ສອບຖາມຫຼັກສູດເລືອກຊ່ອງທາງທີ່ສະດວກ ທີມງານຕອບເອງທຸກຊ່ອງທາງ
LINE @itgeniusຕອບໄວທີ່ສຸດ · ຈ–ສ 9:00–17:00 ໂມງ
ໂທລະສັບ
02-570-8449ຫ້ອງການ088-807-9770ມືຖື
ອີເມວ ແລະ ໂຊຊຽວ
contact@itgenius.co.thສຳລັບໃບສະເໜີລາຄາ ແລະ ເອກະສານFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengຂໍຄຳປຶກສາຈັດຝຶກອົບຮົມໃຫ້ທີມ
ພັດທະນາເວັບໄຊ · WDC-122

Road to Full Stack Developer

หลักสูตร Road to Full Stack Developer เป็นการอบรมการสร้าง Web Application ครบวงจรด้วย TypeScript ตั้งแต่ React, API ด้วย Hono, PostgreSQL กับ Prisma ไปจนถึงระบบ Login ที่ปลอดภัย Test และ Deploy ด้วย Docker เหมาะกับนักพัฒนาที่ถนัดฝั่งเดียวและผู้ที่ย้ายมาจากภาษาอื่น จบแล้วได้ระบบจองต้นแบบที่รันได้จริง

ອັບເດດລ່າສຸດ
ລາຄາເລີ່ມຕົ້ນ 9,450 ບາດ / ທ່ານ 10,500 −10% ຍັງບໍ່ລວມ VAT 7% · ມີລາຄາໝູ່ຄະນະ
PDFດາວໂຫຼດ Course Outline
  • ໄລຍະເວລາ30 ຊົ່ວໂມງ · 5 ມື້
  • ຮູບແບບຢູ່ສະຖາບັນ / ອອນລາຍສົດ
  • ຮອບຕໍ່ໄປເປີດຕາມຄຳຂໍ
  • ໃບຢັ້ງຢືນມີໃບຢັ້ງຢືນ

ພາບລວມຫຼັກສູດ

องค์กรจำนวนมากต้องการนักพัฒนาที่ส่งมอบฟีเจอร์ได้ครบวงจร ตั้งแต่หน้าจอผู้ใช้ API ฐานข้อมูล จนถึงการนำระบบขึ้นใช้งานจริง แต่นักพัฒนาส่วนใหญ่ถนัดเพียงฝั่งเดียว เมื่อต้องทำงานข้ามฝั่งก็มักเจอปัญหาโครงสร้างโปรเจกต์ไม่เป็นระบบ ชนิดข้อมูลระหว่าง Frontend กับ Backend ไม่ตรงกัน ระบบยืนยันตัวตนไม่ปลอดภัย และไม่มีขั้นตอนทดสอบหรือ Deploy ที่ทำซ้ำได้

หลักสูตรนี้พาผู้เรียนสร้างระบบจริงหนึ่งระบบด้วย TypeScript ทั้ง Stack ใช้ React 19, Vite 8 และ Tailwind CSS v4 ฝั่ง Frontend ใช้ Hono บน Node.js 24 LTS ฝั่ง Backend ใช้ PostgreSQL 18 กับ Prisma ORM 7 ฝั่งฐานข้อมูล แชร์ Schema ระหว่างสองฝั่งด้วย Zod ทดสอบด้วย Vitest และ Playwright แล้วปิดท้ายด้วยการแพ็กระบบด้วย Docker พร้อม Pipeline สำหรับ Deploy ผ่านโปรเจกต์ระบบจองทรัพยากรภายในองค์กร BookingNest ที่ต่อยอดทุกวันจนรันได้ครบวงจร (อบรม 5 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง ระดับ Beginner to Intermediate)

ສິ່ງທີ່ທ່ານຈະໄດ້ຮັບ

  • เข้าใจสถาปัตยกรรมของ Web Application สมัยใหม่และบทบาทของแต่ละชั้น ตั้งแต่ Client, API, Database จนถึง Infrastructure
  • ใช้ TypeScript ได้อย่างมั่นใจทั้งฝั่ง Frontend และ Backend และแชร์ชนิดข้อมูลข้ามโปรเจกต์ได้
  • ออกแบบและพัฒนา RESTful API ที่มีโครงสร้างดี ตรวจสอบข้อมูล และจัดการข้อผิดพลาดอย่างเป็นมาตรฐาน
  • ออกแบบ Schema ฐานข้อมูล PostgreSQL และจัดการ Migration ด้วย Prisma ORM ได้
  • พัฒนาระบบ Authentication และ Authorization ที่ปลอดภัยตามแนวทาง OWASP
  • พัฒนา Frontend ด้วย React ที่จัดการ Server State, Form และสถานะ Loading/Error ได้ถูกต้อง
  • เขียน Unit Test, Integration Test และ End-to-End Test ให้ระบบ Full Stack
  • แพ็กระบบด้วย Docker และวางขั้นตอน Build และ Deploy ที่ทำซ้ำได้

ຫຼັກສູດນີ້ເໝາະສຳລັບ

  • นักพัฒนา Frontend ที่ต้องการขยายทักษะไปสู่ Backend และฐานข้อมูล
  • นักพัฒนา Backend ที่ต้องการพัฒนา Frontend สมัยใหม่ด้วย React ได้อย่างมั่นใจ
  • นักพัฒนาที่ใช้ภาษาอื่น เช่น PHP, Java หรือ C# และต้องการย้ายมาใช้ TypeScript Stack
  • Tech Lead ที่ต้องการวางมาตรฐานโครงสร้างโปรเจกต์ Full Stack ให้ทีม
  • นักพัฒนาในองค์กรที่ต้องสร้างระบบภายใน (Internal Tools) ด้วยทีมขนาดเล็ก

ພື້ນຖານຂອງຜູ້ເຂົ້າຝຶກອົບຮົມ

  • เขียนโปรแกรมได้อย่างน้อย 1 ภาษา และเข้าใจตัวแปร ฟังก์ชัน เงื่อนไข ลูป และ Object
  • มีพื้นฐาน HTML, CSS และ JavaScript เช่น Array Method, Promise และ async/await
  • เข้าใจแนวคิด HTTP Request/Response และ SQL เบื้องต้น ใช้ Git ระดับ clone, commit, push และ pull ได้
  • ไม่จำเป็นต้องเคยใช้ React, TypeScript, Prisma หรือ Docker มาก่อน ผู้สอนจะปูพื้นฐานส่วนที่ใช้จริงในโปรเจกต์ให้

ຫົວຂໍ້ການຝຶກອົບຮົມ

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้เน้นแนวทาง SPA + REST API แยกส่วนด้วย React และ Hono เพื่อให้เห็นขอบเขตความรับผิดชอบของแต่ละชั้นชัดเจน จึงต่างจากหลักสูตร Full-Stack Web Application with Next.js 16 and Prisma ที่ใช้ Full Stack Framework และลงลึกกว่า React and NodeJS with Docker Workshop ในด้านความปลอดภัย การทดสอบ และ Pipeline ส่วน Next.js จะกล่าวถึงในเชิงเปรียบเทียบ อบรม 5 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 30 ชั่วโมง

(09:00-16:00 น.) รูปแบบ Workshop ต่อเนื่องบนระบบจองทรัพยากรภายในองค์กร BookingNest ชุดเดียวที่ใช้ข้อมูลจำลองทั้งหมด เครื่องมือทั้งหมดเป็นโอเพนซอร์สและรันบนเครื่องของผู้เรียนด้วย Docker การทดลอง Pipeline ใช้บัญชี GitHub หรือ GitLab ของผู้เรียน หัวข้อ Kubernetes, Microservices, GraphQL และ WebSocket อยู่นอกขอบเขตของหลักสูตรนี้ ผู้เรียนจะได้ Source Code แบบ Monorepo ไฟล์ Docker และ Pipeline กลับไปใช้เป็นแม่แบบโปรเจกต์ของทีม

Day 1 Modern Full Stack Foundations และ TypeScript

Section 1: ภาพรวม Full Stack Architecture

  • บทบาทของ Client, API, Database และ Infrastructure ในระบบเว็บสมัยใหม่
  • เปรียบเทียบ SPA + API แยกส่วน กับ Full Stack Framework อย่าง Next.js และเหตุผลที่หลักสูตรเลือก SPA + API
  • การไหลของข้อมูลตั้งแต่ผู้ใช้กดปุ่มจนถึงฐานข้อมูล
  • Lab: วาดแผนภาพสถาปัตยกรรมและ Flow การจองของ BookingNest

Section 2: เตรียมเครื่องมือและโครงสร้างโปรเจกต์

  • ติดตั้งและจัดการเวอร์ชัน Node.js 24 LTS และ pnpm
  • สร้าง Monorepo ด้วย pnpm Workspaces แยก apps และ packages
  • ตั้งค่า ESLint, Prettier และ EditorConfig ให้ทีมใช้มาตรฐานเดียวกัน
  • Lab: สร้างโครง apps/web, apps/api และ packages/shared ที่ Build ได้ทั้งหมด

Section 3: TypeScript สำหรับ Full Stack Developer

  • Type, Interface, Union, Generic และ Utility Types ที่ใช้บ่อย
  • ตั้งค่า tsconfig ให้เหมาะกับ Node.js และ Browser
  • สิ่งที่เปลี่ยนใน TypeScript 6 และ 7 เช่น การเลิกรองรับ Target ES5 และ Native Compiler ที่ Build เร็วขึ้น
  • Type Narrowing และการจัดการค่า null/undefined อย่างปลอดภัย
  • Lab: กำหนด Type ของ Resource, Booking และ User แล้วใช้ร่วมกันทั้งสองฝั่ง

Section 4: Zod และ Shared Schema

  • นิยาม Schema ครั้งเดียวแล้ว infer เป็น Type ให้ทั้งสองฝั่งใช้
  • Validate ข้อมูลที่เข้าระบบและแปลง Error ให้อ่านง่าย
  • จัด packages/shared ให้ import ได้จากทั้ง apps/web และ apps/api
  • Lab: เขียน Zod Schema ของการจองพร้อมกฎวันเวลาและ Unit Test ด้วย Vitest

Section 5: Workshop Day 1: Git Workflow และ Monorepo ของ BookingNest

  • Branching Strategy แบบเรียบง่ายสำหรับทีมเล็ก
  • Conventional Commits และการเขียน Pull/Merge Request ที่ดี
  • Workshop: รวมเครื่องมือทั้งหมดเข้า Monorepo ของ BookingNest และส่ง Pull Request แรก
  • Workshop: ตรวจว่า Schema ใน packages/shared ผ่าน Test และ Lint ก่อน Merge
Day 2 Backend API ด้วย Hono, PostgreSQL และ Prisma

Section 6: หลักการออกแบบ RESTful API

  • ตั้งชื่อ Resource และเลือก HTTP Method และ Status Code ให้ถูกต้อง
  • Pagination, Filtering, Sorting และรูปแบบ Error Response มาตรฐาน
  • API Versioning และเอกสาร API ด้วย OpenAPI
  • Lab: ออกแบบ Endpoint ทั้งหมดของ Resource และ Booking ก่อนเขียนโค้ด

Section 7: Hono บน Node.js

  • โครงสร้างแอป Routing, Middleware และ Context
  • แยก Layer เป็น Route, Service และ Repository
  • ใช้ Zod Validator กับ Request Body, Query และ Params
  • Lab: สร้าง API ของ Resource พร้อม Validation จาก Shared Schema

Section 8: PostgreSQL 18 และ Prisma ORM 7

  • ออกแบบ Schema ความสัมพันธ์ One-to-Many และ Many-to-Many
  • Prisma Schema, Migration และ Seed Data
  • สิ่งที่เปลี่ยนใน Prisma 7 ที่ Prisma Client ไม่พึ่ง Rust Query Engine แล้ว
  • Lab: รัน PostgreSQL ใน Docker ทำ Migration และ Seed ห้องประชุมและรถส่วนกลาง

Section 9: การ Query อย่างมีประสิทธิภาพ

  • Select เฉพาะ Field ที่ใช้, Include ความสัมพันธ์ และการหลีกเลี่ยง N+1 Query
  • Transaction สำหรับงานที่ต้องสำเร็จพร้อมกัน
  • สร้าง Index ให้ตรงกับรูปแบบการค้นหา
  • Lab: วัดจำนวน Query ก่อนและหลังแก้ปัญหา N+1 ในหน้ารายการจอง

Section 10: Workshop Day 2: Error Handling, Logging และ API ของ BookingNest

  • Global Error Handler และการแยก Error ฝั่งผู้ใช้กับฝั่งระบบ
  • Structured Logging และ Request ID
  • Workshop: พัฒนา API จัดการ Resource และ Booking ครบ CRUD ค้นหา และกรองตามวันที่
  • Workshop: ทดสอบทุก Endpoint ด้วย HTTP Client และเปิดเอกสาร OpenAPI ให้ทีม Frontend
Day 3 Authentication, Authorization และ API Quality

Section 11: แนวคิด Authentication สมัยใหม่

  • เปรียบเทียบ Session, JWT และ Access/Refresh Token
  • เก็บ Token ใน httpOnly Cookie เทียบกับ Local Storage และผลด้านความปลอดภัย
  • Hash รหัสผ่านด้วย Argon2
  • Lab: เลือกวิธียืนยันตัวตนของ BookingNest พร้อมเหตุผลด้านความปลอดภัย

Section 12: พัฒนา Login Flow แบบครบวงจร

  • Register, Login, Refresh Token และ Logout
  • Token Rotation และการเพิกถอน Refresh Token
  • ตั้งค่า CORS และ Cookie (SameSite, Secure) ให้ Frontend เรียกใช้ได้อย่างปลอดภัย
  • Lab: สร้าง Endpoint สมัครสมาชิกและเข้าสู่ระบบพร้อม Refresh Token แบบ Rotation

Section 13: Authorization แบบ Role-Based

  • ออกแบบ Role และ Permission: User, Approver และ Admin
  • Middleware ตรวจสิทธิ์ตาม Role
  • ตรวจสิทธิ์ระดับข้อมูล เช่น แก้ไขได้เฉพาะการจองของตนเอง
  • Lab: เพิ่ม API อนุมัติและปฏิเสธการจองสำหรับ Approver

Section 14: ความปลอดภัยของ API

  • ความเสี่ยงตาม OWASP ที่เกี่ยวกับ API: Broken Access Control, Injection และ Security Misconfiguration
  • Rate Limiting และ Security Headers
  • จัดการ Secret ผ่าน Environment Variables
  • Lab: ลองเจาะสิทธิ์ข้ามผู้ใช้แล้วปิดช่องโหว่ที่พบ

Section 15: Workshop Day 3: Testing สำหรับ API

  • Unit Test ของ Service ด้วย Vitest
  • Integration Test ของ Route โดยเรียกแอป Hono โดยตรงร่วมกับฐานข้อมูลทดสอบแยก
  • วัด Code Coverage และเลือกว่าควรทดสอบอะไรก่อน
  • Workshop: เขียนชุด Test ครอบคลุม Flow การจอง การอนุมัติ และสิทธิ์ทั้ง 3 ระดับ
Day 4 Frontend ด้วย React 19, Vite 8 และ Tailwind CSS

Section 16: React 19 ที่นักพัฒนาต้องรู้

  • Component, Props, State และการแยก Component ให้ดูแลง่าย
  • Hook ที่ใช้บ่อย รวมถึง useActionState, useOptimistic และ useEffectEvent
  • จัดโครงสร้างโฟลเดอร์แบบ Feature-based
  • Lab: สร้าง Component รายการทรัพยากรและการ์ดการจอง

Section 17: Vite 8 และ Tailwind CSS v4

  • โปรเจกต์ Vite 8 ที่ใช้ Rolldown เป็น Bundler และการตั้งค่า Proxy ไปยัง API
  • Tailwind CSS v4 แนวคิด CSS-first Configuration และ Design Token ของโปรเจกต์
  • สร้าง UI Component ที่ใช้ซ้ำได้และรองรับหน้าจอทุกขนาด
  • Lab: วาง Layout หลักและ Design Token ของ BookingNest

Section 18: Routing และ Server State

  • React Router สำหรับหน้า Public, หน้าที่ต้อง Login และหน้าตาม Role
  • TanStack Query: Query, Mutation, Cache Invalidation และ Loading/Error State
  • Optimistic Update เมื่อผู้ใช้สร้างหรือยกเลิกการจอง
  • Lab: ดึงรายการทรัพยากรและการจองจาก API ด้วย TanStack Query

Section 19: Form และ Authentication ฝั่ง Client

  • React Hook Form ร่วมกับ Zod Schema จาก packages/shared
  • จัดการสถานะ Login และ Refresh Token อัตโนมัติ
  • Redirect เมื่อ Session หมดอายุหรือไม่มีสิทธิ์
  • Lab: สร้างฟอร์มจองที่ใช้กฎ Validation ชุดเดียวกับ API

Section 20: Workshop Day 4: หน้าจอ BookingNest และ E2E Test ด้วย Playwright

  • เขียน Test จำลองผู้ใช้จริงตั้งแต่ Login จนจองสำเร็จ
  • เตรียมข้อมูลทดสอบและรัน E2E แบบ Headless
  • Workshop: พัฒนาหน้า Login, ค้นหาทรัพยากร, ปฏิทินการจอง, การจองของฉัน และหน้าอนุมัติ
  • Workshop: เขียน E2E Test ของ Flow การจองและการอนุมัติ
Day 5 Containerize, Deploy และ Master Workshop

Section 21: Docker สำหรับ Full Stack Application

  • Dockerfile แบบ Multi-stage สำหรับ API (Node.js) และ Web (Static Build ผ่าน Nginx)
  • Docker Compose สำหรับ Web, API และ PostgreSQL พร้อม Health Check
  • จัดการ Environment Variables และ Secret แยกตามสภาพแวดล้อม
  • Lab: รัน BookingNest ทั้งระบบด้วยคำสั่งเดียว

Section 22: เตรียมระบบสำหรับ Production

  • รัน Migration อย่างปลอดภัยตอน Deploy
  • Logging, Health Endpoint และ Graceful Shutdown
  • Checklist ความปลอดภัยก่อนขึ้นระบบจริง
  • Lab: ตรวจระบบตาม Checklist และแก้จุดที่ยังไม่ผ่าน

Section 23: CI/CD Pipeline เบื้องต้น

  • Pipeline ขั้นตอน Lint, Test, Build และสร้าง Container Image
  • Deploy ขึ้น Server หรือ Cloud ที่องค์กรใช้
  • แนวทาง Rollback เมื่อ Deploy แล้วมีปัญหา
  • Lab: ตั้ง Pipeline บน GitHub Actions หรือ GitLab CI ให้ Build และ Test อัตโนมัติ

Section 24: ออกแบบฟีเจอร์ใหม่ตั้งแต่ Database ถึง UI

  • วิเคราะห์ Requirement ของฟีเจอร์ตรวจสอบการจองซ้อนเวลาและแจ้งเตือนผู้อนุมัติ
  • ออกแบบ Constraint ในฐานข้อมูล การเปลี่ยนแปลง API และหน้าจอที่เกี่ยวข้อง
  • วางแผน Test ที่ต้องเพิ่มในแต่ละชั้น
  • Lab: เขียนแผนงานและแบ่งงานเป็น Pull Request ย่อย

Section 25: Master Workshop: BookingNest ครบทุกชั้น

  • พัฒนาฟีเจอร์ตรวจสอบการจองซ้อนเวลาตั้งแต่ Constraint ในฐานข้อมูล, API จนถึง UI
  • เพิ่ม Unit, API และ E2E Test ของฟีเจอร์ใหม่
  • ส่งผ่าน Pipeline และ Deploy ระบบด้วย Docker Compose
  • นำเสนอผลงานและทบทวนโค้ดร่วมกัน (Code Review)

ຮອບຝຶກອົບຮົມ ແລະ ຮູບແບບການຝຶກອົບຮົມ

ສຳລັບບຸກຄົນ — ຮອບຝຶກອົບຮົມທົ່ວໄປ

ຂະນະນີ້ຍັງບໍ່ມີຮອບຝຶກອົບຮົມເປີດຮັບສະໝັກ ລົງຊື່ຈອງໄວ້ໄດ້ເລີຍ ທີມງານຈະຕິດຕໍ່ກັບເປັນກຸ່ມທຳອິດເມື່ອເປີດຮອບຕໍ່ໄປ ຫຼື ສອບຖາມທາງ LINE ຫຼື ໂທ 02-570-8449 ຫຼື 088-807-9770

ສຳລັບອົງກອນ — In-house / Private Training

  • ປັບເນື້ອໃນໃຫ້ກົງກັບເຄື່ອງມື ແລະ ວຽກຈິງຂອງທີມ
  • ເລືອກວັນເອງ ຝຶກອົບຮົມທີ່ບໍລິສັດ ຫຼື ອອນລາຍສົດ
  • ອອກໃບສະເໜີລາຄາໃນນາມນິຕິບຸກຄົນໃຫ້ຝ່າຍຈັດຊື້
ຂໍໃບສະເໜີລາຄາຝຶກອົບຮົມອົງກອນ

ວິທະຍາກອນຜູ້ສອນ

ຄຳຖາມທີ່ພົບເລື້ອຍ

หลักสูตรนี้ต่างจาก Full-Stack Web Application with Next.js 16 and Prisma และ React and NodeJS with Docker Workshop อย่างไร

Full-Stack Web Application with Next.js 16 and Prisma ใช้ Full Stack Framework ที่รวม Frontend และ Backend ไว้ในโปรเจกต์เดียว ส่วน React and NodeJS with Docker Workshop เป็น Workshop ที่เน้นการเชื่อม React กับ Node.js และรันด้วย Docker หลักสูตรนี้ใช้แนวทาง SPA + REST API แยกส่วนด้วย React และ Hono ใน Monorepo เดียว และลงลึกครบทุกชั้นทั้ง Shared Schema ด้วย Zod, Prisma กับ PostgreSQL, Authentication และ RBAC ตาม OWASP, Test ทุกระดับ ไปจนถึง Docker และ CI/CD Pipeline ผ่านโปรเจกต์เดียว 5 วัน

ต้องเคยใช้ React หรือ TypeScript มาก่อนหรือไม่

ไม่จำเป็น ผู้สอนจะปูพื้นส่วนที่ใช้จริงในโปรเจกต์ให้ แต่ผู้เรียนควรมีพื้นฐาน JavaScript เช่น Array Method, Promise และ async/await รวมถึง HTML, CSS และ SQL เบื้องต้น เพื่อให้ตามทันตลอด 5 วัน

ทำไมเลือก Hono และแนวทาง SPA + API แทน Next.js

การแยก Frontend และ API ช่วยให้เห็นขอบเขตความรับผิดชอบของแต่ละชั้นชัดเจน และนำไปปรับใช้กับ Framework อื่นได้ง่าย Hono มีโครงสร้างเรียบง่ายและทำงานร่วมกับ Zod ได้ดี วันแรกจะเปรียบเทียบกับ Full Stack Framework อย่าง Next.js เพื่อให้เลือกใช้ได้ถูกบริบท

ต้องเตรียมเครื่องและบัญชีอะไรบ้าง

Notebook ที่มี RAM อย่างน้อย 16 GB และพื้นที่ว่างอย่างน้อย 30 GB ติดตั้ง Node.js 24 LTS, pnpm, Git, VS Code และ Docker Desktop (Windows ต้องเปิด WSL2) พร้อมสิทธิ์ติดตั้งโปรแกรมและอินเทอร์เน็ตที่เข้าถึง npm Registry และ Docker Hub ได้ และบัญชี GitHub หรือ GitLab ของผู้เรียนเองสำหรับเก็บโค้ดและทดลอง Pipeline

จบหลักสูตรนี้แล้วควรเรียนอะไรต่อ

หากต้องการวางระบบ Deploy ให้ทีมแบบเต็มรูปแบบ ต่อยอดได้ด้วย DevOps for Full Stack Developers ที่ครอบคลุม GitLab Runner และ Kubernetes หากต้องการยกระดับคุณภาพโค้ดฝั่ง Backend ต่อด้วย TDD with Node.js and TypeScript และหากต้องการแยกระบบเป็นบริการย่อย ต่อด้วย Building Microservices with NestJS

เนื้อหาใช้เครื่องมือเวอร์ชันใด

เนื้อหาอ้างอิง TypeScript 7, Node.js 24 LTS, React 19, Vite 8, Tailwind CSS v4, Hono 4, PostgreSQL 18 และ Prisma ORM 7 ซึ่งเป็นรุ่นเสถียรปัจจุบัน เนื่องจากเครื่องมือในสายนี้ออกรุ่นใหม่บ่อย เนื้อหาจะปรับตามรุ่นเสถียรล่าสุด ณ วันอบรม