แทนการดึงข้อมูลแบบ Batch

Section 10: Workshop Day 2: Ingestion ของ MetroMart

  • Batch Pipeline ดึงข้อมูลจาก PostgreSQL และไฟล์ CSV ของสาขาเป็น Parquet
  • Producer ด้วย Python จำลองเหตุการณ์คำสั่งซื้อส่งเข้า Kafka Topic
  • Consumer ที่บันทึกข้อมูลลงพื้นที่จัดเก็บข้อมูลดิบ
  • Workshop: รัน Pipeline ซ้ำและหยุด Consumer กลางคัน แล้วตรวจว่าข้อมูลไม่ซ้ำและไม่หาย
Day 3 Lakehouse และ Distributed Processing

Section 11: Object Storage และ Lakehouse

  • S3-compatible Object Storage การจัดการ Bucket และสิทธิ์
  • ปัญหาของ Data Lake แบบไฟล์ล้วน และเหตุผลที่ต้องมี Table Format
  • เปรียบเทียบ Apache Iceberg, Delta Lake และ Apache Hudi
  • Lab: สร้าง Bucket และสิทธิ์สำหรับ Bronze, Silver และ Gold

Section 12: Lab: Apache Iceberg เชิงลึก

  • โครงสร้าง Metadata, Manifest และ Snapshot
  • REST Catalog และการเชื่อมต่อจากหลาย Engine
  • Schema Evolution, Partition Evolution และ Hidden Partitioning
  • Time Travel และการ Rollback ข้อมูล
  • Lab: เพิ่มคอลัมน์และย้อนดูข้อมูลก่อนแก้ไขด้วย Time Travel

Section 13: Lab: Apache Spark และ PySpark

  • สถาปัตยกรรม Spark: Driver, Executor, Job, Stage และ Task
  • DataFrame API และ Spark SQL
  • Transformation กับ Action และ Lazy Evaluation
  • อ่านเขียนตาราง Iceberg ด้วย Spark 4
  • Lab: อ่าน Spark UI เพื่อดู Stage และ Shuffle ของงานจริง

Section 14: ออกแบบ Bronze และ Silver Layer

  • ทำความสะอาดข้อมูล จัดการค่า Null และข้อมูลซ้ำ
  • Merge และ Upsert ข้อมูลด้วย MERGE INTO
  • จัดการไฟล์ขนาดเล็ก (Compaction) และบำรุงรักษาตาราง
  • Lab: Compaction และลบ Snapshot เก่าของตาราง Iceberg

Section 15: Workshop Day 3: Lakehouse ของ MetroMart

  • นำข้อมูลดิบจาก Day 2 จัดเก็บเป็นตาราง Iceberg ใน Bronze Layer
  • เขียนงาน PySpark ทำความสะอาดและลบข้อมูลซ้ำ
  • Upsert เข้าสู่ Silver Layer ด้วย MERGE INTO
  • Workshop: ทดลอง Schema Evolution และ Time Travel บนข้อมูลคำสั่งซื้อ
Day 4 Transformation ด้วย dbt และ Orchestration ด้วย Airflow

Section 16: dbt Core พื้นฐาน

  • โครงสร้าง dbt Project, Profile และ Adapter
  • Model, Source, ref และ Dependency Graph
  • Materialization: View, Table, Incremental และ Ephemeral
  • Lab: สร้าง Staging Model จาก Silver Layer

Section 17: Lab: dbt สำหรับงานระดับองค์กร

  • แบ่งชั้น Model เป็น Staging, Intermediate และ Mart
  • Jinja, Macro และ Package
  • Snapshot สำหรับ SCD Type 2
  • dbt Docs และ Lineage Graph
  • Lab: สร้าง fact_sales และ Dimension พร้อม Snapshot ของลูกค้า

Section 18: Apache Airflow 3 พื้นฐาน

  • สถาปัตยกรรม Airflow 3: Scheduler, API Server, DAG Processor, Triggerer และ Worker
  • เขียน DAG และ Task ด้วย TaskFlow API
  • Assets และการตั้งเวลาแบบ Data-aware
  • ติดตามผลการรันผ่าน UI ของ Airflow 3

Section 19: Orchestration ระดับใช้งานจริง

  • Retry, Timeout, Callback และ Deadline Alerts สำหรับแจ้งเตือนงานที่ล่าช้า
  • ส่งค่าระหว่าง Task และจัดการ Connection กับ Variable อย่างปลอดภัย
  • เรียกงาน Spark และ dbt จาก Airflow
  • Backfill และการรันซ้ำย้อนหลัง

Section 20: Workshop Day 4: Pipeline อัตโนมัติ

  • เขียน DAG ที่รัน Ingestion, งาน PySpark และ dbt ตามลำดับ Dependency
  • ตั้ง Retry และการแจ้งเตือนเมื่อ Task ล้มเหลว
  • ใช้ Assets ให้ Gold Layer รันต่อเมื่อ Silver Layer อัปเดต
  • Workshop: ทำให้ Task ล้มเหลวโดยตั้งใจ แก้ไข แล้วรันซ้ำเฉพาะส่วนที่พลาด
Day 5 Data Quality, Serving และ Master Workshop

Section 21: Lab: Data Quality และ Data Contract

  • มิติคุณภาพข้อมูล: Completeness, Accuracy, Freshness และ Uniqueness
  • dbt Tests แบบ Generic และ Singular และ Source Freshness
  • Data Contract ระหว่างทีมผู้ผลิตและผู้ใช้ข้อมูล
  • Lab: วาง Quality Gate ให้ Pipeline หยุดเมื่อข้อมูลผิดปกติ

Section 22: Observability และการดูแล Pipeline

  • ติดตาม Log, Metric และระยะเวลาการรัน
  • ออกแบบการแจ้งเตือนให้ทีมรู้ปัญหาได้รวดเร็วโดยไม่แจ้งถี่เกินไป
  • แนวทาง Incident Response สำหรับ Data Pipeline
  • Runbook สำหรับเหตุการณ์ที่พบบ่อย เช่น ข้อมูลมาล่าช้าหรือ Schema เปลี่ยน

Section 23: Lab: Serving Layer สำหรับ BI และ AI

  • ออกแบบ Mart ให้เหมาะกับ Dashboard
  • เชื่อมต่อ Metabase หรือ Apache Superset และแนวทางเชื่อม Power BI
  • เตรียมข้อมูลให้ทีม AI นำไปใช้ต่อ เช่น Feature Table
  • Lab: Dashboard ยอดขายรายวันแยกตามสาขาและหมวดสินค้า

Section 24: แนวทางนำไปใช้ในองค์กร

  • Data Governance เบื้องต้น การกำหนดเจ้าของข้อมูลและสิทธิ์การเข้าถึง
  • การย้าย Stack ขึ้น Cloud หรือ Kubernetes
  • Stream Processing ขั้นสูงอย่าง Apache Flink และ Kafka Streams (ภาพรวม)
  • วางแผนพัฒนาทีม Data Engineering

Section 25: Master Workshop: MetroMart Data Platform

  • รวม Batch และ Streaming Ingestion, Lakehouse บน Iceberg, PySpark, dbt และ Airflow เป็น Pipeline เดียว
  • เพิ่ม Data Quality Gate และการแจ้งเตือน
  • ทดสอบสถานการณ์ข้อมูลผิดรูปแบบและข้อมูลมาล่าช้า
  • สรุปผลบน Dashboard และนำเสนอสถาปัตยกรรมของทีม

รอบอบรมและรูปแบบการอบรม

สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป

ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770

สำหรับองค์กร — In-house / Private Training

  • ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
  • เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
  • ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร

วิทยากรผู้สอน

คำถามที่พบบ่อย

หลักสูตรนี้ต่างจาก Modern Data Engineering and Lakehouse Architecture อย่างไร

Modern Data Engineering and Lakehouse Architecture เป็นหลักสูตร 3 วันที่เน้นแนวคิดและสถาปัตยกรรม Lakehouse หลักสูตรนี้เป็น Bootcamp 5 วันที่ลงมือสร้างครบทั้งเส้นทางบนโปรเจกต์เดียว เพิ่ม Streaming และ CDC ด้วย Apache Kafka การประมวลผลด้วย PySpark การแปลงข้อมูลด้วย dbt Core การจัดลำดับงานด้วย Airflow 3 และ Data Quality Gate จนถึง Dashboard เหมาะกับผู้ที่ต้องการเห็นและสร้าง Data Platform ทั้งระบบด้วยตนเอง

ต้องใช้บัญชี Cloud หรือไม่

ไม่ต้อง ทุก Service ทั้ง PostgreSQL, Kafka, Object Storage, Spark, Iceberg Catalog, Airflow และเครื่องมือ BI รันด้วย Docker Compose บน Notebook ของผู้เรียน และเป็นโอเพนซอร์สทั้งหมด การย้าย Stack ขึ้น Cloud หรือ Kubernetes และบริการ Data Platform ของผู้ให้บริการ Cloud ต่าง ๆ จะกล่าวถึงในเชิงแนวคิดและแนวทางการย้ายระบบ

Notebook ต้องมีสเปกเท่าไร

ควรมี RAM อย่างน้อย 16 GB (แนะนำ 32 GB) และพื้นที่ว่างอย่างน้อย 40 GB เพราะต้องรันหลาย Service พร้อมกัน ติดตั้ง Docker Desktop (Windows ต้องเปิด WSL2) หรือ Docker Engine และทดสอบรัน Container ได้ ติดตั้ง Python 3.12 ขึ้นไป, Git และ VS Code ไว้ก่อนวันอบรม และควรดาวน์โหลด Docker Image ล่วงหน้าตามรายการที่วิทยากรส่งให้ เพื่อไม่ให้เสียเวลาดาวน์โหลดในห้องเรียน

ทำไมไม่ใช้ MinIO เป็น Object Storage

MinIO รุ่น Community หยุดเผยแพร่ Docker Image อย่างเป็นทางการและ Repository ถูกปิดเป็นแบบอ่านอย่างเดียวในปี 2026 จึงไม่เหมาะเป็นฐานของ Lab ที่ผู้เรียนจะนำกลับไปใช้ต่อ หลักสูตรใช้ S3-compatible Object Storage แบบโอเพนซอร์สที่ยังได้รับการดูแล โดยเลือกตัวที่เหมาะสม ณ วันอบรม แนวคิดและโค้ดที่เชื่อมผ่าน S3 API ใช้ได้เหมือนกันกับ Object Storage แบบ S3-compatible ทั่วไปรวมถึงบริการบน Cloud

หลักสูตรครอบคลุม Apache Flink หรือ Kafka Streams หรือไม่

ไม่ลงมือทำ Lab ในส่วนนี้ Stream Processing ขั้นสูงอย่าง Apache Flink และ Kafka Streams รวมถึงการติดตั้ง Kafka และ Spark แบบ Cluster ขนาดใหญ่ จะกล่าวถึงในเชิงแนวคิดในวันสุดท้าย เนื่องจากต้องใช้เวลาและทรัพยากรมากกว่ากรอบ 5 วัน ส่วน Debezium CDC เป็นการสาธิตเพื่อให้เห็นภาพการทำงาน Lab หลักของ Streaming คือ Producer และ Consumer ด้วย Python บน Kafka

ใช้เวอร์ชันของเครื่องมืออะไรบ้าง

หลักสูตรอิงรุ่นเสถียรล่าสุด ณ วันอบรม ณ เดือนตุลาคม 2026 ได้แก่ Apache Kafka 4 ที่ทำงานด้วย KRaft, Apache Spark 4, Apache Airflow 3, dbt Core, DuckDB และ Polars รุ่นปัจจุบัน และ PostgreSQL 18 เครื่องมือในสาย Data เปลี่ยนเร็ว รายการ Docker Image และเวอร์ชันที่ใช้จริงจะส่งให้ผู้เรียนก่อนวันอบรม