ສອບຖາມຫຼັກສູດເລືອກຊ່ອງທາງທີ່ສະດວກ ທີມງານຕອບເອງທຸກຊ່ອງທາງ
LINE @itgeniusຕອບໄວທີ່ສຸດ · ຈ–ສ 9:00–17:00 ໂມງ
ໂທລະສັບ
02-570-8449ຫ້ອງການ088-807-9770ມືຖື
ອີເມວ ແລະ ໂຊຊຽວ
contact@itgenius.co.thສຳລັບໃບສະເໜີລາຄາ ແລະ ເອກະສານFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengຂໍຄຳປຶກສາຈັດຝຶກອົບຮົມໃຫ້ທີມ
Cloud · CLC-10

CompTIA Cloud+ Practical Cloud Engineering

หลักสูตร CompTIA Cloud+ Practical Cloud Engineering เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการด้านวิศวกรรมคลาวด์ตามกรอบ Exam Objectives ของ CV0-004 ลงมือบน AWS เทียบกับ Azure ตั้งแต่ออกแบบ Network และ Storage Deploy ด้วย Terraform วางความปลอดภัย จนถึงเฝ้าระวังและแก้ปัญหา เหมาะกับนักพัฒนาและ DevOps ที่ดูแลระบบบนคลาวด์

ອັບເດດລ່າສຸດ
ລາຄາເລີ່ມຕົ້ນ 14,310 ບາດ / ທ່ານ 15,900 −10% ຍັງບໍ່ລວມ VAT 7% · ມີລາຄາໝູ່ຄະນະ
PDFດາວໂຫຼດ Course Outline
  • ໄລຍະເວລາ30 ຊົ່ວໂມງ · 5 ມື້
  • ຮູບແບບຢູ່ສະຖາບັນ / ອອນລາຍສົດ
  • ຮອບຕໍ່ໄປເປີດຕາມຄຳຂໍ
  • ໃບຢັ້ງຢືນມີໃບຢັ້ງຢືນ

ພາບລວມຫຼັກສູດ

นักพัฒนาซอฟต์แวร์ทุกวันนี้ไม่ได้รับผิดชอบเพียงการเขียนโค้ด แต่ต้องเข้าใจว่าระบบของตนทำงานบนคลาวด์อย่างไร ตั้งแต่การเลือก Service Model การออกแบบเครือข่ายและ Storage การ Deploy ด้วยโค้ด ไปจนถึงความปลอดภัย ค่าใช้จ่าย และการแก้ปัญหาเมื่อระบบล่ม หลายองค์กรพบว่าทีมพัฒนาใช้คลาวด์ได้ แต่ยังขาดภาพรวมเชิงสถาปัตยกรรมที่เป็นมาตรฐานกลาง ระบบจึงมีต้นทุนสูง เปราะบาง และตรวจสอบได้ยาก

หลักสูตรนี้ใช้ Exam Objectives ของ CompTIA Cloud+ (CV0-004) ทั้ง 6 Domain เป็นกรอบเนื้อหา โดยเน้นการนำไปใช้งานจริงมากกว่าการติวข้อสอบ ผู้เรียนลงมือบน AWS และเทียบเคียงบริการกับ Microsoft Azure ร่วมกับ Terraform หรือ OpenTofu, Docker, Git และ CI/CD Pipeline เพื่อสร้างระบบตัวอย่าง CloudHarbor Booking Platform ตั้งแต่ออกแบบ Deploy วางความปลอดภัย ไปจนถึงเฝ้าระวังและแก้ปัญหา ผู้ที่ต้องการสอบใบรับรองนำไปเป็นพื้นฐานได้ โดยสมัครสอบกับ CompTIA เอง (อบรม 5 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง ระดับ Intermediate)

ສິ່ງທີ່ທ່ານຈະໄດ້ຮັບ

  • เข้าใจ Service Model, Deployment Model และแนวคิดด้าน Availability ของระบบคลาวด์อย่างเป็นระบบ
  • ออกแบบเครือข่าย Storage และฐานข้อมูลบนคลาวด์ให้เหมาะกับลักษณะงานและงบประมาณ
  • เลือกใช้ Container, Virtualization และแนวคิด Cloud-native ได้อย่างเหมาะสม
  • Provision และ Configure ทรัพยากรคลาวด์ด้วย Infrastructure as Code
  • วางกลยุทธ์ Deploy และ Cloud Migration ที่มีความเสี่ยงต่ำ
  • ประยุกต์ใช้ IAM, Security Control และ Vulnerability Management บนคลาวด์
  • ตั้งค่า Observability, Scaling, Backup และ Recovery ให้ระบบพร้อมใช้งานจริง
  • วิเคราะห์และแก้ปัญหาด้าน Deployment, Network และ Security อย่างเป็นขั้นตอน พร้อมควบคุมค่าใช้จ่าย

ຫຼັກສູດນີ້ເໝາະສຳລັບ

  • นักพัฒนาซอฟต์แวร์ (Backend และ Full Stack) ที่ต้อง Deploy และดูแลระบบบนคลาวด์
  • DevOps Engineer หรือผู้ที่เริ่มรับบทบาท Cloud Engineer
  • Tech Lead และ Solution Architect ที่ต้องตัดสินใจเรื่องสถาปัตยกรรมคลาวด์
  • ทีม IT ขององค์กรที่วางแผนย้ายระบบจาก On-premise ขึ้นคลาวด์
  • ผู้ที่ต้องการปูพื้นฐานก่อนเตรียมสอบ CompTIA Cloud+ หรือใบรับรองคลาวด์อื่น

ພື້ນຖານຂອງຜູ້ເຂົ້າຝຶກອົບຮົມ

  • เขียนโปรแกรมได้อย่างน้อย 1 ภาษา และเข้าใจการทำงานของ Web Application
  • ใช้ Command Line (Linux Shell หรือ PowerShell) และ Git ได้ในระดับพื้นฐาน
  • เข้าใจพื้นฐานเครือข่าย เช่น IP Address, DNS, HTTP/HTTPS และ Port
  • ไม่จำเป็นต้องเคยใช้ AWS, Azure หรือ Terraform มาก่อน

ຫົວຂໍ້ການຝຶກອົບຮົມ

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการที่ใช้ Exam Objectives ของ CompTIA Cloud+ (CV0-004) ทั้ง 6 Domain เป็นกรอบเนื้อหา ได้แก่ Cloud Architecture, Deployment, Operations, Security, DevOps Fundamentals และ Troubleshooting ไม่ใช่หลักสูตรทางการของ CompTIA ไม่รวม Exam Voucher และไม่เน้นทำข้อสอบเสมือนจริง ผู้ที่ต้องการสอบใบรับรองสมัครสอบกับ CompTIA เอง หลักสูตรนี้ต่อยอดจาก AWS Cloud Practitioner ที่เน้นความรู้พื้นฐานบริการ AWS และเชื่อมกับ Infrastructure as Code ด้วย Terraform โดยครอบคลุมงานวิศวกรรมคลาวด์ทั้งวงจร อบรม 5 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง

(09:00-16:00 น.) รูปแบบ Workshop ต่อเนื่องบนโปรเจกต์จำลอง CloudHarbor Booking Platform ใช้ข้อมูลจำลองทั้งหมด ผู้เรียนใช้ Notebook ของตนเองและบัญชี AWS ของตนเอง (Free Tier หรือเครดิตทดลอง) หรือบัญชี Sandbox ขององค์กร บางบริการ เช่น NAT Gateway, Load Balancer และ RDS อาจมีค่าใช้จ่ายเกินสิทธิ์ฟรีที่ผู้เรียนรับผิดชอบเอง วิทยากรแนะนำการตั้ง Budget และลบทรัพยากรหลังจบ Lab ส่วน Amazon ECS และ Kubernetes เป็นการสาธิต เนื้อหาอ้างอิงบริการคลาวด์เวอร์ชันล่าสุด ณ วันอบรม CompTIA และ Cloud+ เป็นเครื่องหมายการค้าของ CompTIA, Inc.

Day 1 Cloud Architecture Foundations

Section 1: Cloud Service Models และ Shared Responsibility

  • เปรียบเทียบ IaaS, PaaS, SaaS และ FaaS (Serverless) จากมุมมองนักพัฒนา
  • Shared Responsibility Model: สิ่งที่ผู้ให้บริการดูแล และสิ่งที่องค์กรต้องรับผิดชอบเอง
  • เลือก Service Model ให้เหมาะกับทีม งบประมาณ และระดับการควบคุมที่ต้องการ
  • ภาพรวมโปรเจกต์ CloudHarbor Booking Platform และ 6 Domain ของ CV0-004

Section 2: Service Availability

  • Region, Availability Zone และ Edge Location
  • High Availability, Fault Tolerance และ Disaster Recovery ต่างกันอย่างไร
  • SLA, RPO, RTO และการคำนวณผลกระทบเมื่อระบบหยุดทำงาน
  • Lab: คำนวณ Availability รวมของระบบหลายชั้นจาก SLA ของแต่ละบริการ

Section 3: Lab: Cloud Networking

  • VPC และ VNet, Subnet แบบ Public และ Private, Route Table, Internet Gateway และ NAT Gateway
  • Security Group เทียบกับ Network ACL
  • Load Balancer, DNS, CDN และการเชื่อมต่อแบบ VPN หรือ Direct Connect ในระดับแนวคิด
  • Lab: สร้าง VPC และ Subnet ข้าม 2 Availability Zone บน AWS

Section 4: Lab: Storage Resources และ Technologies

  • Block, File และ Object Storage พร้อมกรณีใช้งาน
  • Storage Tier, Lifecycle Policy และการจัดเก็บข้อมูลระยะยาว
  • Durability, Replication และการเข้ารหัสข้อมูลที่จัดเก็บ
  • Lab: สร้าง S3 Bucket สำหรับไฟล์แนบพร้อม Lifecycle Policy และเทียบกับ Azure Blob Storage

Section 5: Workshop Day 1: Virtualization, Cost และ Architecture

  • Hypervisor, Instance Type และการเลือกขนาดทรัพยากร (Right-sizing)
  • รูปแบบการคิดค่าบริการ: On-demand, Reserved และ Savings Plans, Spot
  • ควบคุมค่าใช้จ่ายด้วย Tagging, Budget และ Pricing Calculator
  • Workshop: ออกแบบ Architecture Diagram แบบ Multi-tier ข้าม 2 AZ และประมาณการค่าใช้จ่ายรายเดือน
Day 2 Cloud-native Design, Data และ Migration

Section 6: Cloud-native Design Concepts

  • Microservices, Loose Coupling, Stateless Service และ Event-driven Architecture
  • Message Queue, Pub/Sub และ Serverless Function
  • หลักการออกแบบให้ระบบ Scale และกู้คืนตัวเองได้
  • Lab: สร้าง Lambda Function ที่ทำงานเมื่อมีไฟล์ใหม่ใน S3

Section 7: Lab: Containerization

  • Container เทียบกับ Virtual Machine
  • Container Image, Registry และ Container Orchestration (Kubernetes, Amazon ECS) ในระดับแนวคิด
  • การเก็บ State และ Persistent Storage สำหรับ Container
  • Lab: Containerize REST API ด้วย Docker และนำ Image ขึ้น Amazon ECR

Section 8: Lab: Database บนคลาวด์

  • Relational เทียบกับ NoSQL และ Managed Database Service
  • Replication, Read Replica, Multi-AZ และการ Backup ฐานข้อมูล
  • เลือกฐานข้อมูลให้เหมาะกับรูปแบบข้อมูลและปริมาณงาน
  • Lab: สร้างฐานข้อมูลบน Amazon RDS ใน Private Subnet

Section 9: Workload Optimization และ Evolving Technologies

  • เพิ่มประสิทธิภาพ Workload ด้วย Caching, Auto Scaling และการเลือก Instance ที่เหมาะสม
  • ภาพรวมเทคโนโลยีใหม่บนคลาวด์ เช่น AI/ML Service, Edge Computing และ Serverless Container
  • เกณฑ์ประเมินเทคโนโลยีใหม่ก่อนนำมาใช้ในองค์กร
  • กรณีศึกษา: ลดต้นทุนและเวลาตอบสนองของระบบที่ออกแบบไว้เกินจำเป็น

Section 10: Workshop Day 2: Deployment Models และ Cloud Migration

  • Public, Private, Hybrid, Multi-cloud และ Community Cloud
  • กลยุทธ์ Migration: Rehost, Replatform, Refactor, Repurchase, Retire และ Retain
  • ประเมินความพร้อม ความเสี่ยง และการทำ Cutover
  • Workshop: จัดทำแผน Migration ของระบบจองห้องประชุมเดิม (On-premise จำลอง) พร้อมเหตุผลของกลยุทธ์ที่เลือก
Day 3 Deployment as Code และ DevOps Fundamentals

Section 11: Infrastructure as Code

  • แนวคิด Declarative เทียบกับ Imperative
  • โครงสร้างโปรเจกต์ Terraform หรือ OpenTofu: Provider, Resource, Variable, Output และ Module
  • จัดการ State แบบ Remote และป้องกันการแก้ไขชนกัน
  • Lab: เขียนโค้ดสร้าง VPC ของวันแรกใหม่ทั้งหมดด้วย Terraform

Section 12: Lab: Provisioning Cloud Resources

  • เลือกทรัพยากรให้ตรงกับ Requirement ด้าน Performance, Availability และงบประมาณ
  • Provision Load Balancer, Compute, Database และ Storage ด้วยโค้ด
  • Configuration ด้วย User Data, Image และ Environment Variable
  • Lab: สร้างโครงสร้างพื้นฐานของ CloudHarbor ครบทุกชั้นพร้อม Remote State

Section 13: Deployment Strategies

  • Rolling, Blue-Green, Canary และ Recreate
  • Immutable Infrastructure และการ Rollback
  • แยก Environment: Dev, Staging และ Production
  • เลือกกลยุทธ์ให้เหมาะกับความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายของแต่ละระบบ

Section 14: Lab: Source Control และ CI/CD

  • Branching Strategy และ Pull Request Workflow
  • องค์ประกอบของ CI/CD Pipeline: Build, Test, Scan และ Deploy
  • เก็บ Credential ของ Pipeline อย่างปลอดภัยด้วย OIDC แทน Access Key แบบถาวร
  • Lab: ตั้ง Pipeline ที่ Build Container รันทดสอบ และ Push ขึ้น ECR

Section 15: Workshop Day 3: System Integration และ DevOps Tools

  • เชื่อมระบบผ่าน API, Webhook และ Message Queue
  • บทบาทของ Configuration Management, Container Registry และ Artifact Repository
  • แนวคิด GitOps ในระดับภาพรวม
  • Workshop: ให้ Pipeline รัน Terraform Plan และ Deploy แบบ Rolling ขึ้นคลาวด์อัตโนมัติ
Day 4 Cloud Security

Section 16: Lab: Identity and Access Management

  • User, Group, Role และ Policy ตามหลัก Least Privilege
  • MFA, Federation, Single Sign-On และ Temporary Credential
  • หลีกเลี่ยงการใช้ Access Key แบบถาวร และเทียบแนวคิดกับ Microsoft Entra ID
  • Lab: ปรับ IAM ของ CloudHarbor ให้เป็น Role แบบ Least Privilege

Section 17: Lab: Security Best Practices และ Security Controls

  • Network Segmentation, Security Group และ Web Application Firewall
  • Encryption at Rest และ in Transit และการจัดการ Key ด้วย KMS
  • เก็บ Secret ด้วย Secrets Manager แทนการฝังไว้ในโค้ด
  • Lab: เปิดการเข้ารหัสฐานข้อมูลและ S3 และย้าย Credential ไปไว้ใน Secrets Manager

Section 18: Lab: Vulnerability Management

  • สแกนช่องโหว่ของ Instance และ Container Image
  • Patch Management และการจัดลำดับความสำคัญตามความเสี่ยง
  • นำผลสแกนเข้าสู่ CI/CD Pipeline และกำหนดเกณฑ์หยุด Deploy
  • Lab: เพิ่มการสแกน Container Image ใน Pipeline

Section 19: Compliance and Regulation

  • Data Sovereignty, Data Residency และ Data Classification
  • มาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น ISO/IEC 27001 และ PDPA
  • Audit Trail และการเก็บหลักฐานเพื่อการตรวจสอบ
  • กรณีศึกษา: เลือก Region และการจัดเก็บข้อมูลให้สอดคล้องกับข้อกำหนดขององค์กร

Section 20: Workshop Day 4: Monitoring Suspicious Activities

  • รูปแบบการโจมตีที่พบบ่อยบนคลาวด์ เช่น Credential Leak, Misconfiguration และ DDoS
  • ใช้ CloudTrail และ Log ตรวจหาพฤติกรรมผิดปกติ
  • ตั้ง Alert และขั้นตอนตอบสนองเบื้องต้น
  • Workshop: เปิด Audit Log และตั้ง Alert เมื่อมีการเข้าใช้งานหรือแก้ไขสิทธิ์ที่ผิดปกติ
Day 5 Operations, Troubleshooting และ Master Workshop

Section 21: Lab: Observability

  • Metrics, Logs และ Traces ต่างกันอย่างไร
  • สร้าง Dashboard และ Alarm จากตัวชี้วัดที่สำคัญด้วย CloudWatch และเทียบกับ Azure Monitor
  • กำหนด Threshold และลดปัญหา Alert ที่มากเกินจำเป็น
  • Lab: สร้าง Dashboard และ Alarm ของ CloudHarbor

Section 22: Lab: Scaling Approaches

  • Vertical เทียบกับ Horizontal Scaling
  • Auto Scaling แบบ Scheduled, Dynamic และ Target Tracking
  • ทดสอบ Load เบื้องต้นเพื่อยืนยันการ Scale
  • Lab: ตั้ง Auto Scaling ของ API แล้วยิง Load ดูการขยายตัว

Section 23: Backup, Recovery และ Life Cycle Management

  • Backup แบบ Full, Incremental และ Snapshot พร้อมการทดสอบ Restore
  • กลยุทธ์ Disaster Recovery: Backup and Restore, Pilot Light, Warm Standby และ Active-Active
  • วงจรชีวิตทรัพยากร: Patching, Upgrade, Deprecation และ Decommission
  • Lab: ทดสอบ Backup และ Restore ฐานข้อมูลตาม RPO/RTO ที่กำหนด

Section 24: Troubleshooting Methodology

  • ขั้นตอนแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ: ระบุปัญหา ตั้งสมมติฐาน ทดสอบ แก้ไข และบันทึกผล
  • ปัญหา Deployment: Template ผิดพลาด, Quota เต็ม และ Dependency ไม่ครบ
  • ปัญหา Network และ Security: Routing, DNS, Security Group, สิทธิ์ IAM และ Certificate หมดอายุ
  • ใช้ Log, Metric และ CLI ไล่หาต้นเหตุอย่างมีหลักฐาน

Section 25: Master Workshop: ระบบล่มจากสถานการณ์จำลอง

  • แบ่งกลุ่มแก้ปัญหา 3-4 สถานการณ์ เช่น Deploy ล้มเหลว เข้าฐานข้อมูลไม่ได้ และสิทธิ์ถูกปฏิเสธ
  • นำเสนอ Root Cause และแนวทางป้องกัน
  • ทบทวนความเชื่อมโยงของงานทั้ง 5 วันกับ 6 Domain ของ CV0-004
  • ลบทรัพยากรทั้งหมดด้วย IaC และตรวจ Cost Explorer เพื่อควบคุมค่าใช้จ่าย

ຮອບຝຶກອົບຮົມ ແລະ ຮູບແບບການຝຶກອົບຮົມ

ສຳລັບບຸກຄົນ — ຮອບຝຶກອົບຮົມທົ່ວໄປ

ຂະນະນີ້ຍັງບໍ່ມີຮອບຝຶກອົບຮົມເປີດຮັບສະໝັກ ລົງຊື່ຈອງໄວ້ໄດ້ເລີຍ ທີມງານຈະຕິດຕໍ່ກັບເປັນກຸ່ມທຳອິດເມື່ອເປີດຮອບຕໍ່ໄປ ຫຼື ສອບຖາມທາງ LINE ຫຼື ໂທ 02-570-8449 ຫຼື 088-807-9770

ສຳລັບອົງກອນ — In-house / Private Training

  • ປັບເນື້ອໃນໃຫ້ກົງກັບເຄື່ອງມື ແລະ ວຽກຈິງຂອງທີມ
  • ເລືອກວັນເອງ ຝຶກອົບຮົມທີ່ບໍລິສັດ ຫຼື ອອນລາຍສົດ
  • ອອກໃບສະເໜີລາຄາໃນນາມນິຕິບຸກຄົນໃຫ້ຝ່າຍຈັດຊື້
ຂໍໃບສະເໜີລາຄາຝຶກອົບຮົມອົງກອນ

ວິທະຍາກອນຜູ້ສອນ

ຄຳຖາມທີ່ພົບເລື້ອຍ

หลักสูตรนี้ต่างจาก AWS Cloud Practitioner และ Infrastructure as Code ด้วย Terraform อย่างไร

AWS Cloud Practitioner เน้นความรู้พื้นฐานบริการ AWS และแนวคิดคลาวด์ ส่วน Infrastructure as Code ด้วย Terraform เน้นการเขียน Terraform เป็นหลัก หลักสูตรนี้ครอบคลุมงานวิศวกรรมคลาวด์ทั้งวงจรตาม 6 Domain ของ Cloud+ CV0-004 ตั้งแต่ออกแบบสถาปัตยกรรม Network, Storage และฐานข้อมูล Deploy ด้วยโค้ดผ่าน CI/CD วางความปลอดภัย ไปจนถึงเฝ้าระวัง Backup และแก้ปัญหา โดยใช้ Terraform เป็นเครื่องมือหนึ่งในวันที่ 3 และเทียบบริการระหว่าง AWS กับ Azure

เป็นหลักสูตรทางการของ CompTIA และรวมค่าสอบหรือไม่

ไม่ใช่หลักสูตรทางการของ CompTIA และไม่รวม Exam Voucher หลักสูตรนี้เป็นการอบรมเชิงปฏิบัติการของสถาบันไอทีจีเนียสที่ใช้ Exam Objectives ของ Cloud+ (CV0-004) เป็นกรอบเนื้อหา ผู้ที่ต้องการสอบสมัครและชำระค่าสอบกับ CompTIA เอง และควรทบทวนเพิ่มเติมตาม Exam Objectives ฉบับทางการบนเว็บไซต์ comptia.org

เรียนจบแล้วพร้อมสอบ Cloud+ เลยหรือไม่

หลักสูตรครอบคลุมทั้ง 6 Domain ของ CV0-004 และช่วยให้เข้าใจแนวคิดผ่านการลงมือทำ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่ดีสำหรับการเตรียมสอบ แต่ไม่ได้เน้นติวหรือทำข้อสอบเสมือนจริง และไม่รับประกันผลสอบ ผู้ที่ต้องการสอบควรทบทวน Exam Objectives และฝึกทำโจทย์เพิ่มเติมด้วยตนเอง CV0-004 เป็นรุ่นปัจจุบัน ณ ตุลาคม 2026 และ CompTIA ประเมินว่าจะเปลี่ยนรุ่นราวปี 2027 ควรตรวจรหัสสอบล่าสุดบน comptia.org ก่อนสมัครสอบ

ต้องใช้บัญชี AWS และมีค่าใช้จ่ายคลาวด์หรือไม่

ผู้เรียนใช้บัญชี AWS ของตนเองแบบ Free Tier หรือเครดิตทดลอง หรือบัญชี Sandbox ที่องค์กรจัดเตรียม การสมัครบัญชีส่วนตัวต้องใช้บัตรเครดิต บางบริการ เช่น NAT Gateway, Load Balancer และ RDS อาจมีค่าใช้จ่ายเกินสิทธิ์ฟรีที่ผู้เรียนรับผิดชอบเอง วิทยากรจะแนะนำการตั้ง Budget Alert และลบทรัพยากรด้วย IaC หลังจบ Lab ส่วน Azure ใช้เพื่อเทียบเคียงบริการ ไม่บังคับให้มีบัญชี

ต้องเตรียมเครื่องและพื้นฐานอะไรบ้าง

ผู้เรียนใช้ Notebook ของตนเองที่มี RAM 16 GB ขึ้นไป ติดตั้ง VS Code, Git, Docker, AWS CLI และ Terraform หรือ OpenTofu มีสิทธิ์ติดตั้งซอฟต์แวร์ และเครือข่ายที่เชื่อมต่อไปยัง AWS ได้ ด้านพื้นฐานควรเขียนโปรแกรมได้อย่างน้อย 1 ภาษา ใช้ Command Line และ Git เบื้องต้น และเข้าใจ IP Address, DNS และ HTTP ไม่จำเป็นต้องเคยใช้ AWS, Azure หรือ Terraform มาก่อน

ทำไมลงมือบน AWS ในเมื่อ Cloud+ เป็นใบรับรองแบบ Vendor-neutral

Cloud+ วัดความเข้าใจหลักการกลางที่ใช้ได้กับทุกผู้ให้บริการ หลักสูตรจึงสอนหลักการก่อนทุกหัวข้อ แต่การเข้าใจจริงต้องได้ลงมือ จึงเลือก AWS เป็นแพลตฟอร์มหลักของ Workshop และเทียบชื่อและแนวคิดบริการกับ Microsoft Azure ตลอดหลักสูตร เช่น VPC กับ VNet และ IAM กับ Entra ID เพื่อให้ผู้เรียนนำไปใช้กับคลาวด์ที่องค์กรเลือกได้