Section 6: พัฒนา Frontend ร่วมกับ Agent
การมอบหมายงานหน้าจอเป็นรอบเล็กแทนการสั่งสร้างทั้งหน้าในครั้งเดียว
การให้ Agent ยึด Component และ Design System ที่มีอยู่แล้ว
การตรวจผลลัพธ์ทีละรอบและการสั่งแก้ให้ตรงจุดโดยไม่รื้อทั้งไฟล์
การจัดการ State และการเชื่อมกับ API ตามสเปกที่กำหนดไว้
Lab: พัฒนาหน้าจอของฟีเจอร์จริงร่วมกับ Agent จนใช้งานได้
Section 7: พัฒนา Backend ร่วมกับ Agent
การให้ Agent สร้าง Endpoint ตามสเปก API ที่เขียนไว้
การออกแบบชั้นข้อมูลและการจัดการ Schema ให้ตรวจสอบย้อนกลับได้
การจัดการ Validation, สิทธิ์การเข้าถึง และการจัดการข้อผิดพลาด
การตรวจสิ่งที่ Agent เขียนก่อนรวมเข้ากับโค้ดหลัก
Lab: พัฒนา API ฝั่งเซิร์ฟเวอร์แล้วต่อเข้ากับหน้าจอที่ทำไว้
Section 8: รับมือ Error, Log และ Context ที่เปลี่ยน
การส่งข้อมูลบริบทและ Log ให้ Agent มากพอที่จะหาสาเหตุได้จริง
การจัดการเมื่อ Agent วนแก้ไม่จบและวิธีตัดวงจรนั้น
การรีเซ็ตหรือย่อ Context เมื่อบริบทยาวจนคุณภาพเริ่มตก
การใช้ Git เป็นตาข่ายนิรภัยเพื่อย้อนกลับได้ทุกเมื่อ
Lab: ไล่แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในโปรเจกต์ร่วมกับ Agent
Section 9: ต่อเครื่องมือภายนอกด้วย MCP
แนวคิด Model Context Protocol และสิ่งที่ Agent ทำได้เพิ่มเมื่อเชื่อมเครื่องมือภายนอก
การตั้งค่า MCP Server และการเชื่อมกับฐานข้อมูลหรือ API ขององค์กร
การจำกัดสิทธิ์ของแต่ละการเชื่อมต่อตามหลักให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น
การตรวจสอบว่า Agent เรียกเครื่องมือถูกตัวและได้ผลลัพธ์ที่ใช้ได้
Lab: เชื่อม Agent เข้ากับฐานข้อมูลของโปรเจกต์ผ่าน MCP
Section 10: Skills, Subagents, Hooks และ Plugins
การสร้าง Skills เพื่อเปลี่ยนงานที่ต้องอธิบายซ้ำให้เรียกใช้ได้ทันที
การใช้ Subagents แบ่งงานใหญ่ให้ทำพร้อมกันแล้วรวมผลลัพธ์
การใช้ Hooks แทรกการตรวจสอบอัตโนมัติในจังหวะที่ต้องการ
การใช้ Plugins และการแจกจ่าย Configuration ให้ทั้งทีมใช้ชุดเดียวกัน
Lab: สร้าง Skill และตั้ง Hook สำหรับมาตรฐานการทำงานของทีมตนเอง