ສອບຖາມຫຼັກສູດເລືອກຊ່ອງທາງທີ່ສະດວກ ທີມງານຕອບເອງທຸກຊ່ອງທາງ
LINE @itgeniusຕອບໄວທີ່ສຸດ · ຈ–ສ 9:00–17:00 ໂມງ
ໂທລະສັບ
02-570-8449ຫ້ອງການ088-807-9770ມືຖື
ອີເມວ ແລະ ໂຊຊຽວ
contact@itgenius.co.thສຳລັບໃບສະເໜີລາຄາ ແລະ ເອກະສານFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengຂໍຄຳປຶກສາຈັດຝຶກອົບຮົມໃຫ້ທີມ
ຄວາມປອດໄພທາງໄຊເບີ · CYC-07

CompTIA Security+ for Developers

หลักสูตร CompTIA Security+ for Developers เป็นการอบรมความมั่นคงปลอดภัยจากมุมนักพัฒนาตาม 5 Domain ของ Security+ ตั้งแต่ Cryptography และ Threat Modeling ค้นหาและแก้ช่องโหว่ตาม OWASP ใน Lab จำลอง จนถึง IAM, DevSecOps และ Incident Response เหมาะกับนักพัฒนา DevOps และ Tech Lead ที่ต้องดูแลความปลอดภัยของระบบ

ອັບເດດລ່າສຸດ
ລາຄາເລີ່ມຕົ້ນ 14,310 ບາດ / ທ່ານ 15,900 −10% ຍັງບໍ່ລວມ VAT 7% · ມີລາຄາໝູ່ຄະນະ
PDFດາວໂຫຼດ Course Outline
  • ໄລຍະເວລາ30 ຊົ່ວໂມງ · 5 ມື້
  • ຮູບແບບຢູ່ສະຖາບັນ / ອອນລາຍສົດ
  • ຮອບຕໍ່ໄປເປີດຕາມຄຳຂໍ
  • ໃບຢັ້ງຢືນມີໃບຢັ້ງຢືນ

ພາບລວມຫຼັກສູດ

ช่องโหว่จำนวนมากเกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบ Input ที่ไม่รัดกุม การฝัง Secret ไว้ในโค้ด การให้สิทธิ์เกินจำเป็น หรือการใช้ Library ที่มีช่องโหว่ ขณะเดียวกันภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับ AI เช่น Prompt Injection และการรั่วไหลของข้อมูลผ่านโมเดล ก็เริ่มส่งผลกับระบบที่นักพัฒนาสร้างโดยตรง องค์กรจึงต้องการนักพัฒนาที่เข้าใจความมั่นคงปลอดภัยในภาพรวม ไม่ใช่พึ่งทีม Security ปลายทางเพียงอย่างเดียว

หลักสูตรนี้ใช้ 5 Domain ของ CompTIA Security+ เป็นกรอบเนื้อหา อ้างอิง Exam Objectives ของ SY0-801 ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่มความเสี่ยงด้าน AI และครอบคลุมเนื้อหาหลักของ SY0-701 โดยมองจากมุมนักพัฒนาและเน้นการนำไปใช้งานจริงมากกว่าการติวข้อสอบ ผู้เรียนลงมือกับ OWASP Juice Shop, ZAP, Nmap, Wireshark, Semgrep, Gitleaks, Trivy และ OpenSSL ในสภาพแวดล้อมจำลองที่แยกจากระบบจริง เพื่อค้นหา แก้ไข และป้องกันช่องโหว่ของระบบตัวอย่าง SecureLoan Portal ไปจนถึงรับมือเหตุการณ์และวางนโยบายความปลอดภัยของทีม ผู้ที่ต้องการสอบใบรับรองนำไปเป็นพื้นฐานได้ โดยสมัครสอบกับ CompTIA เอง (อบรม 5 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง ระดับ Intermediate)

ສິ່ງທີ່ທ່ານຈະໄດ້ຮັບ

  • เข้าใจแนวคิดพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัย เช่น CIA Triad, Security Control, Zero Trust และ Cryptography
  • รู้จักผู้คุกคาม ช่องทางการโจมตี และช่องโหว่ที่พบบ่อยในแอปพลิเคชัน รวมถึงความเสี่ยงด้าน AI
  • ค้นหาและแก้ไขช่องโหว่ตามแนวทาง OWASP ในโค้ดของตนเองได้
  • ออกแบบสถาปัตยกรรมที่ปลอดภัยทั้งบน On-premise, Cloud และ Hybrid
  • จัดการตัวตน สิทธิ์ และ Secret ของระบบได้อย่างถูกต้อง
  • นำ Security Scanning เข้าสู่กระบวนการพัฒนาและ CI/CD แบบ DevSecOps
  • เข้าใจการเฝ้าระวัง การตอบสนองต่อเหตุการณ์ และการเก็บหลักฐานเบื้องต้น
  • เข้าใจการบริหารความเสี่ยง Governance และการปฏิบัติตามกฎหมาย เช่น PDPA

ຫຼັກສູດນີ້ເໝາະສຳລັບ

  • นักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Frontend, Backend, Full Stack และ Mobile) ที่ต้องการเขียนระบบให้ปลอดภัยตั้งแต่ต้น
  • DevOps Engineer ที่ต้องการนำ Security เข้าสู่ Pipeline
  • Tech Lead และ Software Architect ที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยของระบบ
  • เจ้าหน้าที่ IT ที่ต้องการปูพื้นฐาน Cybersecurity อย่างเป็นระบบ
  • ผู้ที่ต้องการพื้นฐานก่อนเตรียมสอบ CompTIA Security+ หรือใบรับรองด้านความปลอดภัยอื่น

ພື້ນຖານຂອງຜູ້ເຂົ້າຝຶກອົບຮົມ

  • เขียนโปรแกรมได้อย่างน้อย 1 ภาษา และเข้าใจการทำงานของ Web Application และ REST API
  • ใช้ Command Line (Linux Shell หรือ PowerShell) ได้ในระดับพื้นฐาน
  • เข้าใจพื้นฐานเครือข่าย เช่น IP Address, Port, DNS และ HTTP/HTTPS และใช้ Git กับ Docker เบื้องต้นได้
  • ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ด้าน Security หรือ Penetration Testing มาก่อน

ຫົວຂໍ້ການຝຶກອົບຮົມ

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการที่ใช้ 5 Domain ของ CompTIA Security+ เป็นกรอบเนื้อหา ได้แก่ General Security Concepts, Threats, Vulnerabilities and Attacks, Security Architecture, Security Operations และ Security Program Management and Oversight อ้างอิง Exam Objectives ของ SY0-801 ซึ่ง CompTIA กำหนดเปิดสอบราววันที่ 17 พฤศจิกายน 2026 และครอบคลุมเนื้อหาหลักของ SY0-701 ที่ยังเปิดสอบอยู่ ไม่ใช่หลักสูตรทางการของ CompTIA ไม่รวม Exam Voucher และไม่เน้นทำข้อสอบเสมือนจริง ผู้ที่ต้องการสอบใบรับรองสมัครสอบกับ CompTIA เอง หลักสูตรนี้ต่างจาก Ethical Hacking และ Penetration Testing เบื้องต้นที่เน้นการทดสอบเจาะระบบ, DevSecOps in Practice ที่เน้นความปลอดภัยใน

Pipeline และ AI Security and LLM Red Teaming ที่เจาะลึกความปลอดภัยของระบบ AI โดยปูพื้นความปลอดภัยครบทุกด้านจากมุมนักพัฒนา อบรม 5 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.) รูปแบบ Workshop ต่อเนื่องบนระบบตัวอย่าง SecureLoan Portal ที่จงใจมีช่องโหว่ ใช้ข้อมูลจำลองทั้งหมด การทดสอบทั้งหมดทำใน Lab จำลองบนเครื่องผู้เรียนที่แยกจากระบบจริงเท่านั้น ผู้เรียนใช้ Notebook ของตนเองที่ติดตั้ง VirtualBox หรือ VMware และ Docker ได้ และควรประสานทีม IT ขององค์กรเรื่อง Antivirus หรือ EDR ก่อนวันอบรม CompTIA และ Security+ เป็นเครื่องหมายการค้าของ CompTIA, Inc.

Day 1 General Security Concepts

Section 1: หลักการพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัย

  • CIA Triad, Non-repudiation และ AAA (Authentication, Authorization, Accounting)
  • ประเภทของ Security Control: Technical, Managerial, Operational และ Physical
  • หน้าที่ของ Control: Preventive, Detective, Corrective, Deterrent และ Compensating
  • ภาพรวมโปรเจกต์ SecureLoan Portal และ 5 Domain ของ Security+

Section 2: Zero Trust และ Defense in Depth

  • แนวคิด Never Trust, Always Verify
  • Policy Decision Point และ Policy Enforcement Point
  • ประยุกต์ Zero Trust กับ API และ Microservices
  • Lab: วาดชั้นการป้องกันของ SecureLoan Portal และหาจุดที่ยังเชื่อใจกันโดยไม่ตรวจ

Section 3: Change Management และ Secure Development Lifecycle

  • ผลของ Change Management ต่อความปลอดภัย
  • Approval, Impact Analysis, Rollback Plan และ Version Control
  • ผนวก Security เข้ากับทุกขั้นของ SDLC
  • กรณีศึกษา: การเปลี่ยนแปลงระบบที่ไม่ผ่านการทบทวนแล้วกลายเป็นช่องโหว่

Section 4: Lab: Cryptography และ PKI

  • Symmetric เทียบกับ Asymmetric Encryption และการเลือกใช้
  • Hashing, Salting และ Key Stretching สำหรับเก็บรหัสผ่าน
  • Digital Signature, Certificate, Certificate Authority, TLS และการจัดการ Key
  • Lab: ใช้ OpenSSL สร้าง Key และ Certificate สำหรับ HTTPS ใน Lab และตรวจ TLS ของระบบ

Section 5: Workshop Day 1: Threat Modeling

  • ระบุทรัพย์สินข้อมูลและขอบเขตความเชื่อถือ (Trust Boundary)
  • STRIDE Model สำหรับนักพัฒนา และการจัดลำดับภัยคุกคามตามผลกระทบและโอกาสเกิด
  • Workshop: จัดทำ Data Flow Diagram และ Threat Model ของ SecureLoan Portal
  • Workshop: ปรับการเก็บรหัสผ่านจาก Plain Text เป็น Hash ที่ปลอดภัย
Day 2 Threats, Vulnerabilities and Attacks

Section 6: Threat Actors และ Attack Vectors

  • ประเภทของผู้คุกคาม แรงจูงใจ และขีดความสามารถ
  • ช่องทางการโจมตี: Email, Social Engineering, Supply Chain, Removable Media และ Unsecured Network
  • Phishing, Pretexting และ Business Email Compromise
  • กรณีศึกษา: วิเคราะห์อีเมล Phishing ตัวอย่างและสัญญาณเตือน

Section 7: Lab: Application Vulnerabilities ตาม OWASP

  • Injection, Cross-site Scripting และ Broken Access Control
  • Authentication Failure, Security Misconfiguration และ Vulnerable Components
  • Race Condition, Memory Issue และ Insecure Deserialization ในระดับแนวคิด
  • Lab: ค้นหาช่องโหว่ตาม OWASP Top 10 ฉบับล่าสุดบน OWASP Juice Shop

Section 8: Lab: ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ AI

  • Prompt Injection และการโจมตีผ่านข้อมูลนำเข้าของโมเดล
  • การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลภายในผ่าน AI
  • การใช้ AI ของฝั่งผู้โจมตี เช่น Phishing อัตโนมัติและ Deepfake
  • Lab: ทดลอง Prompt Injection กับ Chatbot จำลองของระบบและหาแนวทางป้องกัน

Section 9: Network, Cloud และ Supply Chain Attacks

  • DDoS, On-path Attack, DNS Attack และ Credential Replay
  • Misconfiguration บน Cloud และความเสี่ยงของ Third-party Dependency
  • Indicator of Compromise และสัญญาณบ่งชี้การโจมตี
  • Lab: ดู Traffic ที่ไม่เข้ารหัสด้วย Wireshark เพื่อเห็นความเสี่ยงของ Credential

Section 10: Workshop Day 2: Vulnerability Assessment ใน Lab

  • ขอบเขต จริยธรรม และการขออนุญาตก่อนทดสอบทุกครั้ง
  • สแกนบริการด้วย Nmap และทดสอบ Web Application ด้วย ZAP พร้อมอ่านผลอย่างถูกต้อง
  • Workshop: ทดสอบ SecureLoan Portal ใน Lab จำลองตามขอบเขตที่กำหนด
  • จัดทำรายงานช่องโหว่พร้อมจัดลำดับความเสี่ยง
Day 3 Security Architecture และ Secure Development

Section 11: Secure Architecture Models

  • ความปลอดภัยของ On-premise, Cloud, Hybrid และ Operational Technology (OT)
  • Network Segmentation, DMZ และ Microsegmentation
  • ความปลอดภัยของ Container, Serverless และ Infrastructure as Code
  • Lab: แยก Network ของฐานข้อมูลออกจากส่วน Public ด้วย Docker Network

Section 12: Data Protection

  • Data Classification และ Data State (at Rest, in Transit, in Use)
  • Encryption, Tokenization, Masking และ Data Minimization
  • Data Sovereignty และข้อกำหนดด้านการจัดเก็บข้อมูล
  • Lab: จัดระดับข้อมูลลูกค้าของ SecureLoan และ Mask ข้อมูลที่แสดงผล

Section 13: Lab: Secure Coding Practices

  • Input Validation, Output Encoding และ Parameterized Query
  • จัดการ Session, Cookie และ JSON Web Token อย่างปลอดภัย
  • Error Handling และ Logging ที่ไม่เปิดเผยข้อมูลสำคัญ
  • Lab: แก้ช่องโหว่ Injection, XSS และ Broken Access Control ในโค้ดของระบบ

Section 14: Lab: Secrets Management

  • ความเสี่ยงของการฝัง Secret ไว้ในโค้ด ไฟล์ .env และ Git History
  • เก็บ Secret ด้วย Vault หรือ Cloud Secret Manager (สาธิต)
  • Secret Rotation และการตอบสนองเมื่อ Secret หลุด
  • Lab: ใช้ Gitleaks ค้นหา Secret ที่หลุดใน Repository แล้วย้ายออกจากโค้ด

Section 15: Workshop Day 3: Resilience และทดสอบซ้ำ

  • High Availability, Redundancy และ Backup
  • วางแผน Disaster Recovery และ Business Continuity และการทดสอบการกู้คืน
  • Workshop: ทดสอบ SecureLoan Portal ซ้ำเพื่อยืนยันว่าช่องโหว่ที่พบเมื่อวานถูกปิดแล้ว
  • บันทึกผลก่อนและหลังแก้ลงรายงานช่องโหว่
Day 4 Security Operations

Section 16: Lab: Identity and Access Management

  • Authentication Factor, MFA และ Passwordless
  • OAuth 2.0, OpenID Connect, SAML และ Single Sign-On
  • Role-based และ Attribute-based Access Control, Least Privilege และ Privileged Access Management
  • Lab: เพิ่ม MFA ให้ระบบ Login และควบคุมสิทธิ์แบบ Role-based

Section 17: Lab: Hardening และ Secure Baseline

  • Hardening ของ Server, Container และ Endpoint
  • รัน Container แบบ Non-root, Read-only Filesystem และลด Attack Surface
  • Secure Configuration Baseline และการตรวจความสอดคล้อง
  • Lab: Harden Container ของ SecureLoan ให้รันแบบ Non-root

Section 18: Vulnerability Management

  • วงจร Identify, Analyze, Prioritize, Remediate และ Verify
  • CVE, CVSS และการจัดลำดับการแก้ไขตามความเสี่ยงจริง
  • SAST, DAST, SCA และ Container Image Scanning
  • Lab: สแกน Dependency และ Image ด้วย Trivy แล้วจัดลำดับการแก้

Section 19: Lab: Security Monitoring

  • เก็บและวิเคราะห์ Log จาก Application, System และ Network
  • SIEM (สาธิต), Alerting และการลด False Positive
  • ตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติจาก Log ของระบบ
  • Lab: ตั้งการเก็บ Log และตรวจจับการ Login ที่ผิดปกติ

Section 20: Workshop Day 4: Automation และ DevSecOps

  • นำ Security Scanning เข้าสู่ CI/CD Pipeline (Shift Left)
  • Security Gate และเกณฑ์การ Block Pipeline
  • ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ผลสแกนและ Log อย่างรู้เท่าทัน
  • Workshop: เพิ่ม Semgrep, Gitleaks และ Trivy ใน Pipeline พร้อมกำหนด Security Gate
Day 5 Incident Response, Governance และ Master Workshop

Section 21: Incident Response

  • ขั้นตอน Preparation, Detection, Analysis, Containment, Eradication, Recovery และ Lessons Learned
  • จัดทำ Playbook และ Runbook สำหรับเหตุการณ์ที่พบบ่อย
  • การสื่อสารระหว่างเกิดเหตุและการรายงานผู้เกี่ยวข้อง
  • Lab: เขียน Playbook สำหรับเหตุ Secret หลุด

Section 22: Lab: Digital Forensics เบื้องต้น

  • Chain of Custody และการรักษาหลักฐาน
  • วิเคราะห์ Log และสร้าง Timeline ของเหตุการณ์
  • Root Cause Analysis
  • Lab: สร้าง Timeline จาก Log ชุดตัวอย่างของการโจมตีจำลอง

Section 23: Governance และ Risk Management

  • Security Policy, Standard, Procedure และ Guideline
  • Risk Identification, Risk Assessment และ Risk Treatment
  • Third-party และ Vendor Risk Management
  • จัดทำ Risk Register ของ SecureLoan Portal

Section 24: Compliance และ Security Awareness

  • กฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น PDPA และ ISO/IEC 27001
  • Audit และ Assessment
  • Security Awareness Training สำหรับทีมพัฒนาและผู้ใช้งาน
  • ทบทวนความเชื่อมโยงของงานทั้ง 5 วันกับ 5 Domain ของ Security+

Section 25: Master Workshop: ข้อมูลลูกค้ารั่วไหล

  • แบ่งกลุ่มรับมือเหตุข้อมูลรั่วไหลจำลองจาก Secret ที่หลุดและช่องโหว่ที่ยังไม่ถูกแก้
  • วิเคราะห์ Log สร้าง Timeline ระบุ Root Cause จำกัดความเสียหาย และกู้คืนระบบ
  • จัดทำ Incident Report โดยคำนึงถึงหน้าที่ตาม PDPA
  • จัดทำ Security Policy และ Secure Development Checklist ของทีม พร้อมนำเสนอแนวทางป้องกัน

ຮອບຝຶກອົບຮົມ ແລະ ຮູບແບບການຝຶກອົບຮົມ

ສຳລັບບຸກຄົນ — ຮອບຝຶກອົບຮົມທົ່ວໄປ

ຂະນະນີ້ຍັງບໍ່ມີຮອບຝຶກອົບຮົມເປີດຮັບສະໝັກ ລົງຊື່ຈອງໄວ້ໄດ້ເລີຍ ທີມງານຈະຕິດຕໍ່ກັບເປັນກຸ່ມທຳອິດເມື່ອເປີດຮອບຕໍ່ໄປ ຫຼື ສອບຖາມທາງ LINE ຫຼື ໂທ 02-570-8449 ຫຼື 088-807-9770

ສຳລັບອົງກອນ — In-house / Private Training

  • ປັບເນື້ອໃນໃຫ້ກົງກັບເຄື່ອງມື ແລະ ວຽກຈິງຂອງທີມ
  • ເລືອກວັນເອງ ຝຶກອົບຮົມທີ່ບໍລິສັດ ຫຼື ອອນລາຍສົດ
  • ອອກໃບສະເໜີລາຄາໃນນາມນິຕິບຸກຄົນໃຫ້ຝ່າຍຈັດຊື້
ຂໍໃບສະເໜີລາຄາຝຶກອົບຮົມອົງກອນ

ວິທະຍາກອນຜູ້ສອນ

ຄຳຖາມທີ່ພົບເລື້ອຍ

หลักสูตรนี้ต่างจาก Ethical Hacking, DevSecOps in Practice และ AI Security and LLM Red Teaming อย่างไร

Ethical Hacking และ Penetration Testing เบื้องต้นเน้นมุมผู้ทดสอบเจาะระบบ DevSecOps in Practice เน้นการวางความปลอดภัยใน Pipeline และ AI Security and LLM Red Teaming เจาะลึกความปลอดภัยของระบบ AI หลักสูตรนี้ปูพื้นความปลอดภัยครบ 5 Domain ของ Security+ จากมุมนักพัฒนา ตั้งแต่แนวคิดพื้นฐาน Cryptography และ Threat Modeling ไปจนถึง Secure Coding, IAM, Monitoring, Incident Response และ Governance จึงเหมาะเป็นพื้นฐานก่อนต่อยอดไปหลักสูตรเฉพาะทางเหล่านั้น

เป็นหลักสูตรทางการของ CompTIA และรวมค่าสอบหรือไม่

ไม่ใช่หลักสูตรทางการของ CompTIA และไม่รวม Exam Voucher หลักสูตรนี้เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการของสถาบันไอทีจีเนียสที่ใช้ Exam Objectives ของ Security+ เป็นกรอบเนื้อหา ผู้ที่ต้องการสอบสมัครและชำระค่าสอบกับ CompTIA เอง และควรทบทวน Exam Objectives ฉบับทางการของรุ่นที่ต้องการสอบบนเว็บไซต์ comptia.org

หลักสูตรอ้างอิง Security+ รุ่นใด SY0-701 หรือ SY0-801

เนื้อหาอ้างอิง Exam Objectives ของ SY0-801 ซึ่ง CompTIA กำหนดเปิดสอบราววันที่ 17 พฤศจิกายน 2026 และเพิ่มเรื่องความเสี่ยงด้าน AI ทั้งสองรุ่นมีโครงสร้าง 5 Domain คล้ายกัน หลักสูตรจึงครอบคลุมเนื้อหาหลักของ SY0-701 ด้วย ตามข้อมูลบน comptia.org ณ ตุลาคม 2026 SY0-701 ภาษาอังกฤษจะยุติการสอบวันที่ 11 มิถุนายน 2027 และภาษาไทยวันที่ 13 สิงหาคม 2027 กำหนดการอาจเปลี่ยน ควรตรวจบน comptia.org ก่อนสมัครสอบ

เรียนจบแล้วพร้อมสอบ Security+ เลยหรือไม่

หลักสูตรครอบคลุมทั้ง 5 Domain และช่วยให้เข้าใจแนวคิดผ่านการลงมือทำ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการเตรียมสอบ แต่ไม่ได้เน้นติวหรือทำข้อสอบเสมือนจริง และไม่รับประกันผลสอบ หัวข้อ Physical Security, Wireless Security เชิงลึก และ Digital Forensics ขั้นสูงสอนในระดับแนวคิด ผู้ที่ต้องการสอบควรทบทวน Exam Objectives และฝึกทำโจทย์เพิ่มเติมด้วยตนเอง

การทดสอบโจมตีใน Lab ปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

การทดสอบทั้งหมดทำกับเป้าหมายที่จงใจสร้างให้มีช่องโหว่ คือ OWASP Juice Shop และ SecureLoan Portal ซึ่งรันใน VM และ Container บนเครื่องผู้เรียนที่แยกจากเครือข่ายจริง ใช้ข้อมูลจำลองทั้งหมด วิทยากรเน้นเรื่องขอบเขต จริยธรรม และการขออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนทดสอบระบบใดก็ตาม ผู้เรียนต้องไม่นำเทคนิคไปทดสอบระบบที่ไม่ได้รับอนุญาต

ต้องเตรียมเครื่องอย่างไร

ผู้เรียนใช้ Notebook ของตนเองที่มี RAM 16 GB ขึ้นไป พื้นที่ว่างอย่างน้อย 60 GB และเปิด Virtualization ใน BIOS แล้ว ติดตั้ง VS Code, Git, Docker และ VirtualBox หรือ VMware มีสิทธิ์ติดตั้งซอฟต์แวร์ และควรประสานทีม IT ขององค์กรล่วงหน้า เพราะ Antivirus หรือ EDR อาจบล็อกเครื่องมือด้านความปลอดภัยหรือ Image ของ Lab รายการติดตั้งจะส่งให้ก่อนวันอบรม