SEO with WordPress CMS
หลักสูตร SEO with WordPress CMS เป็นการอบรมทำ SEO แบบสายขาวให้เว็บไซต์ WordPress ตั้งแต่วิจัย Keyword ตั้งค่าปลั๊กอิน SEO ใช้ Search Console ปรับ Core Web Vitals จนถึงเขียนเนื้อหาให้พร้อมทั้ง Google Search และ AI Overviews เหมาะกับเจ้าของธุรกิจ นักการตลาดออนไลน์ และบล็อกเกอร์ จบแล้วได้แผน SEO ของเว็บตนเอง
- ระยะเวลา12 ชั่วโมง · 2 วัน
- รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
- รอบถัดไปเปิดตามคำขอ
- ใบรับรองมี Certificate
ภาพรวมหลักสูตร
การค้นหาบน Google เปลี่ยนไปมาก ผลการค้นหาจำนวนมากมี AI Overviews สรุปคำตอบให้ก่อน และผู้ใช้ถามต่อเนื่องได้ใน AI Mode ทำให้เจ้าของเว็บหลายคนสงสัยว่า SEO ยังจำเป็นอยู่หรือไม่ คำตอบคือยังจำเป็น เพราะ Google ระบุว่าหน้าเว็บที่จะไปอยู่ในผลลัพธ์แบบ AI ต้องผ่านการเก็บข้อมูลและจัดทำดัชนีตามปกติ และใช้หลัก SEO พื้นฐานเดิมโดยไม่มีเทคนิคพิเศษ ขณะเดียวกันความเร็วและประสบการณ์ใช้งานที่วัดด้วย Core Web Vitals รวมถึงเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และน่าเชื่อถือยิ่งสำคัญขึ้น
หลักสูตรนี้พาผู้เรียนทำ SEO แบบสายขาวบน WordPress ตั้งแต่เข้าใจการทำงานของ Google Search และ AI Search วิจัย Keyword ตาม Search Intent เตรียมเว็บด้วย HTTPS, Permalink และปลั๊กอิน SEO อย่าง Yoast SEO หรือ Rank Math ใช้ Google Search Console และ GA4 ติดตามผล ปรับ Core Web Vitals ทั้ง LCP, INP และ CLS จากนั้นทำ On-page SEO เขียนบทความที่ตอบคำถามได้จริงโดยใช้ AI ช่วยอย่างถูกวิธี ใส่ Structured Data เตรียมเนื้อหาให้ถูกอ้างอิงใน AI Search และสร้าง Backlink อย่างปลอดภัย ปิดท้ายด้วย Workshop ตรวจ SEO เว็บของตนเองและวางแผน 90 วัน (อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง ระดับ Beginner)
สิ่งที่คุณจะได้รับ
- เข้าใจการทำงานของ Google Search, AI Overviews และ AI Mode และหลัก SEO แบบสายขาว
- วิจัย Keyword และจัดกลุ่มหัวข้อตาม Search Intent ได้
- ตั้งค่า WordPress และปลั๊กอิน SEO ทั้ง Permalink, Sitemap, robots.txt และ Canonical ได้
- ใช้ Google Search Console และ GA4 ตรวจการจัดทำดัชนีและติดตามผลได้
- วัดและปรับ Core Web Vitals ของเว็บ WordPress ได้
- ทำ On-page SEO และเขียนบทความที่เป็นประโยชน์ โดยใช้ AI ช่วยอย่างถูกวิธี
- ใส่ Structured Data และเตรียมเนื้อหาให้เหมาะกับ AI Search
- สร้าง Backlink อย่างปลอดภัย ตรวจ SEO และวางแผนพัฒนาเว็บของตนเองได้
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ
- เจ้าของธุรกิจและคนขายของออนไลน์ที่มีหรือกำลังจะทำเว็บไซต์ WordPress
- นักการตลาดออนไลน์และทีม Content ที่ต้องการเพิ่ม Traffic จาก Google
- บล็อกเกอร์และผู้ดูแลเว็บไซต์องค์กร
- นักพัฒนาเว็บที่ต้องการส่งมอบเว็บ WordPress ที่พร้อม SEO ให้ลูกค้า
พื้นฐานของผู้เข้าอบรม
- ใช้คอมพิวเตอร์ Windows หรือ macOS และอินเทอร์เน็ตได้คล่อง
- ไม่จำเป็นต้องเคยทำ SEO หรือทำเว็บไซต์ด้วย WordPress มาก่อน
- แนะนำให้มีโดเมนและโฮสติ้งของตนเองพร้อมเข้าหลังบ้านได้ เพื่อใช้ Search Console กับเว็บจริง
- มีบัญชี Google สำหรับ Search Console และ Google Analytics
หัวข้อการฝึกอบรม
รายละเอียดหลักสูตร
หลักสูตรนี้เป็นฉบับปรับปรุงใหม่ปี 2026 ของหลักสูตร SEO with WordPress CMS เนื้อหาอัปเดตเป็น WordPress 7 และเครื่องมือ Google รุ่นปัจจุบัน เพิ่ม AI Overviews, AI Mode, Core Web Vitals, Structured Data, การใช้ AI เขียนเนื้อหาตามนโยบายของ Google และ Local SEO พร้อมตัดปลั๊กอินที่ไม่จำเป็นต่อ SEO ออก อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.) รูปแบบบรรยายพร้อม Lab บนเว็บของผู้เรียน ระดับ Beginner ผู้เรียนใช้โดเมนและโฮสติ้งของตนเอง หรือเว็บทดลองบนเครื่อง และได้ Checklist SEO Audit กับแม่แบบแผน 90 วันกลับไปใช้งานต่อ หลักสูตรไม่รับประกันอันดับ เพราะอันดับขึ้นกับ Google และการแข่งขันของแต่ละ Keyword
Day 1 พื้นฐาน SEO และเว็บ WordPress ที่พร้อมติดอันดับ
Section 1: SEO ในยุค AI Search
- Google Search ทำงานอย่างไร: Crawl, Index และ Ranking
- AI Overviews และ AI Mode คืออะไร และหน้าเว็บถูกเลือกไปแสดงได้อย่างไร
- เนื้อหาที่เป็นประโยชน์และ E-E-A-T ในมุมของ Google
- SEO สายขาวกับนโยบายสแปม เช่น Link Spam และ Scaled Content Abuse
Section 2: Lab: Keyword Research และ Search Intent
- Seed, Niche และ Long-tail Keyword และการเลือกใช้
- Search Intent สี่แบบ และการจับคู่ Keyword กับประเภทหน้า
- หา Keyword ด้วย Keyword Planner, คำแนะนำของ Google และ Search Console
- Lab: วางกลุ่มหัวข้อ (Topic Cluster) ของเว็บตนเอง
Section 3: Lab: เตรียมเว็บ WordPress ให้พร้อม SEO
- เลือกโดเมนและโฮสติ้ง และตั้งค่า DNS
- เปิดใช้ HTTPS และ Redirect ทุกหน้าไปยัง URL เดียว
- ติดตั้ง WordPress 7 เลือก Theme ที่เบา และตั้งค่า Permalink
- ตั้งค่าการมองเห็นของ Search Engine และหน้า Site Health
Section 4: Lab: ปลั๊กอิน SEO และ Technical SEO
- ตั้งค่า Yoast SEO หรือ Rank Math: Title และ Meta Template
- XML Sitemap, robots.txt และการกำหนด noindex
- Canonical URL, Redirect และ Breadcrumb
- Lab: ตรวจ Technical SEO ของเว็บตนเองตาม Checklist
Section 5: Lab: Google Search Console และ GA4
- ยืนยันเว็บใน Search Console และส่ง Sitemap
- รายงาน Page Indexing และเครื่องมือ URL Inspection
- รายงาน Performance: คำค้น หน้า และ Traffic จากฟีเจอร์ AI ที่รวมอยู่ในประเภท Web
- เชื่อม GA4 ผ่าน Site Kit by Google และดู Conversion สำคัญ
Section 6: Lab: Core Web Vitals และความเร็วเว็บ
- LCP, INP และ CLS พร้อมเกณฑ์ที่ดี และเหตุที่ INP แทน FID
- อ่านผลจาก PageSpeed Insights และรายงานใน Search Console
- ลดขนาดรูปด้วย WebP หรือ AVIF และ Lazy Load
- Cache, ลดปลั๊กอินและสคริปต์ที่ไม่จำเป็น
- Lab: ปรับเว็บ WordPress แล้ววัดผลก่อนและหลัง
Day 2 เนื้อหา AI Search และการสร้างความน่าเชื่อถือ
Section 7: Lab: On-page SEO
- Title, Meta Description และ URL ที่ชวนคลิก
- โครงสร้าง Heading และย่อหน้าที่อ่านง่าย
- Internal Link และการเชื่อมหน้าในกลุ่มหัวข้อเดียวกัน
- รูปภาพ: ชื่อไฟล์ Alt Text และขนาดที่เหมาะสม
Section 8: Lab: เขียนบทความ SEO ที่ตอบคำถามได้จริง
- โครงบทความที่ตอบคำถามหลักตั้งแต่ต้น และแยกหัวข้อย่อยชัดเจน
- ใช้ AI ระดมหัวข้อและร่างโครง แล้วเติมประสบการณ์และข้อมูลจริง
- ใช้คะแนนจากปลั๊กอิน SEO เป็นแนวทาง ไม่ใช่เป้าหมาย
- อัปเดตบทความเก่าแทนการเขียนหน้าใหม่ซ้ำหัวข้อ
- Lab: เขียนและเผยแพร่บทความแรกตามโครงที่วางไว้
Section 9: Lab: Structured Data และ Rich Results
- Structured Data คืออะไร และ Schema ที่ปลั๊กอินสร้างให้
- Organization, Article, Breadcrumb และ Product สำหรับร้านค้า
- ทดสอบด้วย Rich Results Test และรายงานใน Search Console
- Lab: ตรวจและแก้ Structured Data ของเว็บตนเอง
Section 10: เตรียมเนื้อหาให้ถูกอ้างอิงใน AI Search
- ทำให้หน้าเว็บถูกเก็บข้อมูลและแสดง Snippet ได้ ซึ่งเป็นเงื่อนไขของ AI Overviews
- เนื้อหาชัดเจน ระบุผู้เขียน แหล่งอ้างอิง และข้อมูลติดต่อ
- ควบคุมการแสดงผลด้วย nosnippet และ max-snippet และรู้จัก Google-Extended
- ตัดสินใจเรื่อง Bot ของ AI อื่นใน robots.txt และไฟล์ llms.txt ที่บางปลั๊กอินสร้างให้
Section 11: Lab: Backlink และ Local SEO
- Backlink คุณภาพต่างจากลิงก์สแปมอย่างไร
- สร้างลิงก์จากเนื้อหาที่น่าแชร์ พาร์ตเนอร์ และโซเชียลมีเดีย
- Google Business Profile สำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้านหรือพื้นที่บริการ
- Lab: วางแผนหาลิงก์และรีวิวอย่างปลอดภัย
Section 12: Workshop: SEO Audit และแผน 90 วัน
- ตรวจเว็บตนเองตาม Checklist ทั้ง Technical, Content และ Core Web Vitals
- จัดลำดับงานตามผลกระทบและความยาก
- วางแผนเนื้อหาและการวัดผลด้วย Search Console และ GA4
- นำเสนอแผน 90 วัน และรับคำแนะนำจากวิทยากร
รอบอบรมและรูปแบบการอบรม
สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป
ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770
สำหรับองค์กร — In-house / Private Training
- ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
- เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
- ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
วิทยากรผู้สอน
คำถามที่พบบ่อย
Long-tail Keyword คืออะไร ทำไมสำคัญกับ SEO
Long-tail Keyword คือคำค้นที่ยาวและเจาะจง เช่น รองเท้าวิ่งผู้หญิงเท้าแบน แทนคำกว้าง ๆ อย่าง รองเท้าวิ่ง แม้แต่ละคำมีคนค้นน้อยกว่า แต่คู่แข่งน้อยกว่ามากจึงติดอันดับได้ง่ายกว่า และคนที่ค้นมักรู้ชัดว่าต้องการอะไร โอกาสซื้อหรือติดต่อจึงสูงกว่า ปัจจุบันผู้ใช้พิมพ์คำถามยาวขึ้นใน AI Mode ด้วย เนื้อหาที่ตอบคำถามเจาะจงได้ชัดจึงยิ่งได้เปรียบ เว็บไซต์ใหม่จึงมักเริ่มจาก Long-tail ก่อนขยับไปแข่งคำหลัก
ทำ SEO On-page บน WordPress มีขั้นตอนอย่างไร
ตั้ง Permalink เป็นแบบชื่อเรื่อง (Post name) แล้วติดตั้งปลั๊กอิน SEO อย่าง Yoast SEO หรือ Rank Math จากนั้นในแต่ละบทความให้เลือก Keyword หลักที่ตรงกับ Search Intent ใส่ไว้ใน Title, Meta Description, URL และหัวข้ออย่างเป็นธรรมชาติ จัดโครงสร้าง Heading ให้อ่านง่าย เขียน Alt Text ของรูป และลิงก์ไปบทความอื่นในกลุ่มหัวข้อเดียวกัน แล้วส่ง Sitemap ผ่าน Search Console และตรวจความเร็วด้วย PageSpeed Insights
ต้องทำ SEO แบบพิเศษเพื่อให้เว็บขึ้นใน AI Overviews ไหม
ไม่ต้อง Google ระบุว่าไม่มีข้อกำหนดหรือการปรับแต่งพิเศษเพื่อให้ขึ้นใน AI Overviews หรือ AI Mode หน้าเว็บเพียงต้องถูกจัดทำดัชนีและแสดง Snippet ในผลการค้นหาได้ตามปกติ สิ่งที่ควรทำจึงเป็นหลัก SEO พื้นฐาน คือเปิดให้ Googlebot เข้าถึงได้ เขียนเนื้อหาที่เป็นประโยชน์และน่าเชื่อถือ ใช้ Structured Data ให้ตรงกับเนื้อหาที่มองเห็น และดูแลประสบการณ์ใช้งาน โดย Traffic จากฟีเจอร์ AI จะรวมอยู่ในรายงาน Performance ของ Search Console
หลักสูตร SEO with WordPress CMS เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน
เหมาะกับเจ้าของธุรกิจ คนขายของออนไลน์ นักการตลาดออนไลน์ ทีม Content บล็อกเกอร์ ผู้ดูแลเว็บไซต์องค์กร และนักพัฒนาเว็บที่ต้องส่งมอบเว็บที่พร้อม SEO ไม่จำเป็นต้องเคยทำ SEO หรือทำเว็บด้วย WordPress มาก่อน ขอเพียงใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตได้คล่อง และมีบัญชี Google
เรียนจบหลักสูตร SEO with WordPress CMS แล้วทำอะไรได้บ้าง
วิจัย Keyword ตาม Search Intent ตั้งค่า WordPress และปลั๊กอิน SEO ทั้ง Sitemap, robots.txt และ Canonical ใช้ Search Console และ GA4 ติดตามผล ปรับ Core Web Vitals เขียนบทความที่ตอบคำถามได้จริงโดยใช้ AI ช่วยอย่างถูกวิธี ใส่ Structured Data เตรียมเนื้อหาสำหรับ AI Search สร้าง Backlink อย่างปลอดภัย และได้แผนพัฒนา SEO ของเว็บตนเอง ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate of Completion) ที่มีเลขที่ของตัวเองและตรวจสอบออนไลน์ได้
เรียน SEO with WordPress CMS ต้องเตรียมอะไรมาบ้าง
เตรียมโน้ตบุ๊ก Windows หรือ macOS ที่ใช้อินเทอร์เน็ตได้และบัญชี Google แนะนำให้มีโดเมนและโฮสติ้งของตนเองพร้อมสิทธิ์เข้าหลังบ้าน WordPress และตั้งค่า DNS ไว้ก่อน เพื่อใช้ Search Console กับเว็บจริงได้ หากยังไม่มีสามารถฝึกบนเว็บทดลองในเครื่องได้ ปลั๊กอินที่ใช้ในชั้นเรียนมีแบบฟรีเพียงพอสำหรับทุก Lab

