สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
ออกแบบด้านกราฟิก · GPC-38

Figma for Beginners

หลักสูตร Figma for Beginners เป็นการอบรมพื้นฐาน UX/UI และการออกแบบหน้าจอเว็บไซต์และ Mobile App ด้วย Figma ตั้งแต่ Wireframe, Styles, Auto Layout และ Components จนถึง Prototype ที่คลิกได้ เหมาะกับผู้เริ่มต้น UX/UI Designer มือใหม่ นักพัฒนา และนักศึกษา จบแล้วออกแบบ Mobile App พร้อม Prototype ได้เอง

อัปเดตล่าสุด
ราคาเริ่มต้น 6,750 บาท / ท่าน 7,500 −10% ยังไม่รวม VAT 7% · มีราคาหมู่คณะ
PDFดาวน์โหลด Course Outline
  • ระยะเวลา12 ชั่วโมง · 2 วัน
  • รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
  • รอบถัดไปเปิดตามคำขอ
  • ใบรับรองมี Certificate

ภาพรวมหลักสูตร

Figma กลายเป็นเครื่องมือหลักของทีมออกแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพราะทำงานบนเบราว์เซอร์หรือแอปเดสก์ท็อปได้ทันที หลายคนแก้ไฟล์เดียวกันพร้อมกันได้ และส่งต่องานให้นักพัฒนาได้จากไฟล์เดียว แต่ผู้เริ่มต้นจำนวนมากใช้ Figma เหมือนโปรแกรมวาดภาพทั่วไป วางวัตถุทีละชิ้นโดยไม่ใช้ Auto Layout, Components หรือ Styles พอต้องแก้งานหรือทำหน้าจอเพิ่มก็ต้องไล่แก้ทีละจุดและงานไม่สม่ำเสมอ

หลักสูตรนี้ปูพื้นฐาน UX/UI และพาใช้ Figma Design อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ Wireframe, Frame, Shape และ Pen Tool การจัดข้อความภาษาไทย สี และภาพด้วย Styles การวาง Layout Grid และ Constraints ไปจนถึง Auto Layout แบบ Wrap และ Grid จากนั้นสร้าง Components พร้อม Variants และ Component Properties ใช้ Variables ทำโหมด Light/Dark สร้าง Prototype ที่คลิกได้เหมือนแอปจริง ใช้ Plugin และ Figma AI อย่างรู้ขอบเขต แล้วปิดท้ายด้วย Workshop ออกแบบ Mobile App ตั้งแต่ Wireframe ถึง Prototype พร้อมแชร์ให้ผู้อื่นทดสอบ (อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง ระดับ Beginner)

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • อธิบายความต่างของ UX กับ UI และขั้นตอนตั้งแต่ Wireframe ถึง Prototype ได้
  • ใช้หน้าจอ Figma Design, Frame, Shape, Pen Tool, Boolean และ Mask ได้คล่อง
  • จัดข้อความภาษาไทย สี และภาพ พร้อมสร้าง Text Styles และ Color Styles ได้
  • วาง Layout Grid, Constraints และใช้ Auto Layout ทำหน้าจอที่ยืดหดได้
  • สร้าง Components, Variants และ Component Properties เพื่อใช้ซ้ำทั้งไฟล์
  • ใช้ Variables ทำโหมด Light/Dark และสร้าง Prototype ที่คลิกได้เหมือนแอปจริง
  • ใช้ Plugin และ Figma AI อย่างรู้ขอบเขต แล้วแชร์ คอมเมนต์ และ Export งานได้

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • ผู้เริ่มต้นที่ต้องการออกแบบหน้าจอเว็บไซต์หรือ Mobile App ด้วย Figma
  • UX/UI Designer มือใหม่ที่ต้องการวางพื้นฐานการใช้ Figma ให้ถูกวิธี
  • นักพัฒนา Product Owner และนักการตลาดที่ต้องทำ Wireframe หรือ Prototype เพื่อสื่อสารกับทีม
  • นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไปที่อยากเริ่มงานออกแบบ UI

พื้นฐานของผู้เข้าอบรม

  • ใช้คอมพิวเตอร์และเว็บเบราว์เซอร์ได้คล่อง ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการออกแบบมาก่อน
  • ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows หรือ macOS ได้
  • มีบัญชี Figma (สมัครแผน Starter แบบฟรีได้) และเข้าใช้งานได้ก่อนวันอบรม
  • หากมีเมาส์ จะช่วยให้วาดและจัดวัตถุได้สะดวกขึ้น

หัวข้อการฝึกอบรม

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้เป็นฉบับปรับปรุงใหม่ปี 2026 ของหลักสูตร Figma for beginners อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.) รูปแบบบรรยายพร้อม Lab ทุก Section ระดับ Beginner เนื้อหาเขียนใหม่ตามหน้าจอ Figma Design ปัจจุบัน และเพิ่ม Auto Layout แบบ Wrap และ Grid, Component Properties, Variables กับโหมด Light/Dark, Prototype แบบ Overlay และ Smart Animate

และเครื่องมือ Figma AI ผู้เรียนใช้บัญชี Figma ของตนเอง แผน Starter แบบฟรีพอสำหรับ Lab ส่วนใหญ่ ส่วน Dev Mode ไลบรารีของทีม และ AI บางส่วนต้องใช้แผนแบบเสียค่าใช้จ่าย จึงสาธิตให้เห็นภาพรวม ผู้เรียนจะได้เอกสารประกอบการอบรม ไฟล์ตัวอย่าง UI Kit และไฟล์ Mobile App ที่ทำใน Workshop กลับไปใช้งานต่อ

Day 1 พื้นฐาน UX/UI และเครื่องมือออกแบบใน Figma

Section 1: พื้นฐาน UX/UI และกระบวนการออกแบบ

  • UX กับ UI ต่างกันอย่างไร และทำงานร่วมกันอย่างไร
  • กระบวนการออกแบบ: เข้าใจผู้ใช้ วาง User Flow ทำ Wireframe ทดสอบ และปรับปรุง
  • หลักการ UI: ลำดับความสำคัญ ระยะห่าง ความสม่ำเสมอ และ Accessibility
  • Lab: ร่าง User Flow และ Wireframe บนกระดาษของแอปที่จะทำใน Workshop

Section 2: Lab: เริ่มต้น Figma Design

  • ภาพรวมผลิตภัณฑ์ของ Figma และแผนการใช้งาน รวมถึงข้อจำกัดของแผน Starter แบบฟรี
  • ใช้งานบนเบราว์เซอร์หรือแอปเดสก์ท็อป จัดการไฟล์ Project และ Page
  • ส่วนประกอบหน้าจอ: Toolbar, Layers Panel และ Properties Panel
  • สร้าง Frame จากขนาดสำเร็จรูปของมือถือและเดสก์ท็อป และ Section สำหรับจัดกลุ่มหน้าจอ

Section 3: Lab: Shape, Pen Tool, Boolean และ Mask

  • วาดรูปทรงพื้นฐาน เส้น ลูกศร สี่เหลี่ยม วงกลม รูปหลายเหลี่ยม และดาว
  • วาดและแก้รูปทรงอิสระด้วย Pen Tool และ Vector Edit
  • รวมและตัดรูปทรงด้วย Boolean Operations และครอบภาพด้วย Mask
  • Lab: วาดไอคอนและโลโก้อย่างง่ายสำหรับแอปตัวอย่าง

Section 4: Lab: ข้อความ สี ภาพ และ Styles

  • จัดข้อความภาษาไทยและอังกฤษ เลือกฟอนต์ ขนาด ระยะบรรทัด และระยะตัวอักษร
  • แทรก ครอบ และแทนที่ภาพ พร้อมเงา เส้นขอบ และ Blur
  • สร้าง Text Styles, Color Styles และ Effect Styles เพื่อแก้ทั้งไฟล์ได้ในครั้งเดียว
  • Lab: กำหนดชุดตัวอักษรและสีหลักของแอปตัวอย่าง

Section 5: Lab: Layout Grid และ Constraints

  • Layout Grid แบบ Column, Row และ Grid สำหรับเว็บและมือถือ
  • ตั้งค่า Margin, Gutter และจำนวนคอลัมน์ให้ตรงกับหน้าจอจริง
  • Constraints กำหนดการยึดตำแหน่งเมื่อ Frame เปลี่ยนขนาด
  • Lab: วางโครงหน้าแรกของเว็บไซต์ที่ปรับขนาดได้

Section 6: Lab: Auto Layout ตั้งแต่พื้นฐานถึง Grid

  • เปิด Auto Layout ด้วย Shift+A และตั้งทิศทาง Spacing, Padding และ Alignment
  • การปรับขนาดแบบ Hug, Fill และ Fixed พร้อมค่าต่ำสุดและสูงสุด
  • Wrap สำหรับรายการที่ขึ้นบรรทัดใหม่ และ Grid สำหรับเลย์เอาต์สองมิติ
  • Lab: สร้างปุ่ม การ์ดสินค้า และ Navigation Bar ที่ยืดหดตามเนื้อหา
Day 2 Components, Prototype และ Workshop

Section 7: Lab: Components และ Variants

  • Main Component กับ Instance และการ Override ค่าเฉพาะจุด
  • Variants สำหรับสถานะของปุ่ม เช่น Default, Hover และ Disabled
  • Component Properties แบบ Boolean, Text และ Instance Swap
  • Lab: สร้างชุดปุ่ม ช่องกรอกข้อมูล และการ์ดที่ใช้ซ้ำได้ทั้งไฟล์

Section 8: Lab: Variables และโหมด Light/Dark

  • Variables ต่างจาก Styles อย่างไร และชนิด Color, Number, String และ Boolean
  • จัด Variables เป็น Collection และตั้งชื่อแบบ Design Token เบื้องต้น
  • ใช้ Modes สลับธีม Light และ Dark ของทั้งหน้าจอ
  • Lab: ทำแอปตัวอย่างให้สลับโหมด Light/Dark ได้

Section 9: Lab: Prototype และ Interaction

  • เชื่อมหน้าจอด้วย Connection กำหนด Trigger และ Action
  • Transition แบบ Dissolve, Move In และ Smart Animate
  • Overlay สำหรับเมนูและหน้าต่างยืนยัน และ Scroll สำหรับเนื้อหายาว
  • ทดสอบด้วย Present แชร์ลิงก์ และเปิดบนมือถือผ่านแอป Figma

Section 10: Plugin, Community และ Figma AI

  • ค้นหาและใช้ Plugin และไฟล์จาก Figma Community อย่างระมัดระวังเรื่องสัญญาอนุญาต
  • Figma AI ในเมนู Actions: สร้างภาพจากข้อความ ลบพื้นหลัง เปลี่ยนชื่อ Layer และเขียนข้อความใหม่
  • ข้อควรระวังเรื่องลิขสิทธิ์ ข้อมูลลูกค้า และการตรวจผลจาก AI ก่อนใช้จริง
  • ภาพรวม Figma Make และ Figma Motion ว่าต่อยอดจากงานออกแบบได้อย่างไร

Section 11: Lab: ทำงานร่วมกันและส่งต่องาน

  • แชร์ไฟล์ กำหนดสิทธิ์ดูหรือแก้ไข และทำงานพร้อมกันหลายคน
  • Export เป็น PNG, JPG, SVG และ PDF พร้อมตั้งค่าขนาดสำหรับหลายหน้าจอ
  • ภาพรวม Dev Mode สำหรับส่งต่อให้นักพัฒนา และสิ่งที่ต้องใช้แผนแบบเสียค่าใช้จ่าย
  • Lab: เตรียมไฟล์ส่งต่อพร้อมไอคอนและภาพที่ Export แล้ว

Section 12: Workshop: ออกแบบ Mobile App ตั้งแต่ Wireframe ถึง Prototype

  • แปลง Wireframe บนกระดาษเป็น Wireframe ใน Figma
  • ออกแบบหน้าจอหลัก 4-5 หน้าด้วย Styles, Components และ Auto Layout
  • เชื่อม Prototype ให้ใช้งานได้ครบ Flow พร้อมโหมด Light/Dark
  • นำเสนอผลงาน รับ Feedback และปรับแก้

รอบอบรมและรูปแบบการอบรม

สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป

ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770

สำหรับองค์กร — In-house / Private Training

  • ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
  • เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
  • ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร

วิทยากรผู้สอน

คำถามที่พบบ่อย

UX กับ UI ต่างกันอย่างไร

UX (User Experience) คือการออกแบบประสบการณ์โดยรวมของผู้ใช้ ตั้งแต่เข้าใจปัญหาและเป้าหมายของผู้ใช้ วางลำดับขั้นตอนการใช้งาน ไปจนถึงทดสอบว่าใช้ง่ายจริงหรือไม่ ส่วน UI (User Interface) คือการออกแบบหน้าตาที่ผู้ใช้เห็นและโต้ตอบ เช่น เลย์เอาต์ สี ตัวอักษร ปุ่ม และไอคอน ทั้งสองต้องทำงานร่วมกัน หลักสูตรนี้จึงเริ่มจาก User Flow และ Wireframe ก่อนลงมือออกแบบหน้าจอจริงใน Figma

Auto Layout ใน Figma คืออะไร ใช้อย่างไร

Auto Layout ทำให้ Frame จัดเรียงสิ่งที่อยู่ข้างในเองตามทิศทาง ระยะห่าง และ Padding ที่กำหนด เมื่อแก้ข้อความหรือเพิ่มรายการ ขนาดและตำแหน่งจะปรับตามอัตโนมัติ วิธีใช้คือเลือกออบเจกต์แล้วกด Shift+A จากนั้นตั้งทิศทาง ระยะห่าง การจัดแนว และการปรับขนาดแบบ Hug, Fill หรือ Fixed นอกจากแนวนอนและแนวตั้งแล้ว ยังเลือกแบบ Wrap ให้รายการขึ้นบรรทัดใหม่ และแบบ Grid สำหรับเลย์เอาต์สองมิติได้ด้วย

ทำ Prototype ใน Figma มีขั้นตอนอย่างไร

เริ่มจากออกแบบหน้าจอแต่ละหน้าเป็น Frame แล้วเปิดแท็บ Prototype เลือกปุ่มหรือออบเจกต์ที่ต้องการ แล้วลากเส้นเชื่อมไปยัง Frame ปลายทาง กำหนด Trigger เช่น On click และ Action เช่น Navigate to หรือ Open overlay พร้อมเลือกแอนิเมชันอย่าง Smart Animate จากนั้นกด Present เพื่อทดลองใช้งาน แชร์ลิงก์ให้ผู้อื่นทดสอบ หรือเปิดดูบนมือถือผ่านแอป Figma

Components กับ Variables ใน Figma ต่างกันอย่างไร

Components คือชิ้นส่วนหน้าจอที่ใช้ซ้ำได้ เช่น ปุ่ม การ์ด หรือช่องกรอกข้อมูล แก้ที่ Main Component แล้วทุก Instance เปลี่ยนตาม และใช้ Variants เก็บสถานะต่าง ๆ ไว้ในชุดเดียว ส่วน Variables คือค่าที่เก็บไว้ใช้ซ้ำ เช่น สี ระยะห่าง หรือข้อความ และมี Modes ให้สลับชุดค่าได้ เช่น ธีม Light และ Dark ทั้งสองอย่างช่วยให้ไฟล์สม่ำเสมอและแก้ไขได้ในจุดเดียว

หลักสูตร Figma for Beginners เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน

เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่อยากออกแบบหน้าจอเว็บไซต์หรือ Mobile App, UX/UI Designer มือใหม่ นักพัฒนา Product Owner นักการตลาด และนักศึกษา ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการออกแบบมาก่อน ขอเพียงใช้คอมพิวเตอร์และเว็บเบราว์เซอร์ได้คล่อง และมีบัญชี Figma ซึ่งเริ่มต้นได้ด้วยแผน Starter แบบฟรี

เรียนจบหลักสูตร Figma for Beginners แล้วทำอะไรได้บ้าง

ผู้เรียนจะวาง User Flow และ Wireframe ได้ ใช้ Styles, Auto Layout, Components และ Variables วางไฟล์ให้เป็นระบบ ทำหน้าจอที่ยืดหดตามเนื้อหาและสลับโหมด Light/Dark ได้ สร้าง Prototype ที่คลิกได้เหมือนแอปจริงและแชร์ให้ผู้อื่นทดสอบ และได้ไฟล์ Mobile App ที่ออกแบบตั้งแต่ Wireframe ถึง Prototype จาก Workshop เป็นผลงานของตนเอง

บทความที่เกี่ยวข้อง