สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
DevOps · DOP-12

Enterprise CI/CD with GitLab, Jenkins and Kubernetes

หลักสูตร Enterprise CI/CD with GitLab, Jenkins and Kubernetes เป็นการอบรมการวาง Pipeline มาตรฐานกลางด้วย GitLab CI/CD และ Jenkins พร้อม Quality Gate, Security Scan, Canary และ GitOps ด้วย Argo CD เหมาะกับ DevOps และ Tech Lead ที่ดูแล Release ให้หลายทีม

อัปเดตล่าสุด
ราคาเริ่มต้น 12,510 บาท / ท่าน 13,900 −10% ยังไม่รวม VAT 7% · มีราคาหมู่คณะ
PDFดาวน์โหลด Course Outline
  • ระยะเวลา30 ชั่วโมง · 5 วัน
  • รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
  • รอบถัดไปเปิดตามคำขอ
  • ใบรับรองมี Certificate

ภาพรวมหลักสูตร

องค์กรส่วนใหญ่มีระบบ CI/CD ใช้งานอยู่แล้ว แต่มักเป็น Pipeline ที่แต่ละทีมเขียนกันเอง ไม่มีมาตรฐานกลาง ไม่มีเกณฑ์คุณภาพโค้ดที่ชัดเจน การสแกนความปลอดภัยทำบ้างไม่ทำบ้าง และการ Deploy ขึ้น Production ยังพึ่งคนเพียงไม่กี่คน หลายองค์กรยังใช้ทั้ง GitLab CI/CD และ Jenkins ควบคู่กัน จึงต้องการคนที่เข้าใจทั้งสองระบบและออกแบบให้ทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ

หลักสูตรนี้มองจากมุมของผู้วางมาตรฐาน Pipeline ให้หลายทีม พาผู้เรียนออกแบบ CI/CD ด้วย GitLab CI/CD และ GitLab Runner ลงมือทำ Jenkins Pipeline as Code พร้อม Agent บน Kubernetes วาง SonarQube Quality Gate และ Security Scan เป็นด่านบังคับ จัดการ Artifact และ Container Image แล้ว Deploy ขึ้น Kubernetes ด้วย Helm 4 แบบ Rolling, Blue-Green และ Canary ปิดท้ายด้วย GitOps ด้วย Argo CD บนโปรเจกต์จำลอง LedgerLine Payment Services ชุดเดียวตลอดหลักสูตร (อบรม 5 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง ระดับ Intermediate)

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • ออกแบบสถาปัตยกรรม CI/CD ระดับองค์กรที่มีมาตรฐานกลาง นำกลับมาใช้ซ้ำได้ และตรวจสอบย้อนหลังได้
  • ใช้ GitLab CI/CD ขั้นสูง เช่น CI/CD Components, Parent-Child Pipeline และ Merge Request Pipeline
  • ออกแบบ GitLab Runner Fleet ที่ปลอดภัยและรองรับหลายทีม
  • เขียน Jenkins Declarative Pipeline และ Shared Library พร้อมใช้ Dynamic Agent บน Kubernetes
  • ติดตั้งและเชื่อม SonarQube กับ Pipeline พร้อมกำหนด Quality Gate ที่เหมาะกับองค์กร
  • ผนวก SAST, Dependency Scan, Container Scan, Secret Detection และ SBOM เข้ากับ Pipeline
  • Deploy ขึ้น Kubernetes ด้วย Helm 4 แบบ Rolling, Blue-Green และ Canary พร้อม Rollback
  • แยก CI กับ CD ด้วยแนวคิด GitOps และ Promote ระบบระหว่าง Environment ด้วย Argo CD

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • นักพัฒนาที่รับผิดชอบหรือดูแล Pipeline ของทีม
  • DevOps Engineer และ Platform Engineer ที่ต้องวางมาตรฐาน CI/CD ให้หลายทีม
  • Tech Lead และ Software Architect ที่ต้องกำหนดเกณฑ์คุณภาพโค้ดและกระบวนการ Release
  • ทีมที่ใช้ Jenkins อยู่และกำลังพิจารณาย้ายหรือใช้ร่วมกับ GitLab CI/CD
  • ผู้ดูแลระบบที่ต้องเตรียม Infrastructure ให้ Pipeline Deploy ขึ้น Kubernetes

พื้นฐานของผู้เข้าอบรม

  • เขียนโปรแกรมได้อย่างน้อย 1 ภาษา และเข้าใจขั้นตอน Build และ Test ของภาษานั้น
  • ใช้ Git ได้คล่อง รวมถึง Branch, Merge Request และ Tag และใช้ Linux Command Line ได้ในงานประจำ
  • ใช้ Docker ได้ในระดับ Build และ Run Image และรู้จัก Kubernetes เบื้องต้น เช่น Pod, Deployment และ Service
  • ไม่จำเป็นต้องเคยใช้ Jenkins, SonarQube, Helm หรือ Argo CD มาก่อน

หัวข้อการฝึกอบรม

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้ต่างจากหลักสูตร Continuous Integration and Delivery with Jenkins (5 วัน) ที่เน้น Jenkins เป็นหลัก และต่างจาก Pro Automation with Jenkins, GitHub Actions and n8n โดยมองในมุมของผู้วางมาตรฐาน Pipeline ให้หลายทีม ใช้ทั้ง GitLab CI/CD และ Jenkins กับโปรเจกต์เดียวกัน เพิ่ม SonarQube Quality Gate, Security Scan, CI/CD Components, Runner Fleet, Blue-Green และ Canary และ GitOps ด้วย Argo CD ส่วนหลักสูตร DevOps for Full Stack Developers จะมองจากมุมนักพัฒนาที่นำแอปของตนเองขึ้น

Kubernetes อบรม 5 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.) รูปแบบ Workshop ต่อเนื่องบนโปรเจกต์จำลอง LedgerLine Payment Services ใช้ข้อมูลจำลองทั้งหมด ผู้เรียนใช้ Notebook ของตนเอง (RAM 16 GB ขึ้นไป แนะนำ 32 GB) และบัญชี gitlab.com ของตนเองหรือ GitLab ขององค์กร Lab รันบนเครื่องผู้เรียนด้วย kind หรือ k3d Security Scanner ในตัวของ GitLab บางรายการต้องใช้ License ระดับ Ultimate หลักสูตรจึงสอน Semgrep และ Trivy ควบคู่ เนื้อหาอ้างอิงเวอร์ชันล่าสุด ณ วันอบรม

Day 1 Enterprise CI/CD Architecture และ GitLab CI/CD ขั้นสูง

Section 1: สถาปัตยกรรม CI/CD ระดับองค์กร

  • องค์ประกอบของ Pipeline ที่ดี: Build, Test, Quality Gate, Security Scan, Package, Deploy และ Verify
  • Branching Strategy (Trunk-based กับ GitFlow) และ Release Strategy ที่สอดคล้องกัน
  • ตัวชี้วัด DORA: Deployment Frequency, Lead Time, Change Failure Rate และ Time to Restore
  • ภาพรวมโปรเจกต์ LedgerLine Payment Services: payment-api (Python) และ notification-service (Node.js)

Section 2: GitLab CI/CD ขั้นสูง

  • rules, workflow และ Merge Request Pipeline สำหรับควบคุมว่า Job ใดรันเมื่อใด
  • Variables, Protected Variables และขอบเขตของ CI/CD Job Token รวมถึงความเปลี่ยนแปลงใน GitLab 19
  • Environment และ Deployment History สำหรับตรวจสอบย้อนหลัง
  • Lab: เขียน .gitlab-ci.yml ของ payment-api ให้รันต่างกันตาม Branch และ Merge Request

Section 3: Lab: Pipeline หลาย Service ที่เร็วขึ้น

  • Parent-Child Pipeline และ Multi-project Pipeline สำหรับระบบหลาย Service
  • needs และ DAG เพื่อลดเวลารอระหว่าง Stage
  • Cache กับ Artifacts ใช้ต่างกันอย่างไร และการตั้ง Key ให้ Cache ใช้ได้จริง
  • Lab: แยก Pipeline ของสอง Service แล้ววัดเวลาก่อนและหลังปรับ

Section 4: Lab: มาตรฐานกลางด้วย CI/CD Components

  • สร้าง CI/CD Component และเผยแพร่ใน CI/CD Catalog ภายในองค์กร
  • กำหนด Input, การ Version Component และการเรียกใช้จากหลายโปรเจกต์
  • แนวทางบังคับใช้ Pipeline มาตรฐานโดยไม่ปิดทางให้ทีมปรับเพิ่มเอง
  • Lab: สร้าง Component กลางสำหรับ Build และ Test ที่ใช้ได้ทั้งสอง Service

Section 5: Workshop Day 1: GitLab Runner Fleet

  • เลือก Instance, Group และ Project Runner ตามโครงสร้างองค์กร
  • Docker Executor กับ Kubernetes Executor และการกำหนด Resource ต่อ Job
  • ความปลอดภัยของ Runner: Protected Runner, แยก Runner สำหรับงาน Deploy และความเสี่ยงของ Privileged Mode
  • Workshop: ติดตั้ง GitLab Runner แบบ Kubernetes Executor และแยก Runner ที่มีสิทธิ์ Deploy ด้วย Tag และ Protected Branch
Day 2 Jenkins Pipeline as Code บน Kubernetes

Section 6: สถาปัตยกรรม Jenkins และ Configuration as Code

  • Controller, Agent, Executor และ Plugin Ecosystem
  • ข้อกำหนด Java ของ Jenkins LTS ปัจจุบัน (Java 21 หรือ 25) และการวางแผนอัปเกรด
  • ติดตั้ง Jenkins บน Kubernetes และตั้งค่าให้ทำซ้ำได้ด้วย Jenkins Configuration as Code (JCasC)
  • Lab: ติดตั้ง Jenkins ด้วย JCasC พร้อม Credentials และ Plugin ที่กำหนดไว้ในไฟล์

Section 7: Lab: Declarative Pipeline และ Jenkinsfile

  • โครงสร้าง pipeline, agent, stages, steps และ post
  • Parameters, Environment, Credentials และ when Condition
  • Multibranch Pipeline และการเชื่อม Jenkins กับ GitLab Repository ผ่าน Webhook
  • Lab: สร้าง Multibranch Pipeline ของ notification-service

Section 8: Lab: Shared Library สำหรับมาตรฐานกลาง

  • โครงสร้าง Shared Library (vars และ src) และการ Version Library
  • สร้าง Step กลางสำหรับ Build, Test และ Publish ให้ทุกทีมเรียกใช้
  • ทดสอบและปล่อย Library เวอร์ชันใหม่โดยไม่กระทบ Pipeline เดิม
  • Lab: ย้ายขั้นตอนซ้ำใน Jenkinsfile ไปเป็น Step กลางใน Shared Library

Section 9: Lab: Dynamic Agent บน Kubernetes

  • Kubernetes Plugin และ Pod Template ที่มีหลาย Container ต่อ Build
  • จัดการ Workspace, Cache และ Resource ของ Agent
  • สิทธิ์ของ Agent บน Cluster และการแยก Namespace สำหรับงาน CI
  • Lab: รัน Build และ Test ของ notification-service บน Dynamic Pod Agent

Section 10: Workshop Day 2: GitLab CI/CD กับ Jenkins

  • เปรียบเทียบด้าน Pipeline Syntax, การดูแลรักษา, ความปลอดภัย และ Ecosystem
  • แนวทางใช้ร่วมกัน เช่น GitLab เป็น Source Control และ Jenkins เป็น CI
  • แนวทางย้ายจาก Jenkins ไป GitLab CI/CD ทีละโปรเจกต์
  • Workshop: ส่งสถานะ Build จาก Jenkins กลับไปแสดงบน Merge Request ของ GitLab
Day 3 Code Quality และ Security Gates

Section 11: SonarQube สำหรับองค์กร

  • เปรียบเทียบ SonarQube Server (Edition ต่าง ๆ และรุ่น 2026.1 LTA), SonarQube Community Build และ SonarQube Cloud
  • ติดตั้ง SonarQube พร้อม PostgreSQL บน Docker หรือ Kubernetes
  • แนวคิด Bugs, Vulnerabilities, Security Hotspots, Code Smells, Coverage และ Duplication
  • Lab: ติดตั้ง SonarQube Community Build และวิเคราะห์โปรเจกต์แรก

Section 12: Lab: Quality Profile และ Quality Gate

  • ปรับ Quality Profile ตามภาษาและมาตรฐานขององค์กร
  • แนวคิด New Code และ Quality Gate ที่เข้มกับโค้ดใหม่โดยไม่ขวางงานเดิม
  • ส่งผล Coverage จาก pytest และ Test ของ Node.js เข้า SonarQube
  • Lab: ตั้ง Quality Gate สำหรับ New Code ของ LedgerLine

Section 13: Lab: เชื่อม SonarQube กับ Pipeline

  • SonarScanner ใน GitLab CI/CD และการรอผล Quality Gate ก่อนไปขั้นถัดไป
  • SonarQube Plugin ใน Jenkins และ waitForQualityGate
  • การแสดงผลบน Merge Request ตามความสามารถของ Edition ที่ใช้
  • Lab: เชื่อม payment-api บน GitLab และ notification-service บน Jenkins

Section 14: Lab: Security Scanning ใน Pipeline

  • SAST ด้วย Semgrep และภาพรวม GitLab SAST
  • Dependency Scanning และ Container Image Scanning ด้วย Trivy
  • สร้าง SBOM และตรวจ Secret ที่หลุดในโค้ด
  • Lab: เพิ่ม SAST, Dependency Scan, Container Scan และ SBOM ให้ทั้งสอง Service

Section 15: Workshop Day 3: นโยบายความปลอดภัยของ Pipeline

  • กำหนดระดับความรุนแรงที่ยอมรับได้และการจัดการ False Positive อย่างมีหลักฐาน
  • ป้องกัน Supply Chain: Pin เวอร์ชัน Image และ Dependency และจำกัดสิทธิ์ Job Token
  • Workshop: ส่งโค้ดที่มีช่องโหว่และ Secret แล้วดู Pipeline หยุดตามนโยบาย
  • แก้ไขจนผ่าน Quality Gate และ Security Gate แล้วบันทึกผลลง Workbook
Day 4 Artifact Management และ Kubernetes Deployment Strategies

Section 16: Artifact, Versioning และ Registry

  • Semantic Versioning, การตั้ง Image Tag และหลัก Build Once, Deploy Many
  • GitLab Container Registry และ Package Registry พร้อม Cleanup Policy
  • Promote Artifact ระหว่าง Environment โดยไม่ Build ใหม่
  • Lab: ตั้งกลยุทธ์ Versioning และ Tag Image ของทั้งสอง Service

Section 17: Lab: Helm 4 สำหรับมาตรฐานการ Deploy

  • โครงสร้าง Chart มาตรฐานที่ใช้ได้หลาย Service และการจัด values ตาม Environment
  • Library Chart และการตรวจ Chart ด้วย helm lint และ helm template ใน Pipeline
  • ความเปลี่ยนแปลงสำคัญใน Helm 4 เช่น Server-side Apply สำหรับการติดตั้งใหม่
  • Lab: สร้าง Helm Chart มาตรฐานของ LedgerLine

Section 18: Lab: Rolling Update และ Blue-Green

  • Rolling Update: maxSurge, maxUnavailable และ Readiness Probe
  • Blue-Green: สลับ Traffic ระหว่างสองเวอร์ชันและ Rollback ทันที
  • เลือกกลยุทธ์ตามความเสี่ยงของแต่ละ Release
  • Lab: Deploy notification-service แบบ Blue-Green แล้วสลับกลับ

Section 19: Lab: Canary ด้วย Gateway API

  • แบ่ง Traffic ตามน้ำหนักด้วย HTTPRoute ของ Gateway API
  • เกณฑ์ตัดสินใจไปต่อหรือถอย เช่น Error Rate และ Latency
  • ขยายสัดส่วน Traffic เป็นขั้นจากใน Pipeline
  • Lab: Deploy payment-api แบบ Canary 10% และเพิ่มสัดส่วนทีละขั้น

Section 20: Workshop Day 4: Deploy อย่างปลอดภัยจาก Pipeline

  • เชื่อม Pipeline กับ Cluster ด้วย GitLab agent for Kubernetes และ Credentials ของ Jenkins
  • Protected Environments, Manual Approval และ Deployment Freeze
  • Smoke Test หลัง Deploy และ Rollback อัตโนมัติเมื่อไม่ผ่าน
  • Workshop: ปล่อย Release ที่ Smoke Test ไม่ผ่านแล้วตรวจว่า Rollback ทำงานถูกต้อง
Day 5 GitOps ด้วย Argo CD และ Master Workshop

Section 21: แนวคิด GitOps

  • หลักการ Declarative, Versioned, Pulled Automatically และ Continuously Reconciled
  • แยก Application Repository กับ Environment (Config) Repository
  • ข้อดีข้อจำกัดของ Push-based Deploy จาก Pipeline กับ Pull-based Deploy ด้วย GitOps
  • ออกแบบโครงสร้าง Environment Repository ของ LedgerLine

Section 22: Lab: Argo CD 3.x

  • ติดตั้ง Argo CD และสถาปัตยกรรมโดยสรุป
  • Application, Project, Sync Policy และ Self-heal
  • Promote ระหว่าง Dev, Staging และ Production ผ่าน Merge Request ใน Environment Repository
  • Lab: ให้ Argo CD Deploy ทั้งสอง Service ไป Dev และ Staging

Section 23: Lab: เชื่อม CI กับ GitOps

  • ให้ Pipeline อัปเดต Image Tag ใน Environment Repository แทนการ Deploy ตรง
  • ตรวจสถานะ Sync และแจ้งเตือนเมื่อเกิด Drift
  • สิทธิ์ของ Pipeline ต่อ Environment Repository และการตรวจทานก่อน Production
  • Lab: ปรับ Pipeline ให้ CI สิ้นสุดที่การเปิด Merge Request ไปยัง Environment Repository

Section 24: วัดผลและขยายผลในองค์กร

  • เก็บตัวชี้วัด DORA จาก Pipeline และ Deployment History
  • แผนนำ Pipeline มาตรฐานไปใช้กับทีมอื่นทีละขั้น
  • Governance: ใครดูแล Component, Shared Library และ Quality Gate
  • Checklist ทบทวน Pipeline Blueprint ตั้งแต่ Commit จนถึง Production

Section 25: Master Workshop: Release ที่ล้มเหลว

  • ผู้เรียนรวมทีมรับมือสถานการณ์ต่อเนื่องบน Pipeline ที่สร้างสะสมตั้งแต่วันที่ 1-4
  • สถานการณ์จำลอง: ช่องโหว่ใหม่ใน Dependency, Quality Gate ไม่ผ่าน และ Canary ที่มี Error Rate สูง
  • วิเคราะห์ต้นเหตุ แก้ไข และ Promote ไป Production ผ่าน Argo CD
  • นำเสนอแผน Rollout Pipeline มาตรฐานสำหรับองค์กร

รอบอบรมและรูปแบบการอบรม

สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป

ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770

สำหรับองค์กร — In-house / Private Training

  • ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
  • เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
  • ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร

วิทยากรผู้สอน

คำถามที่พบบ่อย

หลักสูตรนี้ต่างจาก Continuous Integration and Delivery with Jenkins และ DevOps for Full Stack Developers อย่างไร

Continuous Integration and Delivery with Jenkins เป็นหลักสูตร 5 วันที่เน้น Jenkins เป็นเครื่องมือหลัก ส่วน DevOps for Full Stack Developers มองจากมุมนักพัฒนาที่นำแอปของตนเองขึ้น Kubernetes ด้วย GitLab CI/CD หลักสูตรนี้มองจากมุมผู้วางมาตรฐานให้หลายทีม ใช้ทั้ง GitLab CI/CD และ Jenkins กับโปรเจกต์เดียวกัน เพิ่ม CI/CD Components, Runner Fleet, SonarQube Quality Gate, Security Scan, Blue-Green และ Canary และ GitOps ด้วย Argo CD และคาดหวังให้ผู้เรียนใช้ Docker และ Kubernetes เบื้องต้นได้แล้ว

องค์กรใช้ GitLab หรือ Jenkins อย่างใดอย่างหนึ่ง ยังเหมาะกับหลักสูตรนี้หรือไม่

เหมาะ เพราะแต่ละวันแยกหัวข้อชัดเจน วันที่ 1 เน้น GitLab CI/CD วันที่ 2 เน้น Jenkins ส่วนวันที่ 3-5 เรื่อง Quality Gate, Security Scan, Helm, Deployment Strategy และ GitOps ใช้ได้กับทั้งสองระบบ การได้เห็นทั้งสองระบบกับโปรเจกต์เดียวกันยังช่วยให้ตัดสินใจเรื่องการใช้ร่วมกันหรือการย้ายระบบในอนาคตได้ดีขึ้น

ต้องใช้ GitLab Ultimate หรือ SonarQube แบบมี License หรือไม่

ไม่จำเป็น Lab ใช้บัญชี gitlab.com ของผู้เรียนหรือ GitLab ขององค์กร และ SonarQube Community Build ซึ่งใช้งานได้โดยไม่มีค่า License Security Scanner ในตัวของ GitLab บางรายการต้องใช้ระดับ Ultimate หลักสูตรจึงสอน Semgrep และ Trivy ซึ่งเป็นโอเพนซอร์สควบคู่ ส่วนฟีเจอร์ของ SonarQube ที่มีเฉพาะบาง Edition เช่นการแสดงผลบน Merge Request บางรูปแบบ วิทยากรจะแจ้งไว้ชัดเจนระหว่างเรียน

ผู้เรียนต้องเตรียมเครื่องและบัญชีอะไรบ้าง

ผู้เรียนใช้ Notebook ของตนเองที่มี RAM อย่างน้อย 16 GB (แนะนำ 32 GB เพราะต้องรัน Jenkins, SonarQube และ Kubernetes พร้อมกัน) CPU 4 Core และพื้นที่ว่าง 60 GB ขึ้นไป ติดตั้ง Docker, Git, VS Code, kubectl, Helm และ kind หรือ k3d มีบัญชี gitlab.com หรือบัญชี GitLab ขององค์กร สิทธิ์ Administrator บนเครื่อง และอินเทอร์เน็ตที่เข้าถึง GitLab, Docker Hub และ Jenkins Update Center ได้ รายการติดตั้งจะส่งให้ก่อนวันอบรม

หลักสูตรสอนการติดตั้งและดูแล Kubernetes Cluster ระดับ Production หรือไม่

ไม่ได้สอน หลักสูตรใช้ Kubernetes บน kind หรือ k3d เป็นปลายทางของ Pipeline และทบทวนเฉพาะสิ่งที่จำเป็นต่อการ Deploy การติดตั้งและดูแล Cluster ระดับ Production, Service Mesh, Infrastructure as Code และ Observability Stack เต็มรูปแบบอยู่นอกขอบเขต ผู้ที่ต้องการปูพื้น Kubernetes เพิ่มเติมแนะนำหลักสูตร Kubernetes (K8s) Orchestration

เนื้อหาใช้เครื่องมือเวอร์ชันใด

เนื้อหาอ้างอิง GitLab 19, Jenkins LTS ที่รันบน Java 21 หรือ 25, SonarQube Server 2026.1 LTA และ SonarQube Community Build, Helm 4, Argo CD 3.x และ Kubernetes รุ่นปัจจุบัน เครื่องมือเหล่านี้ออกรุ่นใหม่บ่อย วิทยากรจะใช้เวอร์ชันล่าสุดที่เสถียร ณ วันอบรมและชี้จุดที่เปลี่ยนไปจากรุ่นก่อน