กรณีโทรศัพท์มือถือหาย เทคนิคเตรียมรับมืออย่างไร มาดูกัน
เพราะโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบัน ถูกพัฒนาขึ้นให้สามารถทำอะไรได้หลายต่อหลายอย่าง แถมยังเป็นอุปกรณ์ส่วนตัวที่เก็บรวบรวมข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตประจำวันของเรา พูดง่าย ๆ ก็คือ แค่มีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็ออกจากบ้านได้แล้ว แถมภายในยังมีข้อมูลความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้สูงมาก ในฐานะสมบัติส่วนตัว ดังนั้น หากโทรศัพท์มือถือเกิดหายขึ้นมา มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด มีความเสี่ยงสูงที่เจ้าของเครื่...

ถ้าโทรศัพท์มือถือหาย ควรเตรียมรับมืออย่างไร
เพราะโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบัน ถูกพัฒนาขึ้นให้สามารถทำอะไรได้หลายต่อหลายอย่าง แถมยังเป็นอุปกรณ์ส่วนตัวที่เก็บรวบรวมข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตประจำวันของเรา พูดง่าย ๆ ก็คือ แค่มีโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็ออกจากบ้านได้แล้ว แถมภายในยังมีข้อมูลความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้สูงมาก ในฐานะสมบัติส่วนตัว ดังนั้น หากโทรศัพท์มือถือเกิดหายขึ้นมา มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด มีความเสี่ยงสูงที่เจ้าของเครื่องจะถูกโจรกรรมข้อมูลส่วนตัว นำเอาข้อมูลที่มีไปสวมรอยใช้งานบริการต่าง ๆ หรือทำธุรกรรมให้เกิดความเสียหาย นำเอาข้อมูลไปแบล็กเมล์ หรือข้อมูลสำคัญอาจหายไปโดยที่ไม่สามารถกู้คืนได้ มีความเสียหายตามมาอีก
การเตรียมตัวก่อนโทรศัพท์มือถือหาย
ไม่มีใครรู้หรอกว่าโทรศัพท์มือถือจะหายตอนไหน แต่มันสามารถหายได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะด้วยความเผอเรอของตนเองที่ไปลืมทิ้งไว้ที่ไหนไม่รู้ หรืออาจจะโดนขโมยไปแบบไม่รู้ตัว ดังนั้น การเตรียมตัวในเรื่องพื้นฐานจึงเป็นเรื่องสำคัญ วันดีคืนร้ายที่โทรศัพท์มือถือหายขึ้นมาจริง ๆ จะได้ลดทอนความเสียหายลงได้บ้าง เพราะโทรศัพท์มือถือทุกวันนี้ไม่ใช่แค่ตัวเครื่องที่เป็นทรัพย์สินส่วนตัว แต่ข้อมูลที่อยู่ภายในก็ประเมินค่าไม่ได้เช่นกัน
1.เปิดการล็อกแอปพลิเคชันแบบยืนยันตัวตนสองปัจจัย (2FA) ด้วยรหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก เพื่อประวิงเวลาไม่ให้บุคคลอื่นเข้าสู่ตัวเครื่องหรือเข้าสู่ระบบได้ง่ายดายเกินไป กว่าจะปลดล็อกได้ต้องใช้เวลา นอกจากนี้ การสุ่มรหัสไปเรื่อย ๆ เพื่อพยายามปลดล็อกเกินจำนวนครั้งที่กำหนด โทรศัพท์ก็จะล็อกตัวเองโดยอัตโนมัติ หรืออาจเปิดใช้งานข้อมูลชีวมาตร (Biometrics) เช่น สแกนลายนิ้วมือ สแกนใบหน้า สแกนม่านตา ไว้ก็ได้ ก็จะปลดล็อกได้ยากขึ้น
2.ยกเลิกการแจ้งเตือนบนหน้าจอล็อก เพื่อป้องกันการถูกแอบอ่านการแจ้งเตือนต่าง ๆ จากหน้าจอล็อก โดยเฉพาะการแจ้งเตือนรหัส OTP หรือการยืนยันตัวตนแบบสองปัจจัย (2FA) ถ้าต้องการใช้รหัส ก็ต้องปลดล็อกเข้าไปเปิดอ่านเท่านั้น
3.ไม่บันทึกข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ลงในโทรศัพท์มือถือ เช่น วันเดือนปีเกิด, username/password, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือแม้แต่การสะกดชื่อ-นามสกุลที่ถูกต้อง ในกรณีที่โทรศัพท์ถูกปลดล็อก จะสามารถเข้าสู่โปรแกรมต่าง ๆ ได้ง่ายมาก มันสามารถคาดเดาได้ว่าข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เดาสุ่ม login เข้าระบบได้ โดยเฉพาะระบบที่เกี่ยวกับการเงิน แอปฯ ธนาคาร บัญชีโซเชียลมีเดีย แอปฯ สำคัญ ๆ เพราะคนทั่วไปมักจะตั้งชื่อ ตั้งรหัสผ่าน จากข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง เพื่อให้จดจำได้ง่าย
4.เลือกวิธีกรอกชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านเองทุกครั้ง เมื่อจะเข้าใช้งานระบบออนไลน์ต่าง ๆ วิธีนี้จะปลอดภัยกว่าการบันทึกไว้เพื่อความสะดวกสบาย เพราะถ้าโทรศัพท์มือถือหายหรือถูกขโมย คนอื่นจะเข้าสู่บริการออนไลน์ที่เราสมัครเอาไว้ได้โดยไม่ต้องคาดเดารหัสอะไรเลย
5.สำรองข้อมูลต่าง ๆ ไว้บนคลาวด์ (Cloud) เสมอ เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับเรียกคืนข้อมูลสู่โทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ กรณีที่มีการสั่งล้างข้อมูลบนโทรศัพท์มือถือเครื่องเก่าที่หายไปจนเกลี้ยงแล้ว เพื่อป้องกันคนนำไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ เมื่อซื้อมือถือเครื่องใหม่มาใช้ ก็สามารถเรียกคืนข้อมูลเก่าที่สำรองไว้มาลงเครื่องใหม่ได้ทันที
6.ลงทะเบียนใช้บริการช่วยค้นหาอุปกรณ์ อย่าง Find my Device (Android) หรือ Find my IPhone (IOS)
โทรศัพท์มือถือหายไปแล้ว ทำอย่างไรดี
1.รีบแจ้งระงับบริการ E-Banking ของธนาคารต่าง ๆ โดยเร็วที่สุด
2.รีบเปลี่ยนหรือรีเซ็ตรหัสผ่านของแอปพลิเคชันที่สำคัญ
3.แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวัน และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
4.หาตำแหน่งของโทรศัพท์มือถือผ่านบริการ Find my Device (Android) หรือ Find my IPhone (IOS) หรือเพื่อสั่งล้างข้อมูลบนโทรศัพท์มือถือเครื่องที่หาย
สนับสนุนเนื้อหา: .png)
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง ให้บริการด้านไอทีครบวงจร
ทั้งงานอบรม (Training) สัมมนา รับเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ทั้ง SEO, PPC และ Social Media Marketing
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอทีได้เลยค่ะ
แนะนำหลักสูตรที่น่าสนใจ

Canva for Beginners
งานเกือบทุกตำแหน่งวันนี้ต้องทำสื่อเอง ทั้งโพสต์โซเชียลมีเดีย สไลด์นำเสนอ เอกสาร และวิดีโอสั้น แต่หลายคนไม่มีพื้นฐานด้านดีไซน์และไม่มีเวลาเรียนโปรแกรมกราฟิกที่ซับซ้อน Canva ช่วยให้สร้างงานได้บนเบราว์เซอร์หรือแอป มีเทมเพลตและองค์ประกอบให้เลือกจำนวนมาก…

Figma for Beginners
Figma กลายเป็นเครื่องมือหลักของทีมออกแบบเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน เพราะทำงานบนเบราว์เซอร์หรือแอปเดสก์ท็อปได้ทันที หลายคนแก้ไฟล์เดียวกันพร้อมกันได้ และส่งต่องานให้นักพัฒนาได้จากไฟล์เดียว แต่ผู้เริ่มต้นจำนวนมากใช้ Figma เหมือนโปรแกรมวาดภาพทั่วไป…

RESTful API with Go and Gin
Gin เป็นเว็บเฟรมเวิร์กของภาษา Go ที่ทีม Backend ใช้สร้าง RESTful API กันอย่างแพร่หลาย เพราะเร็ว เขียนง่าย และมีระบบ Middleware กับ Binding ในตัว ส่วน GORM ช่วยให้ทำงานกับฐานข้อมูลได้โดยไม่ต้องเขียน SQL ทุกบรรทัดเอง แต่ตัวอย่างจำนวนมากยังเขียนแบบเก่า เช่น ใช้…
