Section 1: LLM ทำงานอย่างไรในมุมนักพัฒนา
- Token, Context Window และผลต่อความยาวของ Input และ Output
- ความไม่แน่นอนของผลลัพธ์ และเหตุผลที่ต้องตรวจสอบเสมอ
- Reasoning Model กับงานที่ต้องคิดหลายขั้นตอน
- ข้อจำกัดสำคัญ: Hallucination, Knowledge Cutoff และ API ที่ไม่มีอยู่จริง
Section 2: หลักการเขียน Prompt ที่ดี
- องค์ประกอบของ Prompt: บทบาท บริบท งาน ข้อจำกัด และรูปแบบผลลัพธ์
- ใช้ Delimiter แยกคำสั่งออกจากข้อมูล
- Zero-shot, Few-shot และการเลือกตัวอย่างที่ดี
- แบ่งงานซับซ้อนเป็นขั้นตอน และให้โมเดลตรวจทานผลของตนเอง
- Lab: ปรับ Prompt เดิมของผู้เรียนแล้วเทียบผลก่อนและหลัง
Section 3: Lab: Prompt สำหรับเขียนและปรับปรุงโค้ด
- สร้างโค้ดจาก Requirement พร้อมระบุภาษา เวอร์ชัน และมาตรฐานของทีม
- Refactoring และการอธิบาย Legacy Code
- แปลงโค้ดข้ามภาษาและข้ามเวอร์ชันอย่างระมัดระวัง
- Lab: ให้ ChatGPT สร้างและปรับโค้ดของ DevAssist ตาม Requirement
Section 4: Lab: Prompt สำหรับรีวิว ทดสอบ และแก้ Bug
- Code Review แบบมี Checklist ด้าน Security, Performance และ Readability
- สร้าง Unit Test และ Edge Case จากโค้ดหรือ Requirement แล้วตรวจว่าครอบคลุมจริง
- วิเคราะห์ Error Log และ Stack Trace ด้วยการตั้งคำถามทีละขั้น
- Lab: รีวิวโค้ดและไล่หาสาเหตุ Bug จาก Bug Report จำลอง
Section 5: Prompt สำหรับเอกสารและการใช้ AI ในองค์กร
- สร้าง README, API Documentation และ Commit Message
- เขียน SQL และ Regular Expression พร้อมคำอธิบาย
- ตรวจโค้ดที่ AI สร้างก่อนใช้: Test, Dependency และ License
- ข้อมูลที่ห้ามส่งเข้า ChatGPT และแนวปฏิบัติของทีม
Section 6: Workshop: Prompt Library ของ DevAssist
- สร้าง Prompt อย่างน้อย 5 ชุด: Code Generation, Code Review, Unit Test, Bug Analysis และ Documentation
- ทดสอบกับโค้ดและ Bug Report จำลอง
- บันทึกผลเปรียบเทียบก่อนและหลังปรับ Prompt
- จัดเก็บเป็น Template ที่ทีมใช้ซ้ำได้