สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
AI · AIC-87

LLM Fine-Tuning with LoRA

หลักสูตร LLM Fine-Tuning with LoRA เป็นการอบรมการปรับแต่งโมเดลภาษาด้วย LoRA และ QLoRA ตั้งแต่เตรียมชุดข้อมูลรวมถึงภาษาไทย ฝึกด้วย Unsloth และ Hugging Face วัดผล จนถึงนำขึ้น Ollama หรือ vLLM เหมาะกับ AI Engineer และนักพัฒนา Python ที่ใช้ LLM อยู่แล้ว จบแล้วได้โมเดลที่ Fine-tune สำหรับงานของตัวเอง

อัปเดตล่าสุด
ราคาเริ่มต้น 10,710 บาท / ท่าน 11,900 −10% ยังไม่รวม VAT 7% · มีราคาหมู่คณะ
PDFดาวน์โหลด Course Outline
  • ระยะเวลา18 ชั่วโมง · 3 วัน
  • รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
  • รอบถัดไปเปิดตามคำขอ
  • ใบรับรองมี Certificate

ภาพรวมหลักสูตร

Prompt ที่ดีและ RAG แก้ปัญหาได้หลายอย่าง แต่บางงานก็ไปไม่สุด เช่น อยากให้โมเดลตอบในรูปแบบเฉพาะขององค์กรทุกครั้ง ใช้ศัพท์เฉพาะทางได้ถูกต้อง จัดหมวดเอกสารภาษาไทยได้แม่นยำ หรือใช้โมเดลขนาดเล็กที่รันในองค์กรได้แทนโมเดลใหญ่ราคาแพง Fine-tuning ด้วย LoRA และ QLoRA ทำให้การปรับแต่งโมเดลแบบนี้ทำได้บน GPU ตัวเดียว แต่ผลลัพธ์จะดีหรือไม่ขึ้นกับการตัดสินใจที่ถูกต้อง ชุดข้อมูลที่มีคุณภาพ และการวัดผลอย่างเป็นระบบ มากกว่าการกดรัน Notebook ให้จบ

หลักสูตรนี้พาผู้เรียน Fine-tune LLM แบบลงมือทำครบวงจร เริ่มจากเกณฑ์ตัดสินใจว่างานไหนควร Fine-tune เข้าใจหลักการของ LoRA และ QLoRA และออกแบบชุดข้อมูลฝึกรวมถึงข้อมูลภาษาไทย จากนั้นฝึกโมเดลจริงด้วย Unsloth และ Hugging Face TRL กับ PEFT ปรับ Hyperparameter อ่าน Loss Curve

และทดลองกับโมเดลที่รองรับภาษาไทยอย่าง Typhoon หรือ OpenThaiGPT พร้อมวัดผลเทียบกับโมเดลตั้งต้น ก่อนต่อยอดสู่ Preference Tuning ด้วย DPO การ Merge และ Export เป็น GGUF แล้วนำขึ้นใช้งานบน Ollama และ vLLM ปิดท้ายด้วย Capstone Fine-tune โมเดลสำหรับงานของตนเองตั้งแต่ชุดข้อมูลจนถึงการ Deploy (อบรม 3 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 18 ชั่วโมง ระดับ Intermediate - Advanced)

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • ตัดสินใจได้ว่างานใดควรใช้ Prompt, RAG หรือ Fine-tuning โดยมีเหตุผลรองรับ
  • อธิบายหลักการของ LoRA และ QLoRA และเลือกค่าพารามิเตอร์สำคัญได้
  • ออกแบบ ทำความสะอาด และจัดรูปแบบชุดข้อมูลฝึกตาม Chat Template ของโมเดลได้
  • Fine-tune โมเดลด้วย Unsloth และ Hugging Face TRL กับ PEFT บน GPU ตัวเดียวได้
  • Fine-tune โมเดลที่รองรับภาษาไทยสำหรับงานเฉพาะขององค์กรได้
  • วัดผลโมเดลที่ฝึกแล้วเทียบกับโมเดลตั้งต้นอย่างเป็นระบบ
  • Merge, Export เป็น GGUF และนำโมเดลขึ้นให้บริการบน Ollama หรือ vLLM ได้

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • AI Engineer และ ML Engineer ที่ต้องปรับแต่งโมเดลภาษาให้เหมาะกับงานขององค์กร
  • นักพัฒนา Python ที่ใช้ LLM API อยู่แล้วและอยากก้าวไปสู่การปรับแต่งโมเดลเอง
  • Data Scientist ที่ต้องการทักษะ Fine-tuning LLM บนข้อมูลภาษาไทย
  • ทีมที่รัน LLM ภายในองค์กรและอยากให้โมเดลขนาดเล็กทำงานเฉพาะทางได้ดีขึ้น
  • นักวิจัยและอาจารย์ที่ต้องการแนวปฏิบัติ Fine-tuning ที่ทำซ้ำได้

พื้นฐานของผู้เข้าอบรม

  • เขียน Python ได้คล่อง และเคยใช้ Jupyter Notebook หรือ Google Colab
  • เคยเรียก LLM ผ่าน API และเข้าใจ Prompt, Token และ Context Window
  • มีพื้นฐาน Machine Learning เบื้องต้น เช่น Training, Validation และ Overfitting จะเป็นประโยชน์
  • โน้ตบุ๊กเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต บัญชี Google สำหรับ Colab และบัญชี Hugging Face

หัวข้อการฝึกอบรม

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้อบรม 3 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 18 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.) รูปแบบบรรยายพร้อม Lab ที่ต่อยอดโจทย์ธุรกิจตัวอย่างเดียวตลอดหลักสูตร ระดับ Intermediate - Advanced ทุก Lab รันบน Google Colab หรือ Cloud GPU ที่ผู้เรียนเช่าเอง ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ผู้เรียนรับผิดชอบเอง ไม่จำเป็นต้องมี GPU บนเครื่อง หลักสูตรเน้นการ Fine-tune

แบบ Parameter-Efficient ด้วย LoRA และ QLoRA ครอบคลุมการตัดสินใจ การเตรียมข้อมูลรวมถึงข้อมูลภาษาไทย การฝึก การวัดผล DPO และการนำขึ้นใช้งาน ต่อยอดได้กับหลักสูตร Local LLM Deployment with Ollama and vLLM สำหรับงานให้บริการโมเดลในระดับองค์กร ผู้เรียนจะได้ Lab Guide, Notebook ตัวอย่างครบทุก Lab ชุดข้อมูลตัวอย่าง และสคริปต์วัดผลกลับไปใช้งานต่อ

Day 1 หลักการ สภาพแวดล้อม และชุดข้อมูล

Section 1: Workshop: Prompt, RAG หรือ Fine-tuning

  • Fine-tuning แก้ปัญหาอะไรได้ และแก้อะไรไม่ได้ เช่น การเพิ่มความรู้ที่เปลี่ยนบ่อย
  • งานที่ได้ผลดีจาก Fine-tuning: รูปแบบคำตอบ, การจัดหมวด, การดึงข้อมูล และศัพท์เฉพาะทาง
  • ต้นทุนรวมของ Fine-tuning ทั้งข้อมูล GPU เวลา และการดูแลโมเดลหลังฝึก
  • ใช้โมเดลเล็กที่ฝึกแล้วแทนโมเดลใหญ่เพื่อลดต้นทุนและรันในองค์กรได้
  • Workshop: ประเมินโจทย์ขององค์กรตัวเองด้วย Decision Checklist

Section 2: LLM ถูกฝึกอย่างไร และหลักการ LoRA กับ QLoRA

  • Pre-training, Supervised Fine-tuning และ Preference Tuning ต่างกันอย่างไร
  • Full Fine-tuning เทียบกับ Parameter-Efficient Fine-tuning
  • LoRA ทำงานอย่างไร และความหมายของ Rank, Alpha และ Target Modules
  • QLoRA: โหลดโมเดลแบบ 4-bit เพื่อฝึกบน GPU ที่หน่วยความจำจำกัด
  • ประมาณหน่วยความจำ GPU ที่ต้องใช้ตามขนาดโมเดลและวิธีฝึก

Section 3: Lab: เตรียมสภาพแวดล้อม Fine-tuning

  • เลือกระหว่าง Google Colab, Cloud GPU ที่เช่าเอง หรือ GPU บนเครื่อง
  • ติดตั้ง Unsloth, Transformers, PEFT, TRL และ bitsandbytes ให้เวอร์ชันเข้ากัน
  • ใช้ Hugging Face Hub: Token, การดาวน์โหลดโมเดล และ Repository แบบ Private
  • ภาพรวม Unsloth Studio ที่ใช้งานแบบไม่ต้องเขียนโค้ด
  • Lab: รัน Inference โมเดลตั้งต้นและบันทึกผลไว้เป็น Baseline

Section 4: ออกแบบชุดข้อมูลฝึก

  • รูปแบบข้อมูลแบบ Instruction และแบบ Conversation พร้อม Chat Template ของแต่ละโมเดล
  • คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ: ความหลากหลาย ความสม่ำเสมอ และตัวอย่างขอบเขตงาน
  • สร้างข้อมูลสังเคราะห์ด้วย LLM แล้วให้คนตรวจทาน
  • ข้อควรระวังกับข้อมูลภาษาไทย ทั้งการตัดคำ จำนวน Token และความสม่ำเสมอของภาษา
  • PDPA และการลบข้อมูลส่วนบุคคลก่อนนำข้อมูลองค์กรไปฝึก

Section 5: Lab: เตรียมข้อมูลให้พร้อมฝึก

  • ทำความสะอาด ลบข้อมูลซ้ำ และกรองตัวอย่างคุณภาพต่ำ
  • แบ่งชุด Train, Validation และ Test โดยไม่ให้ข้อมูลรั่วข้ามชุด
  • แปลงข้อมูลเป็น Chat Template และตรวจความยาว Token ของแต่ละตัวอย่าง
  • บันทึกเป็น Dataset บน Hugging Face Hub แบบ Private
  • Lab: เตรียมชุดข้อมูลภาษาไทยสำหรับงานจัดหมวดและตอบคำถามของธุรกิจตัวอย่าง
Day 2 ฝึกโมเดลและวัดผล

Section 6: Lab: QLoRA ตัวแรกด้วย Unsloth

  • โหลดโมเดลแบบ 4-bit และเพิ่ม LoRA Adapter
  • ตั้งค่า SFTTrainer และฝึกเฉพาะส่วนคำตอบ (Train on Completions)
  • ติดตาม Loss และการใช้ GPU ระหว่างฝึก
  • ทดสอบโมเดลหลังฝึกและเทียบกับ Baseline
  • บันทึกเฉพาะ Adapter และโหลดกลับมาใช้งาน

Section 7: Hyperparameter และการอ่าน Loss Curve

  • Learning Rate, Epoch, Batch Size และ Gradient Accumulation
  • เลือก Rank และ Target Modules ให้สมดุลระหว่างคุณภาพกับหน่วยความจำ
  • อ่าน Training Loss กับ Validation Loss เพื่อจับ Overfitting
  • Checkpoint, Early Stopping และการบันทึกการทดลองด้วย TensorBoard หรือ W&B
  • Lab: ฝึกซ้ำด้วยค่าต่างกันแล้วเทียบผลอย่างเป็นระบบ

Section 8: Lab: Fine-tune โมเดลภาษาไทย

  • ภาพรวมโมเดลที่รองรับภาษาไทย เช่น Typhoon, OpenThaiGPT และ Qwen
  • ประสิทธิภาพของ Tokenizer กับภาษาไทย และผลต่อความยาวข้อมูลและต้นทุน
  • ตรวจ License ของโมเดลภาษาไทยก่อนเลือกเป็นโมเดลตั้งต้น
  • Lab: Fine-tune โมเดลภาษาไทยให้ตอบตามรูปแบบและน้ำเสียงขององค์กร
  • เทียบผลกับการเขียน Prompt อย่างเดียวบนโมเดลเดียวกัน

Section 9: Lab: Hugging Face TRL และ PEFT โดยตรง

  • เขียน Training Script ด้วย TRL และ PEFT โดยไม่พึ่ง Unsloth
  • เทียบความเร็วและหน่วยความจำกับการฝึกด้วย Unsloth
  • ใช้ Accelerate สำหรับการฝึกบนหลาย GPU เบื้องต้น
  • จัดโครงสร้างโปรเจกต์ให้ทำซ้ำได้: Config, Seed และ Version ของข้อมูล

Section 10: Lab: วัดผลโมเดลที่ฝึกแล้ว

  • สร้างชุดทดสอบจากงานจริงที่ไม่เคยอยู่ในข้อมูลฝึก
  • ตัวชี้วัดตามชนิดงาน เช่น Accuracy, F1 และ Exact Match สำหรับการจัดหมวดและดึงข้อมูล
  • ใช้ LLM-as-a-Judge ร่วมกับการตรวจโดยคนสำหรับงานที่ตอบเป็นข้อความ
  • ตรวจว่าโมเดลยังทำงานทั่วไปได้ ไม่ลืมความสามารถเดิม (Catastrophic Forgetting)
  • Lab: ทำรายงานเทียบโมเดลตั้งต้น Prompt อย่างเดียว และโมเดลที่ Fine-tune
Day 3 Preference Tuning, Deploy และ Capstone

Section 11: Lab: Preference Tuning ด้วย DPO

  • ทำไมต้องปรับตามความชอบ เมื่อ SFT อย่างเดียวยังไม่พอ
  • หลักการ DPO และรูปแบบข้อมูลคู่คำตอบที่ดีกว่าและแย่กว่า
  • ภาพรวม Reinforcement Learning แบบ GRPO สำหรับงานที่ตรวจคำตอบได้
  • Lab: ปรับโมเดลด้วย DPO ให้ตอบสุภาพและกระชับตามแนวทางองค์กร

Section 12: Lab: Merge และ Export โมเดล

  • เก็บแบบ Adapter แยก หรือ Merge เข้ากับโมเดลตั้งต้น เลือกอย่างไร
  • Merge Adapter และบันทึกเป็นโมเดลเต็มบน Hugging Face Hub แบบ Private
  • แปลงเป็น GGUF และเลือกระดับ Quantization
  • ตรวจคุณภาพหลัง Quantize ด้วยชุดทดสอบเดิม
  • เขียน Model Card บอกข้อมูลฝึก ข้อจำกัด และวิธีใช้งาน

Section 13: Lab: นำโมเดลขึ้นใช้งาน

  • สร้าง Modelfile และรันโมเดลที่ฝึกเองบน Ollama
  • ให้บริการบน vLLM และโหลด LoRA Adapter หลายตัวบนโมเดลตั้งต้นเดียว
  • เรียกใช้ผ่าน OpenAI-compatible API จากแอปเดิม
  • Lab: เชื่อมโมเดลที่ฝึกเองเข้ากับสคริปต์งานจริงของธุรกิจตัวอย่าง

Section 14: License, ความปลอดภัย และการดูแลโมเดล

  • License ของโมเดลตั้งต้นและข้อมูล กับสิทธิ์การใช้เชิงพาณิชย์
  • ทดสอบความปลอดภัยของโมเดลหลังฝึก เช่น การตอบเรื่องที่ไม่ควรตอบ และข้อมูลรั่ว
  • ระบบ Version ของข้อมูล Adapter และโมเดล เพื่อย้อนกลับได้
  • วางรอบการฝึกใหม่เมื่อข้อมูลหรือโมเดลตั้งต้นเปลี่ยน
  • ประเมินต้นทุนการฝึกและการให้บริการเทียบกับการใช้ API

Section 15: Capstone: Fine-tune โมเดลสำหรับงานของตัวเอง

  • เลือกโจทย์จากงานขององค์กรตัวเองหรือโจทย์ตัวอย่างที่เตรียมไว้
  • เตรียมข้อมูล ฝึก และปรับจูนอย่างน้อยสองรอบ
  • วัดผลเทียบกับ Baseline และสรุปว่าคุ้มค่าหรือไม่
  • Export และรันบน Ollama หรือ vLLM แล้วนำเสนอผลพร้อมรีวิวร่วมกัน

รอบอบรมและรูปแบบการอบรม

สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป

ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770

สำหรับองค์กร — In-house / Private Training

  • ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
  • เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
  • ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร

วิทยากรผู้สอน

คำถามที่พบบ่อย

LoRA กับ QLoRA คืออะไร ต่างกันอย่างไร

LoRA เป็นวิธี Fine-tune แบบ Parameter-Efficient ที่ตรึงน้ำหนักเดิมของโมเดลไว้ แล้วฝึกเฉพาะเมทริกซ์ขนาดเล็กที่เพิ่มเข้าไปในบางชั้น ค่าสำคัญที่ต้องเลือกคือ Rank, Alpha และ Target Modules ส่วน QLoRA ใช้หลักเดียวกันแต่โหลดโมเดลฐานแบบ 4-bit จึงใช้หน่วยความจำ GPU น้อยลงมากและฝึกโมเดลขนาดใหญ่ขึ้นบน GPU ตัวเดียวได้

เมื่อไรควร Fine-tune LLM และเมื่อไรควรใช้ RAG หรือ Prompt แทน

Fine-tuning เหมาะกับงานที่ต้องการให้โมเดลตอบในรูปแบบเดิมสม่ำเสมอ จัดหมวด ดึงข้อมูล หรือใช้ศัพท์เฉพาะทาง และช่วยให้ใช้โมเดลเล็กแทนโมเดลใหญ่ได้ แต่ไม่เหมาะกับการเพิ่มความรู้ที่เปลี่ยนบ่อย ซึ่งควรใช้ RAG แทน ก่อนตัดสินใจควรลองปรับ Prompt ให้เต็มที่ก่อน และคิดต้นทุนรวมทั้งการเตรียมข้อมูล GPU เวลา และการดูแลโมเดลหลังฝึก

เตรียมชุดข้อมูลสำหรับ Fine-tune LLM มีขั้นตอนอย่างไร

เริ่มจากเลือกรูปแบบข้อมูลแบบ Instruction หรือแบบ Conversation แล้วทำความสะอาด ลบข้อมูลซ้ำ และกรองตัวอย่างคุณภาพต่ำออก โดยเน้นคุณภาพและความหลากหลายมากกว่าปริมาณ จากนั้นแบ่งชุด Train, Validation และ Test โดยไม่ให้ข้อมูลรั่วข้ามชุด แปลงเป็น Chat Template ของโมเดลที่จะใช้ และตรวจความยาว Token ของแต่ละตัวอย่าง ถ้าเป็นข้อมูลองค์กรต้องลบข้อมูลส่วนบุคคลก่อนตาม PDPA

หลักสูตร LLM Fine-Tuning with LoRA เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน

เหมาะกับ AI Engineer และ ML Engineer ที่ต้องปรับแต่งโมเดลภาษาให้เหมาะกับงานขององค์กร นักพัฒนา Python ที่ใช้ LLM API อยู่แล้ว และ Data Scientist ที่ต้องการ Fine-tune บนข้อมูลภาษาไทย ควรเขียน Python ได้คล่อง เคยใช้ Jupyter Notebook หรือ Google Colab และเข้าใจ Prompt, Token และ Context Window ถ้ามีพื้นฐาน Machine Learning เช่น Overfitting จะเป็นประโยชน์

เรียนจบหลักสูตร LLM Fine-Tuning with LoRA แล้วทำอะไรได้บ้าง

ตัดสินใจได้ว่างานใดควรใช้ Prompt, RAG หรือ Fine-tuning เตรียมชุดข้อมูลฝึกรวมถึงข้อมูลภาษาไทย Fine-tune ด้วย Unsloth และ Hugging Face TRL กับ PEFT บน GPU ตัวเดียว วัดผลเทียบโมเดลตั้งต้น และ Merge กับ Export เป็น GGUF เพื่อให้บริการบน Ollama หรือ vLLM ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate of Completion) ที่มีเลขที่ของตัวเองและตรวจสอบออนไลน์ได้

ต้องเตรียมอะไรมาเรียน LLM Fine-Tuning with LoRA และต้องมี GPU ไหม

เตรียมโน้ตบุ๊กที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต บัญชี Google สำหรับ Google Colab และบัญชี Hugging Face ไม่จำเป็นต้องมี GPU บนเครื่อง เพราะทุก Lab รันบน Google Colab หรือ Cloud GPU ที่ผู้เรียนเช่าเอง ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ผู้เรียนรับผิดชอบเอง