สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
ภาษาโปรแกรมมิ่ง · WDC-94

Deep Learning with Python

หลักสูตร Deep Learning with Python เป็นการอบรมการสร้างโมเดล Deep Learning ด้วย PyTorch และ Keras 3 ทั้ง Neural Network, CNN, Transfer Learning, การตรวจจับวัตถุด้วย YOLO, LSTM, Transformer และ Fine-tune โมเดลภาษาไทยด้วย Hugging Face เหมาะกับนักพัฒนาที่มีพื้นฐาน Python และ Machine Learning

อัปเดตล่าสุด
ราคาเริ่มต้น 12,150 บาท / ท่าน 13,500 −10% ยังไม่รวม VAT 7% · มีราคาหมู่คณะ
PDFดาวน์โหลด Course Outline
  • ระยะเวลา18 ชั่วโมง · 3 วัน
  • รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
  • รอบถัดไปเปิดตามคำขอ
  • ใบรับรองมี Certificate

ภาพรวมหลักสูตร

Deep Learning คือกลไกเบื้องหลังระบบ AI ที่ใช้อยู่ทุกวัน ทั้งการจำแนกภาพ ตรวจจับวัตถุจากกล้อง วิเคราะห์ความรู้สึกจากข้อความ ไปจนถึงโมเดลภาษาขนาดใหญ่ แต่เครื่องมือเปลี่ยนเร็วมาก โค้ดแบบ TensorFlow 1 และ Keras 2 ที่เคยสอนกันใช้ไม่ได้แล้ว ไลบรารีหลักอย่าง Hugging Face Transformers ก็หันมาใช้ PyTorch เป็นหลัก นักพัฒนาที่อยากสร้างโมเดลเองจึงต้องเข้าใจทั้งหลักการและเครื่องมือชุดปัจจุบัน

หลักสูตรนี้พาผู้เรียนสร้างโมเดล Deep Learning ด้วย Python โดยใช้ PyTorch 2 เป็นแกนหลักร่วมกับ Keras 3 เริ่มจากหลักการ Neural Network, Backpropagation และ Training Loop ที่เขียนเอง แล้วต่อด้วยเทคนิคฝึกโมเดล CNN สำหรับงานภาพ Transfer Learning การตรวจจับวัตถุด้วย Ultralytics YOLO26 และ Autoencoder จากนั้นเข้าสู่ข้อมูลลำดับด้วย LSTM และ GRU สถาปัตยกรรม Transformer การ Fine-tune โมเดลวิเคราะห์ความรู้สึกภาษาไทยด้วย Hugging Face และการ Export โมเดลเป็น ONNX ปิดท้ายด้วย Capstone ที่สร้างโมเดลพร้อมหน้าเดโมของตนเอง (อบรม 3 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 18 ชั่วโมง ระดับ Advanced)

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • เข้าใจหลักการ Neural Network, Loss Function, Backpropagation และ Optimizer
  • ใช้ Tensor, Autograd, Dataset และ DataLoader ของ PyTorch และเขียน Training Loop เองได้
  • สร้างและฝึกโมเดลด้วย Keras 3 พร้อมเข้าใจการเลือก Backend
  • สร้าง CNN จำแนกภาพและใช้ Transfer Learning จากโมเดลสำเร็จรูป
  • ฝึกโมเดลตรวจจับวัตถุด้วย YOLO26 กับชุดข้อมูลของตนเอง
  • ใช้ LSTM, GRU และ Transformer กับข้อมูลลำดับและข้อความ
  • Fine-tune โมเดลภาษาสำหรับวิเคราะห์ความรู้สึกด้วย Hugging Face Transformers
  • Export โมเดลเป็น ONNX และทำหน้าเดโมให้ผู้อื่นทดลองใช้

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • นักพัฒนาและ Web Developer ที่มีพื้นฐาน Python และต้องการพัฒนาระบบ AI ด้วย Deep Learning
  • Data Scientist และ ML Engineer ที่ต้องการอัปเดตจาก TensorFlow 1 หรือ Keras 2 สู่เครื่องมือปัจจุบัน
  • ผู้ที่ผ่านหลักสูตร Python for Machine Learning หรือมีพื้นฐาน Machine Learning มาแล้ว
  • อาจารย์และนักศึกษาที่ทำโปรเจกต์ด้านภาพ ข้อความ หรือข้อมูลอนุกรมเวลา

พื้นฐานของผู้เข้าอบรม

  • เขียน Python ได้คล่อง รวมถึง Function, Class และการใช้ NumPy กับ pandas เบื้องต้น
  • เข้าใจพื้นฐาน Machine Learning เช่น Train/Test Split, Overfitting และการวัดผลโมเดล
  • คณิตศาสตร์ระดับมัธยมปลาย เรื่องเมทริกซ์และอนุพันธ์จะอธิบายเท่าที่จำเป็นในชั้นเรียน
  • บัญชี Google สำหรับใช้ Google Colab และบัญชี Hugging Face แบบใช้ฟรี

หัวข้อการฝึกอบรม

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้เป็นฉบับปรับปรุงใหม่ปี 2026 ที่มาแทนเนื้อหาเดิมของหลักสูตร Deep Learning with Python โดยยังคงแกนเดิม คือ Neural Network, CNN, การตรวจจับวัตถุด้วย YOLO, Transfer Learning, LSTM และ GRU, Autoencoder และการวิเคราะห์ความรู้สึกด้วย BERT แต่เปลี่ยนเครื่องมือจาก TensorFlow แบบเดิมมาเป็น PyTorch 2 ร่วมกับ Keras 3 อัปเดตเป็น YOLO26 ใช้ Hugging

Face Transformers สำหรับงานภาษา และเพิ่ม Transformer, Fine-tuning และการ Export เป็น ONNX อบรม 3 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 18 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.) รูปแบบบรรยายพร้อม Lab ระดับ Advanced Lab รันบน Google Colab ได้โดยไม่ต้องมี GPU ในเครื่อง ผู้ที่ยังไม่มีพื้นฐาน Machine Learning แนะนำให้เรียนหลักสูตร Python for Machine Learning ก่อน

Day 1 Neural Network, PyTorch และ Keras 3

Section 1: Lab: เตรียมสภาพแวดล้อม Deep Learning

  • ภาพรวมเครื่องมือ Deep Learning ปี 2026: PyTorch, Keras 3 และ Hugging Face
  • ใช้ Google Colab กับ GPU และตรวจว่าโค้ดรันบน CUDA จริง
  • ติดตั้งบนเครื่องตนเองด้วย uv และทางเลือก Apple Silicon (MPS)
  • จัดโครงสร้างโปรเจกต์และบันทึกเวอร์ชันไลบรารีเพื่อทำซ้ำผลได้

Section 2: จาก Machine Learning สู่ Neural Network

  • Neuron, Weight, Bias และ Activation Function อย่าง ReLU และ Softmax
  • Loss Function สำหรับ Regression และ Classification
  • Backpropagation และ Gradient Descent ทำงานอย่างไร
  • Optimizer อย่าง SGD, Adam และ AdamW และบทบาทของ Learning Rate
  • ภาพรวม CNN, RNN, Transformer และ Foundation Model ในปัจจุบัน

Section 3: Lab: Tensor และ Autograd ใน PyTorch

  • สร้างและจัดการ Tensor, Shape และการย้ายข้อมูลไป GPU
  • Autograd คำนวณ Gradient ให้อัตโนมัติอย่างไร
  • สร้างโมเดลด้วย nn.Module และชั้นพื้นฐานอย่าง Linear
  • เตรียมข้อมูลด้วย Dataset และ DataLoader แบบ Batch

Section 4: Lab: เขียน Training Loop ด้วย PyTorch

  • ลำดับ Forward, Loss, Backward และ Optimizer Step
  • แยกชุด Train และ Validation พร้อมติดตาม Loss และ Accuracy
  • สร้าง MLP สำหรับงาน Regression และ Classification
  • บันทึกและโหลดโมเดลด้วย state_dict และ Checkpoint
  • อ่านกราฟการฝึกเพื่อดู Overfitting และ Underfitting

Section 5: Lab: สร้างโมเดลเร็วขึ้นด้วย Keras 3

  • Keras 3 แบบหลาย Backend เลือกรันบน PyTorch, JAX หรือ TensorFlow
  • Sequential API และ Functional API สำหรับโมเดลหลายอินพุต
  • compile, fit และ Callback อย่าง EarlyStopping และ ModelCheckpoint
  • บันทึกโมเดลเป็นไฟล์ .keras และข้อแตกต่างจาก Keras 2
  • เทียบโค้ด Keras กับ Training Loop ที่เขียนเองด้วย PyTorch
Day 2 Computer Vision และ Generative Model

Section 6: เทคนิคฝึกโมเดลให้ดีและเร็ว

  • ลด Overfitting ด้วย Dropout, Weight Decay และ Data Augmentation
  • Batch Normalization และการกำหนดค่าเริ่มต้นของ Weight
  • Learning Rate Schedule และ Early Stopping
  • Mixed Precision ด้วย torch.autocast และเร่งความเร็วด้วย torch.compile
  • ติดตามการทดลองและเปรียบเทียบผลอย่างเป็นระบบ

Section 7: Lab: CNN สำหรับจำแนกภาพ

  • Convolution, Filter, Stride, Padding และ Pooling
  • สร้าง CNN จำแนกภาพสินค้าและภาพทั่วไปตั้งแต่ศูนย์
  • ดูภาพ Feature Map เพื่อเข้าใจสิ่งที่แต่ละชั้นเรียนรู้
  • วัดผลด้วย Confusion Matrix และวิเคราะห์ภาพที่ทายผิด

Section 8: Lab: Transfer Learning และ Fine-tuning

  • โหลดโมเดลที่ฝึกมาแล้วจาก torchvision พร้อม Weight สำเร็จรูป
  • ตรึงชั้นต้น เปลี่ยนชั้นสุดท้าย แล้วฝึกกับคลาสของเราเอง
  • ปลดตรึงบางชั้นเพื่อ Fine-tune ด้วย Learning Rate ต่ำ
  • ใช้โมเดลสำเร็จรูปจาก KerasHub เป็นทางเลือก
  • Lab: สร้างตัวจำแนกภาพจากชุดข้อมูลขนาดเล็กของตนเอง

Section 9: Lab: ตรวจจับวัตถุด้วย YOLO26

  • หลักการ Object Detection, Bounding Box, IoU และ mAP
  • ใช้โมเดล YOLO26 ที่ฝึกมาแล้วกับภาพและวิดีโอด้วย Ultralytics
  • เตรียมชุดข้อมูลแบบ YOLO Format และติด Label ภาพ
  • ฝึกโมเดลกับข้อมูลของตนเองและอ่านผลการวัด
  • Export โมเดลและข้อควรรู้เรื่องสัญญาอนุญาต AGPL-3.0

Section 10: Autoencoder และ Generative Model

  • Autoencoder สำหรับบีบอัดข้อมูลและลบสัญญาณรบกวนในภาพ
  • ตรวจจับความผิดปกติจากค่า Reconstruction Error
  • แนวคิด VAE และ GAN แบบเข้าใจง่าย
  • ภาพรวม Diffusion Model ที่อยู่เบื้องหลังเครื่องมือสร้างภาพ
  • Lab: Autoencoder ตรวจจับภาพสินค้าที่ผิดปกติ
Day 3 ข้อมูลลำดับ, Transformer และการนำไปใช้

Section 11: Lab: RNN, LSTM และ GRU กับข้อมูลลำดับ

  • ข้อมูลลำดับและการจัดรูปเป็น Window สำหรับฝึกโมเดล
  • RNN และปัญหา Vanishing Gradient
  • LSTM และ GRU แก้ปัญหาความจำระยะยาวอย่างไร
  • พยากรณ์ข้อมูลอนุกรมเวลา เช่น ยอดขายรายวัน พร้อมวัดผลกับ Baseline

Section 12: Transformer และกลไก Attention

  • ข้อจำกัดของ RNN ที่นำไปสู่ Attention
  • Self-Attention, Multi-Head Attention และ Positional Encoding
  • Encoder แบบ BERT เทียบกับ Decoder แบบ GPT
  • Tokenization, Embedding และการตัดคำของภาษาไทย
  • Lab: สร้าง Transformer Block ขนาดเล็กด้วย PyTorch

Section 13: Lab: วิเคราะห์ความรู้สึกด้วย Hugging Face

  • ใช้ pipeline วิเคราะห์ความรู้สึกจากโมเดลบน Hugging Face Hub
  • เตรียมข้อมูลรีวิวภาษาไทยด้วยไลบรารี Datasets และ Tokenizer
  • Fine-tune โมเดลภาษาไทยอย่าง WangchanBERTa ด้วย Trainer
  • วัดผลด้วย F1-score และวิเคราะห์ประโยคที่โมเดลทายผิด
  • เมื่อไรควร Fine-tune โมเดลเล็ก และเมื่อไรใช้ LLM ผ่าน API

Section 14: Lab: นำโมเดลไปใช้งาน

  • Export โมเดล PyTorch และ Keras เป็น ONNX แล้วรันด้วย ONNX Runtime
  • ลดขนาดและเร่งความเร็วด้วย Quantization เบื้องต้น
  • สร้างหน้าเดโมด้วย Gradio และแชร์ผ่าน Hugging Face Spaces
  • ข้อควรระวังเรื่อง Bias ข้อมูลส่วนบุคคล PDPA และลิขสิทธิ์ของข้อมูลฝึก

Section 15: Workshop: Capstone Project

  • เลือกโจทย์ภาพ ข้อความ หรืออนุกรมเวลา และกำหนดตัวชี้วัด
  • เลือกสถาปัตยกรรมหรือโมเดลสำเร็จรูปที่เหมาะกับข้อมูล
  • ฝึก ปรับจูน และเปรียบเทียบกับ Baseline
  • Export โมเดล ทำหน้าเดโม และนำเสนอผลงานพร้อมข้อจำกัด

รอบอบรมและรูปแบบการอบรม

สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป

ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770

สำหรับองค์กร — In-house / Private Training

  • ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
  • เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
  • ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร

วิทยากรผู้สอน

คำถามที่พบบ่อย

Neural Network ทำงานอย่างไร

Neural Network ประกอบด้วยชั้นของ Neuron ที่รับข้อมูลเข้า คูณด้วยน้ำหนัก บวกค่า Bias แล้วผ่านฟังก์ชัน Activation ส่งต่อไปชั้นถัดไปจนได้ผลลัพธ์ ระหว่างฝึกโมเดลจะเทียบผลลัพธ์กับคำตอบจริงด้วย Loss Function แล้วใช้ Backpropagation คำนวณว่าควรปรับน้ำหนักแต่ละตัวอย่างไร และ Optimizer เช่น Adam หรือ AdamW ปรับค่าซ้ำหลายรอบจนความคลาดเคลื่อนลดลง ในหลักสูตรผู้เรียนจะเขียน Training Loop เองด้วย PyTorch เพื่อเห็นทุกขั้นตอนนี้

CNN คืออะไร ทำไมเหมาะกับงานรูปภาพ

CNN (Convolutional Neural Network) ใช้ตัวกรองขนาดเล็กเลื่อนไปทั่วภาพเพื่อจับลักษณะเฉพาะที่ตำแหน่งใดก็ได้ ชั้นแรกจับเส้นขอบและสี ชั้นถัดไปรวมเป็นรูปทรงและวัตถุ แล้วใช้ Pooling ย่อขนาดข้อมูล การใช้ตัวกรองชุดเดียวกันทั้งภาพทำให้มีพารามิเตอร์น้อยกว่าเครือข่ายแบบเชื่อมทุกจุด จึงเหมาะกับงานจำแนกภาพ และเป็นพื้นฐานของโมเดลตรวจจับวัตถุอย่าง YOLO ซึ่งในหลักสูตรใช้รุ่น YOLO26

Transfer Learning คืออะไร ช่วยงาน Deep Learning อย่างไร

Transfer Learning คือการนำโมเดลที่ฝึกกับข้อมูลชุดใหญ่มาแล้วมาใช้ต่อกับงานใหม่ของเรา โดยตรึงชั้นต้นที่จับลักษณะทั่วไปไว้ แล้วเปลี่ยนชั้นสุดท้ายให้ตรงกับคลาสที่ต้องการก่อนฝึกเพิ่ม จากนั้นอาจปลดตรึงบางชั้นมา Fine-tune ด้วยอัตราการเรียนรู้ต่ำ วิธีนี้ใช้ข้อมูลและเวลาน้อยกว่าการฝึกเองตั้งแต่ต้นมาก ในหลักสูตรใช้โมเดลสำเร็จรูปจาก torchvision และ KerasHub กับงานภาพ และใช้โมเดลภาษาจาก Hugging Face กับงานข้อความ

หลักสูตร Deep Learning with Python เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน

เหมาะกับนักพัฒนาและ Web Developer ที่มีพื้นฐาน Python และต้องการพัฒนาระบบ AI ด้วย Deep Learning รวมถึง Data Scientist ที่ต้องการอัปเดตจาก TensorFlow 1 หรือ Keras 2 สู่เครื่องมือปัจจุบัน ควรเขียน Python ได้คล่องและเข้าใจพื้นฐาน Machine Learning เช่น การแบ่งข้อมูลและการวัดผลโมเดล ผู้ที่ยังไม่มีพื้นฐานนี้แนะนำให้เรียนหลักสูตร Python for Machine Learning ก่อน

เรียนจบหลักสูตร Deep Learning with Python แล้วทำอะไรได้บ้าง

อธิบายหลักการ Neural Network ได้ เขียน Training Loop ด้วย PyTorch และสร้างโมเดลด้วย Keras 3 สร้าง CNN จำแนกภาพ ใช้ Transfer Learning ฝึก YOLO26 ตรวจจับวัตถุจากข้อมูลของตนเอง พยากรณ์ข้อมูลลำดับด้วย LSTM และ GRU เข้าใจ Transformer และ Fine-tune โมเดลวิเคราะห์ความรู้สึกภาษาไทยด้วย Hugging Face รวมถึง Export โมเดลเป็น ONNX และทำหน้าเดโมด้วย Gradio ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate of Completion)

จัดอบรมหลักสูตร Deep Learning with Python ให้ทีมในองค์กรได้ไหม

ได้ หลักสูตรนี้จัดเป็นการอบรมแบบ In-house ให้ทีมในองค์กรได้ และปรับตัวอย่างให้ตรงกับงานของทีม เช่น จำแนกภาพ ตรวจจับวัตถุ หรือวิเคราะห์ข้อความจากโจทย์ที่คล้ายข้อมูลขององค์กร ขอใบเสนอราคาได้จากหน้านี้ หรือติดต่อทาง LINE @itgenius โทร 02-570-8449

บทความที่เกี่ยวข้อง