สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
AI · AIC-06

AI Chatbots with LangChain.js, Next.js and Supabase

หลักสูตร AI Chatbots with LangChain.js, Next.js and Supabase เป็นการอบรมแบบเวิร์กชอปสร้าง AI Chatbot ที่ตอบจากเอกสารองค์กรด้วย RAG บน Next.js, LangChain.js และ Supabase พร้อมระบบสมาชิกและ pgvector เหมาะกับ Web Developer นักพัฒนา TypeScript และ Tech Lead จบแล้วได้ Chatbot ที่ Deploy ใช้งานจริงได้

อัปเดตล่าสุด
ราคาเริ่มต้น 11,250 บาท / ท่าน 12,500 −10% ยังไม่รวม VAT 7% · มีราคาหมู่คณะ
PDFดาวน์โหลด Course Outline
  • ระยะเวลา24 ชั่วโมง · 4 วัน
  • รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
  • รอบถัดไปเปิดตามคำขอ
  • ใบรับรองมี Certificate

ภาพรวมหลักสูตร

องค์กรจำนวนมากมีความรู้กระจายอยู่ในคู่มือ นโยบาย สเปกสินค้า และเอกสารภายในนับร้อยไฟล์ พนักงานเสียเวลาค้นหาและถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ AI Chatbot ที่ตอบจากเอกสารเหล่านี้ได้อย่างถูกต้อง อ้างอิงแหล่งที่มาได้ และรู้ว่าผู้ใช้แต่ละคนมีสิทธิ์เห็นข้อมูลใด จึงกลายเป็นระบบที่หลายองค์กรอยากมี แต่การทำให้ใช้งานได้จริงต้องอาศัยทั้งงาน AI งานเว็บ และงานฐานข้อมูลไปพร้อมกัน

หลักสูตรนี้พาผู้เรียนสร้าง AI Chatbot สำหรับองค์กรด้วย TypeScript ตั้งแต่ต้นจนขึ้นระบบจริง ใช้ Next.js 16 สร้างทั้งหน้าแชทและ API ในโปรเจกต์เดียว ใช้ LangChain.js 1.x เชื่อมโมเดลจากหลายผู้ให้บริการพร้อมตอบแบบ Streaming และสร้าง Agent ด้วย createAgent ใช้ Supabase ทำระบบสมาชิก เก็บประวัติแชทที่ป้องกันด้วย Row Level Security และเก็บเอกสารเป็นเวกเตอร์ด้วย pgvector จากนั้นทำ RAG ที่แสดงแหล่งอ้างอิง ปรับการค้นหาให้แม่นขึ้น วัดคุณภาพคำตอบ เพิ่ม Tool Calling และ MCP วาง Guardrail แล้ว Deploy บน Vercel หรือ Docker ปิดท้ายด้วย Capstone สร้าง Chatbot ขององค์กรครบทั้งระบบ (อบรม 4 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 24 ชั่วโมง ระดับ Intermediate)

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • สร้างแอป Full-stack ด้วย Next.js 16 ที่มีทั้งหน้าแชทและ AI API ในโปรเจกต์เดียว
  • ใช้ LangChain.js 1.x เชื่อมโมเดลจากหลายผู้ให้บริการ พร้อมตอบแบบ Streaming
  • ทำระบบสมาชิกด้วย Supabase Auth และเก็บประวัติแชทที่ป้องกันด้วย Row Level Security
  • สร้าง Pipeline นำเอกสารองค์กรเข้า Supabase ในรูปเวกเตอร์ด้วย pgvector
  • พัฒนา Agentic RAG ที่ตอบจากเอกสารพร้อมแสดงแหล่งอ้างอิง และปรับการค้นหาให้แม่นขึ้น
  • เพิ่ม Tool Calling และเชื่อม MCP Server ให้ Agent ทำงานกับระบบอื่นได้
  • วาง Guardrail ด้านความปลอดภัยและข้อมูลส่วนบุคคล และวัดคุณภาพคำตอบก่อนใช้งานจริง
  • Deploy ระบบขึ้น Vercel หรือ Docker พร้อมตั้งค่า Environment อย่างปลอดภัย

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • Web Developer สาย Frontend และ Full-stack ที่ต้องการเพิ่มทักษะด้าน AI และ LLM
  • นักพัฒนา JavaScript และ TypeScript ที่ต้องการสร้างแอป AI ที่ใช้งานได้จริง
  • Solution Architect และ Tech Lead ที่ต้องวางระบบ AI Chatbot ให้องค์กร
  • ทีมในองค์กรที่อยากมีบอทถามตอบจากคู่มือ สเปก หรือนโยบาย
  • อาจารย์ วิทยากร และที่ปรึกษาที่ต้องการต้นแบบ RAG ไปสอนหรือปรับใช้ต่อ

พื้นฐานของผู้เข้าอบรม

  • เขียน JavaScript หรือ TypeScript ได้ และเคยใช้ React หรือ Next.js เบื้องต้น
  • เข้าใจ REST, HTTP, ไฟล์ .env และใช้ Git ขั้นพื้นฐานได้
  • รู้ SQL เบื้องต้น เช่น ตาราง คีย์ และความสัมพันธ์ จะช่วยได้มาก
  • โน้ตบุ๊กที่ติดตั้ง Node.js, VS Code และ Docker Desktop ได้ พร้อมสิทธิ์ติดตั้งโปรแกรม

หัวข้อการฝึกอบรม

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้เป็นฉบับปรับปรุงใหม่ปี 2026 ของหลักสูตรสร้าง AI Chatbots สำหรับองค์กรด้วย LangChain.js, Next.js และ Supabase เนื้อหาเขียนใหม่ให้ตรงกับ LangChain.js 1.x และ Next.js 16 อบรม 4 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 24 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.) รูปแบบ Workshop ที่ต่อยอดโปรเจกต์เดียวตลอดหลักสูตรบนชุดคู่มือและนโยบายองค์กรสมมติภาษาไทย ระดับ Intermediate เทียบกับรุ่นเดิมได้เปลี่ยนจาก LLMChain และ Agent Executor

มาใช้ createAgent กับ Middleware ใช้ proxy.ts ของ Next.js 16 และ @supabase/ssr กับคีย์รุ่นใหม่ของ Supabase และเพิ่ม Agentic RAG, Hybrid Search, การวัดคุณภาพคำตอบ, MCP และ Guardrail Framework เป็นโอเพนซอร์ส Supabase และ Vercel มีแพ็กเกจใช้ฟรี ส่วนการเรียก API ของผู้ให้บริการ LLM ใช้บัญชีของผู้เรียนเอง ผู้เรียนจะได้ Lab Guide ซอร์สโค้ดครบทุก Lab และสคริปต์ SQL สำหรับ Supabase กลับไปใช้งานต่อ

Day 1 Next.js และ LangChain.js พื้นฐาน

Section 1: Lab: ภาพรวม AI Chatbot และเตรียมโปรเจกต์

  • Generative AI, LLM และสิ่งที่ Chatbot องค์กรต้องมีมากกว่าการถามตอบ
  • สถาปัตยกรรมของระบบในหลักสูตร: Next.js, LangChain.js, Supabase และ Vercel
  • เลือกผู้ให้บริการโมเดลและประเมินค่าใช้จ่ายต่อการใช้งาน
  • ติดตั้ง Node.js, pnpm และสร้างโปรเจกต์ด้วย create-next-app แบบ TypeScript
  • Lab: จัดโครงสร้างโปรเจกต์ ตั้งค่า ESLint และเก็บโค้ดบน Git

Section 2: Lab: AI API ด้วย Route Handler ใน Next.js 16

  • App Router, Server Component และ Client Component ในมุมของแอป AI
  • สร้าง Route Handler ใน app/api/chat/route.ts รับ Request และส่ง Response
  • ตรวจข้อมูลขาเข้าด้วย Zod และจัดการ Error อย่างเป็นระบบ
  • เก็บ API Key ใน .env.local และไม่ให้หลุดไปฝั่ง Client
  • Lab: ทดสอบ Endpoint ด้วย Thunder Client หรือ Postman

Section 3: Lab: LangChain.js 1.x เชื่อมโมเดลภาษา

  • โครงสร้างแพ็กเกจของ LangChain.js 1.x และสิ่งที่ย้ายไป @langchain/classic
  • เชื่อม Chat Model จากหลายผู้ให้บริการ และสลับโมเดลโดยไม่แก้โค้ดส่วนอื่น
  • Message, System Prompt และ Prompt Template สำหรับควบคุมคำตอบ
  • Structured Output ด้วย Zod เพื่อให้ได้ข้อมูลที่โค้ดนำไปใช้ต่อได้
  • Lab: ต่อโมเดลเข้ากับ Route Handler ที่สร้างไว้

Section 4: Lab: ตอบแบบ Streaming

  • ทำไม Chatbot ต้องตอบแบบ Streaming และผลต่อประสบการณ์ผู้ใช้
  • Stream ผลจากโมเดลและ Agent ใน LangChain.js
  • ส่ง ReadableStream ออกจาก Route Handler และยกเลิกคำขอกลางทางได้
  • จัดการ Timeout, Rate Limit และ Error ระหว่าง Stream
  • Lab: API ที่ทยอยส่งคำตอบให้หน้าเว็บแบบ Real-time

Section 5: Lab: หน้าแชทด้วย shadcn/ui

  • ติดตั้ง shadcn/ui กับ Tailwind CSS และเลือก Component ที่จำเป็น
  • ประกอบหน้าแชทจาก Card, Input, Button, Avatar และ Scroll Area
  • จัดการ State ของข้อความฝั่ง Client และรับข้อความแบบ Streaming
  • แสดงผล Markdown และโค้ดในคำตอบ พร้อมสถานะ Loading และ Error
  • Lab: หน้าแชทที่คุยกับ AI API ได้ครบวงจร
Day 2 ระบบสมาชิก ประวัติแชท และความจำ

Section 6: Lab: เริ่มต้น Supabase

  • Supabase คืออะไร: Postgres, Auth, Storage และ API ในบริการเดียว
  • สร้างโปรเจกต์บน Dashboard และรู้จักคีย์ Publishable กับ Secret
  • ใช้ Supabase CLI รันระบบในเครื่องด้วย Docker และจัดการ Migration
  • สร้าง TypeScript Types จาก Schema เพื่อเรียกฐานข้อมูลแบบมี Type
  • Lab: เชื่อม Next.js กับ Supabase ทั้งฝั่ง Browser และ Server

Section 7: Lab: ระบบสมาชิกด้วย Supabase Auth

  • ใช้ @supabase/ssr สร้าง Client สำหรับ Server Component และ Route Handler
  • รีเฟรช Session ใน proxy.ts ของ Next.js 16 และป้องกันหน้าที่ต้องล็อกอิน
  • สมัครสมาชิกและล็อกอินด้วยอีเมล และด้วยบัญชี Google ผ่าน OAuth
  • ตรวจตัวตนผู้ใช้ฝั่ง Server ทุกครั้งก่อนเรียก AI API
  • Lab: หน้า Login, Register และ Logout ที่ใช้งานได้จริง

Section 8: Lab: ประวัติแชทและ Row Level Security

  • ออกแบบตาราง conversations และ messages ที่ผูกกับผู้ใช้
  • เปิด Row Level Security และเขียน Policy ให้เห็นเฉพาะข้อมูลของตัวเอง
  • บันทึกคำถามและคำตอบทุกครั้ง พร้อมข้อมูลโมเดลและจำนวน Token
  • ดึงรายการบทสนทนาเก่ามาแสดง และตั้งชื่อบทสนทนาอัตโนมัติด้วย AI
  • Lab: ทดสอบว่าผู้ใช้คนหนึ่งเข้าถึงแชทของอีกคนไม่ได้

Section 9: Lab: ให้ AI จำบทสนทนา

  • ส่งประวัติการสนทนาเข้า Prompt เพื่อให้คุยต่อเนื่องได้
  • จำกัดขนาด Context ด้วยการตัดข้อความเก่าและสรุปบทสนทนา
  • Short-term Memory ด้วย Checkpointer และ thread_id ของ LangChain
  • เลือกระหว่างเก็บความจำในตารางของแอปหรือใน Checkpointer บน Postgres
  • Lab: Chatbot ที่จำบริบทข้ามหลายคำถามและเปิดแชทเก่าคุยต่อได้
Day 3 RAG จากเอกสารองค์กร

Section 10: แนวคิด RAG และ Embedding

  • RAG ทำงานอย่างไร และต่างจากการ Fine-tune โมเดลตรงไหน
  • Embedding คืออะไร และการเลือก Embedding Model ที่รองรับภาษาไทย
  • Chunking: ขนาด การซ้อนทับ และผลต่อความแม่นของคำตอบ
  • pgvector บน Supabase: คอลัมน์ vector, Distance Operator และ HNSW Index
  • ต้นทุนและเวลาในการประมวลผลเอกสารจำนวนมาก

Section 11: Lab: Pipeline นำเอกสารเข้าระบบ

  • อัปโหลดไฟล์ PDF, DOCX และข้อความขึ้น Supabase Storage
  • Document Loader และ RecursiveCharacterTextSplitter ของ LangChain.js
  • สร้างตาราง documents, ฟังก์ชัน match_documents และ Index
  • บันทึก Chunk พร้อม Metadata เช่น ชื่อไฟล์ หน้า และหน่วยงาน ผ่าน SupabaseVectorStore
  • Lab: สคริปต์ Ingestion ที่รันซ้ำได้และอัปเดตเอกสารที่แก้ไข

Section 12: Lab: Agentic RAG ด้วย createAgent

  • เปลี่ยน Retriever เป็น Tool ให้ Agent ตัดสินใจเองว่าเมื่อไรต้องค้นเอกสาร
  • สร้าง Agent ด้วย createAgent พร้อม System Prompt ที่บังคับให้ตอบจากเอกสาร
  • ให้ AI ตอบว่าไม่ทราบเมื่อเอกสารไม่มีข้อมูล แทนการเดาคำตอบ
  • แสดงแหล่งอ้างอิง ชื่อไฟล์ และข้อความที่ใช้ตอบบนหน้าแชท
  • Lab: Chatbot ถามตอบจากคู่มือองค์กรพร้อมลิงก์ไปยังเอกสารต้นฉบับ

Section 13: Lab: ค้นหาให้แม่นขึ้น

  • กรองผลด้วย Metadata เช่น หน่วยงาน ประเภทเอกสาร และวันที่
  • Hybrid Search รวม Full-Text Search ของ Postgres กับ Vector Search
  • เขียนคำถามใหม่ก่อนค้นหา และจัดอันดับผลลัพธ์ใหม่ (Reranking)
  • จำกัดสิทธิ์เห็นเอกสารตามผู้ใช้หรือทีมด้วย Row Level Security
  • Lab: เปรียบเทียบผลค้นหาก่อนและหลังปรับจูนด้วยชุดคำถามเดียวกัน

Section 14: Lab: วัดคุณภาพคำตอบ

  • สร้างชุดคำถามทดสอบพร้อมคำตอบที่คาดหวังจากเอกสารจริง
  • วัดความถูกต้อง การอ้างอิงตรงแหล่ง และการตอบนอกเอกสาร
  • ใช้ LLM ช่วยให้คะแนนคำตอบ และข้อควรระวังของวิธีนี้
  • ติดตาม Trace การทำงานของ Agent ด้วย LangSmith หรือ Log ของระบบ
  • Lab: รันชุดทดสอบทุกครั้งที่เปลี่ยน Prompt หรือวิธีค้นหา
Day 4 Tool, ความปลอดภัย และการ Deploy

Section 15: Lab: Tool Calling และ MCP

  • Tool Calling คืออะไร และงานที่ Chatbot องค์กรควรทำผ่าน Tool
  • นิยาม Tool ด้วยฟังก์ชัน tool() พร้อม Schema แบบ Zod
  • ใช้ Middleware จัดการ Error ของ Tool และขออนุมัติก่อนทำงานสำคัญ
  • เชื่อม MCP Server เข้ากับ Agent ผ่าน @langchain/mcp-adapters
  • Lab: Agent ที่ค้นเอกสาร เรียก API ภายใน และสร้างคำขอแทนผู้ใช้

Section 16: ความปลอดภัยและ Guardrail

  • Prompt Injection จากผู้ใช้และจากเนื้อหาในเอกสาร พร้อมแนวทางป้องกัน
  • ซ่อนข้อมูลส่วนบุคคลด้วย Middleware และข้อควรคำนึงตาม PDPA
  • จำกัดจำนวนคำขอต่อผู้ใช้ และควบคุมค่าใช้จ่ายของโมเดล
  • บริหาร Secret, สิทธิ์ของคีย์ Supabase และ Log ที่ไม่เก็บข้อมูลอ่อนไหว
  • Lab: ทดสอบโจมตีระบบของตัวเองแล้วอุดช่องโหว่

Section 17: Lab: Deploy ขึ้นใช้งานจริง

  • เตรียมโปรเจกต์ Supabase สำหรับ Production และย้าย Migration ขึ้นไป
  • Deploy บน Vercel พร้อมตั้ง Environment Variables และเชื่อม GitHub
  • ทางเลือก Deploy ด้วย Docker โดยใช้ output แบบ standalone
  • ตรวจ Log, แก้ปัญหาที่พบบ่อย และติดตามการใช้งานหลังเปิดระบบ
  • Lab: ทดสอบ Chatbot บน URL จริง

Section 18: Workshop: Capstone Chatbot องค์กร

  • เลือกโจทย์ เช่น บอทนโยบาย HR บอทสเปกสินค้า หรือบอท IT Helpdesk
  • นำเอกสารเข้าระบบ กำหนดสิทธิ์ตามทีม และเพิ่ม Tool ที่จำเป็น
  • วัดคุณภาพคำตอบด้วยชุดทดสอบ แล้วปรับจนผ่านเกณฑ์
  • นำเสนอผลงาน รีวิวร่วมกัน และสรุป Checklist ก่อนเปิดใช้ในองค์กร

รอบอบรมและรูปแบบการอบรม

สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป

ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770

สำหรับองค์กร — In-house / Private Training

  • ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
  • เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
  • ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร

วิทยากรผู้สอน

คำถามที่พบบ่อย

RAG ทำงานอย่างไร ทำไมช่วยให้ Chatbot ตอบจากเอกสารองค์กรได้

RAG เริ่มจากโหลดเอกสาร เช่น PDF หรือ DOCX แล้วตัดเป็นท่อนย่อย แปลงแต่ละท่อนเป็น Embedding หรือเวกเตอร์ตัวเลข และเก็บไว้ในฐานข้อมูลอย่าง pgvector บน Supabase เมื่อผู้ใช้ถาม ระบบจะค้นท่อนที่ความหมายใกล้กับคำถามที่สุด แล้วส่งให้ LLM ตอบจากเนื้อหานั้นพร้อมอ้างอิงแหล่งที่มา ในแบบ Agentic RAG ตัว Agent จะตัดสินใจเองว่าต้องค้นเอกสารเมื่อไร Chatbot จึงตอบตามคู่มือหรือนโยบายจริงขององค์กรได้โดยไม่ต้องฝึกโมเดลใหม่

สร้าง API ใน Next.js 16 ด้วย Route Handler ทำอย่างไร

สร้างไฟล์ route.ts ในโฟลเดอร์ตามเส้นทางที่ต้องการ เช่น app/api/chat/route.ts แล้ว export ฟังก์ชันตามชื่อ HTTP Method เช่น async function POST ที่รับอ็อบเจกต์ Request อ่านข้อมูลด้วย await request.json() ตรวจข้อมูลด้วย Zod แล้วส่งกลับเป็น JSON หรือ Response แบบ Stream สำหรับคำตอบของ AI คีย์ลับของผู้ให้บริการ LLM ให้เก็บใน .env.local และใช้เฉพาะฝั่ง Server ส่วนงานรีเฟรช Session ก่อนเข้าแต่ละหน้า Next.js 16 ใช้ไฟล์ proxy.ts แทน middleware.ts เดิม

Row Level Security ใน Supabase คืออะไร ใช้ทำอะไร

Row Level Security หรือ RLS คือความสามารถของ PostgreSQL ที่ Supabase ใช้กำหนดว่าผู้ใช้แต่ละคนอ่านหรือแก้แถวข้อมูลใดได้บ้าง ทำได้โดยเปิด RLS บนตาราง แล้วสร้าง Policy เช่น ให้อ่านตาราง messages ได้เฉพาะแถวที่ user_id ตรงกับ auth.uid() ของผู้ที่ล็อกอินอยู่ แม้ Client จะเรียกฐานข้อมูลโดยตรง ผู้ใช้ก็เห็นได้เฉพาะประวัติแชทของตัวเอง และใช้หลักเดียวกันจำกัดว่าทีมใดเห็นเอกสารใดในระบบ RAG ได้

หลักสูตร AI Chatbots with LangChain.js, Next.js and Supabase เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน

เหมาะกับ Web Developer ทั้งสาย Frontend และ Full-stack นักพัฒนา JavaScript หรือ TypeScript, Solution Architect และ Tech Lead รวมถึงทีมในองค์กรที่อยากมีบอทถามตอบจากคู่มือหรือนโยบาย ควรเขียน JavaScript หรือ TypeScript และเคยใช้ React หรือ Next.js เบื้องต้น เข้าใจ REST, HTTP, ไฟล์ .env และ Git ถ้ารู้ SQL เบื้องต้นจะช่วยได้มาก

เรียนจบหลักสูตร AI Chatbots with LangChain.js, Next.js and Supabase แล้วทำอะไรได้บ้าง

สร้างแอป Full-stack ด้วย Next.js 16 ที่มีหน้าแชทจาก shadcn/ui และ AI API ใช้ LangChain.js 1.x เชื่อมโมเดลจากหลายผู้ให้บริการพร้อมตอบแบบ Streaming ทำระบบสมาชิกด้วย Supabase Auth เก็บประวัติแชทพร้อม RLS ให้ AI ตอบจากเอกสารองค์กรด้วย Agentic RAG ที่แสดงแหล่งอ้างอิง วัดคุณภาพคำตอบ เพิ่ม Tool และ MCP วาง Guardrail และ Deploy บน Vercel หรือ Docker ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate of Completion) ที่มีเลขที่ของตัวเองและตรวจสอบออนไลน์ได้

เรียนสร้าง AI Chatbots ด้วย LangChain.js ต้องเตรียมอะไรมาบ้าง

ต้องมีโน้ตบุ๊กส่วนตัวที่เป็น Windows, macOS หรือ Linux และติดตั้ง Node.js, VS Code และ Docker Desktop ได้ ระหว่างอบรมจะสร้างโปรเจกต์ Supabase และบัญชี Vercel แบบใช้ฟรี จึงควรมีบัญชีอีเมลหรือ GitHub สำหรับสมัครบริการออนไลน์ และควรมีบัญชีของผู้ให้บริการ LLM อย่างน้อยหนึ่งราย เช่น OpenAI, Anthropic, Google หรือ Groq ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายตามการใช้งาน