สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
AI · AIC-89

Voice AI Agents for Customer Service

หลักสูตร Voice AI Agents for Customer Service เป็นการอบรมการสร้าง Voice Agent ภาษาไทยสำหรับงานบริการลูกค้า ตั้งแต่ STT และ TTS, Real-time Voice API, การคุมจังหวะการพูด จนถึงการส่งต่อพนักงาน เหมาะกับนักพัฒนา Python และทีม IT ของคอลเซ็นเตอร์ จบแล้วได้ Voice Agent ต้นแบบที่ผ่านการทดสอบ

อัปเดตล่าสุด
ราคาเริ่มต้น 7,110 บาท / ท่าน 7,900 −10% ยังไม่รวม VAT 7% · มีราคาหมู่คณะ
PDFดาวน์โหลด Course Outline
  • ระยะเวลา12 ชั่วโมง · 2 วัน
  • รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
  • รอบถัดไปเปิดตามคำขอ
  • ใบรับรองมี Certificate

ภาพรวมหลักสูตร

ลูกค้าจำนวนมากยังเลือกโทรหาธุรกิจเมื่อมีเรื่องด่วน แต่คอลเซ็นเตอร์มักรับสายไม่ทันในช่วงพีค และพนักงานต้องตอบคำถามเดิมซ้ำทั้งวัน Voice AI รุ่นใหม่คุยภาษาไทยได้เป็นธรรมชาติขึ้นมากและตอบได้แทบทันที แต่การสร้าง Voice Agent ที่ใช้กับลูกค้าจริงต่างจากแชตบอตข้อความ เพราะต้องคุมความหน่วง รู้ว่าเมื่อไรลูกค้าพูดจบ ให้ลูกค้าพูดแทรกได้ อ่านตัวเลขและชื่อเฉพาะภาษาไทยให้ถูก และรู้ว่าเมื่อไรต้องส่งต่อให้พนักงาน

หลักสูตรนี้พาผู้เรียนสร้าง Voice AI Agent ภาษาไทยสำหรับงานบริการลูกค้าด้วย Python เริ่มจากเลือกระหว่าง Pipeline แบบ STT-LLM-TTS กับโมเดล Speech-to-Speech แบบ Real-time ทดลองตัวเลือก STT และ TTS ภาษาไทย สร้าง Agent ด้วย Gemini Live API และ OpenAI Realtime API ปรับ Turn-taking และการพูดแทรก จากนั้นเชื่อมข้อมูลธุรกิจด้วย

Function Calling ออกแบบการส่งต่อพนักงานพร้อมสรุปเคส เชื่อมเบอร์โทรผ่าน SIP วาง Guardrail และ PDPA แล้วทดสอบด้วยบทสนทนาหลายสถานการณ์ ปิดท้ายด้วย Capstone Voice Agent ของตนเอง หลักสูตรนี้เป็นสายนักพัฒนา ต่างจาก AI for Customer Service ที่เน้นการใช้ AI ในระดับธุรกิจ (อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง ระดับ Intermediate)

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • เลือกสถาปัตยกรรม Voice Agent ที่เหมาะกับงานบริการและงบด้านความหน่วง
  • เลือกและปรับ Speech-to-Text และ Text-to-Speech ภาษาไทยให้รับมือกับตัวเลขและชื่อเฉพาะได้
  • สร้าง Voice Agent ภาษาไทยด้วย Gemini Live API และ OpenAI Realtime API
  • ปรับ Turn Detection และการพูดแทรกให้บทสนทนาเป็นธรรมชาติ
  • เชื่อม Voice Agent กับข้อมูลธุรกิจผ่าน Function Calling อย่างปลอดภัย
  • ออกแบบการส่งต่อพนักงานพร้อมสรุปบริบทให้ลูกค้าไม่ต้องเล่าซ้ำ
  • เข้าใจการเชื่อมเบอร์โทรผ่าน SIP และเสียงบนเว็บผ่าน WebRTC
  • วาง Guardrail, PDPA และชุดทดสอบก่อนเปิดใช้กับลูกค้าจริง

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • นักพัฒนา Python และ AI Engineer ที่ต้องสร้าง Voice Agent สำหรับงานบริการลูกค้า
  • ทีม IT ของคอลเซ็นเตอร์และ Contact Center ที่ต้องการนำ Voice AI มาใช้
  • นักพัฒนาที่เคยสร้างแชตบอตข้อความแล้วต้องการขยายสู่ช่องทางเสียง
  • Solution Architect ที่ต้องเลือกแพลตฟอร์มและออกแบบการเชื่อมต่อระบบโทรศัพท์
  • Product Owner สายเทคนิคที่ดูแลโครงการ Voice Bot หรือ Callbot

พื้นฐานของผู้เข้าอบรม

  • เขียน Python ได้ในระดับใช้งาน เช่น Function, async และติดตั้ง Package
  • เข้าใจพื้นฐานการใช้งาน LLM และการเขียน Prompt
  • ใช้ Command Line และเรียก REST API ขั้นพื้นฐานได้
  • โน้ตบุ๊กที่ติดตั้ง Python และ VS Code ได้ พร้อมชุดหูฟังที่มีไมโครโฟน

หัวข้อการฝึกอบรม

รายละเอียดหลักสูตร

อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.) รูปแบบบรรยายพร้อม Lab บนระบบคำสั่งซื้อและนัดหมายจำลองชุดเดียวตลอดหลักสูตร ระดับ Intermediate หลักสูตรนี้เป็นสายนักพัฒนา ต่อยอดจาก AI for Customer Service ที่เน้นการใช้ AI ในงานบริการระดับธุรกิจ โดยพาผู้เรียนเขียนโค้ดสร้าง Voice Agent ภาษาไทยด้วย Python ทั้ง STT และ TTS, Real-time Voice API, Turn-taking,

Function Calling, การส่งต่อพนักงาน และการเชื่อมเบอร์โทร ผู้เรียนใช้บัญชี API ของตนเองหรือของบริษัท ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตามการใช้งาน (บางบริการมี Free Tier หรือแพ็กเกจทดลอง) การเชื่อมเบอร์โทรจริงต้องใช้บริการ SIP Trunk หรือ Telephony ที่ผู้เรียนสมัครเอง ผู้เรียนจะได้ Lab Guide โค้ด Python ครบทุก Lab ชุดบทสนทนาทดสอบ และ Checklist ก่อนเปิดใช้งานกลับไปใช้ต่อ

Day 1 เสียงภาษาไทยและ Voice Agent ตัวแรก

Section 1: ภาพรวม Voice AI ในงานบริการ

  • งานที่ Voice Agent ทำได้ดี: ตอบคำถามซ้ำ เช็กสถานะ นัดหมาย และคัดกรองก่อนโอนสาย
  • งานที่ควรให้พนักงานรับ เช่น เรื่องร้องเรียนอ่อนไหวและการตัดสินใจที่มีผลทางการเงิน
  • Pipeline แบบ STT-LLM-TTS เทียบกับโมเดล Speech-to-Speech แบบ Real-time
  • งบเวลาของแต่ละขั้น และสิ่งที่ทำให้บทสนทนาฟังไม่เป็นธรรมชาติ
  • Lab: เตรียม Python และ API Key แล้วทดลองคุยกับ Voice Agent ตัวอย่าง

Section 2: Speech-to-Text ภาษาไทย

  • ตัวเลือก STT ภาษาไทย: บริการบนคลาวด์ ElevenLabs และโมเดลเปิด Typhoon ASR Real-time
  • Streaming เทียบกับ Batch และผลต่อความหน่วง
  • ปัญหาที่พบบ่อย: ชื่อเฉพาะ รหัสสินค้า เบอร์โทร และคำอังกฤษปนไทย
  • Lab: เทียบผลถอดเสียงจากไฟล์เสียงโทรจำลองหลายสำเนียง

Section 3: Text-to-Speech ภาษาไทยและบุคลิกเสียง

  • เลือก TTS จากความเป็นธรรมชาติ ความเร็ว ราคา และการรองรับ Streaming
  • เตรียมข้อความให้อ่านตัวเลข วันที่ ราคา และคำย่อภาษาไทยถูกต้อง
  • การโคลนเสียงต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของเสียง และเงื่อนไขการใช้เชิงพาณิชย์ของแต่ละแพลตฟอร์ม
  • Lab: สร้างชุดข้อความตอบรับและทดสอบเสียงหลายแบบ

Section 4: Lab: Real-time Voice API

  • Gemini Live API: เชื่อมต่อผ่าน WebSocket ส่งและรับเสียงแบบต่อเนื่อง
  • OpenAI Realtime API: Session, Instructions และการเลือกเสียง
  • ตั้งค่าภาษาไทย ขอบเขตการตอบ และบุคลิกของ Agent
  • Lab: สร้าง Voice Agent คุยภาษาไทยผ่านเบราว์เซอร์

Section 5: Turn-taking และการพูดแทรก

  • Voice Activity Detection และการตัดสินว่าลูกค้าพูดจบแล้ว
  • Barge-in: ให้ลูกค้าพูดแทรกได้และหยุดเสียงของบอททันที
  • รับมือความเงียบ เสียงรบกวน และลูกค้าที่พูดยาว
  • คุม Pipeline ด้วยเฟรมเวิร์กโอเพนซอร์สอย่าง Pipecat หรือ LiveKit Agents
  • Lab: ปรับค่า Turn Detection แล้วทดสอบกับบทสนทนาในห้อง

Section 6: Lab: ออกแบบบทสนทนาสำหรับเสียง

  • เขียน Prompt สำหรับการพูด: ประโยคสั้น ถามทีละเรื่อง และไม่อ่านรายการยาว
  • ยืนยันตัวตนและทวนข้อมูลก่อนดำเนินการ
  • ขอบเขตที่บอทห้ามตอบ และวิธีปฏิเสธอย่างสุภาพ
  • Lab: บทสนทนาเช็กสถานะคำสั่งซื้อพร้อมกรณียกเว้น
Day 2 เชื่อมระบบ ส่งต่อพนักงาน และพร้อมใช้งานจริง

Section 7: Lab: Function Calling เชื่อมข้อมูลธุรกิจ

  • ให้ Agent เรียก Tool เช็กคำสั่งซื้อ จองนัดหมาย และเปิด Ticket
  • ตอบจากคู่มือและ FAQ ด้วย RAG แบบคำตอบสั้นที่เหมาะกับเสียง
  • พูดระหว่างรอผลจาก Tool เพื่อไม่ให้ลูกค้ารอเงียบ
  • ตรวจสิทธิ์ก่อนเปิดเผยข้อมูลของลูกค้า

Section 8: Lab: ส่งต่อพนักงาน (Handover)

  • เงื่อนไขส่งต่อ: ลูกค้าขอคุยกับคน อารมณ์ไม่ดี เรื่องเกินขอบเขต หรือบอทไม่มั่นใจ
  • สรุปบริบทให้พนักงานรับต่อโดยลูกค้าไม่ต้องเล่าซ้ำ
  • โอนสายไปยังเบอร์หรือ SIP และส่งเป็น Ticket หรือนัดโทรกลับเมื่อไม่มีคนว่าง
  • Lab: สร้าง Tool ส่งต่อพนักงานพร้อมบทสรุปบทสนทนา

Section 9: เชื่อมเบอร์โทรและช่องทางอื่น

  • เชื่อม Voice Agent กับเบอร์โทรผ่าน SIP Trunk หรือผู้ให้บริการ Telephony
  • Realtime API ผ่าน SIP และแพลตฟอร์มสำเร็จรูปอย่าง ElevenLabs Agents
  • เสียงบนเว็บและแอปผ่าน WebRTC
  • Lab: สาธิตการโทรเข้า Voice Agent ผ่านบริการ Telephony แบบทดลองใช้

Section 10: Guardrail, PDPA และความปลอดภัย

  • แจ้งลูกค้าว่ากำลังคุยกับ AI และขอความยินยอมก่อนบันทึกเสียง
  • PDPA: เก็บเสียงและ Transcript เท่าที่จำเป็น ปิดบังข้อมูลส่วนบุคคล และกำหนดระยะเวลาเก็บ
  • ป้องกัน Prompt Injection และการหลอกถามข้อมูลของลูกค้าคนอื่น
  • ไม่ให้บอทสัญญาสิ่งที่นโยบายไม่อนุญาต

Section 11: Lab: ทดสอบ วัดผล และปรับปรุง

  • ทดสอบด้วยบทสนทนาจำลอง ทั้งลูกค้าโกรธ เสียงรบกวน และคำถามนอกเรื่อง
  • ตัวชี้วัด: Latency อัตราแก้ปัญหาได้เอง อัตราส่งต่อ และความถูกต้องของข้อมูล
  • อ่าน Transcript และ Log เพื่อหาจุดที่บอทพลาด
  • Lab: ทดสอบ Agent ของตนแล้วปรับ Prompt และ Tool

Section 12: Workshop: Capstone Voice Agent

  • เลือกโจทย์: สอบถามสถานะ นัดหมาย หรือคัดกรองก่อนโอนสาย
  • ออกแบบบทสนทนา Tool และเงื่อนไขส่งต่อพนักงาน
  • สร้างและทดสอบแบบ End-to-End
  • สาธิตสด พร้อมแผนนำร่องและตัวชี้วัด

รอบอบรมและรูปแบบการอบรม

สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป

ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770

สำหรับองค์กร — In-house / Private Training

  • ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
  • เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
  • ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร

วิทยากรผู้สอน

คำถามที่พบบ่อย

Voice Agent แบบ STT LLM TTS กับ Real-time Voice API ต่างกันอย่างไร

แบบ Pipeline แปลงเสียงเป็นข้อความด้วย Speech-to-Text ส่งให้ LLM คิดคำตอบ แล้วแปลงกลับเป็นเสียงด้วย Text-to-Speech ข้อดีคือเลือกและปรับแต่ละส่วนได้เอง แต่ความหน่วงสะสมจากหลายขั้น ส่วน Real-time Voice API อย่าง Gemini Live API และ OpenAI Realtime API รับและตอบเป็นเสียงในการเชื่อมต่อเดียว จึงตอบเร็วและเป็นธรรมชาติกว่า แต่ควบคุมแต่ละขั้นได้น้อยกว่า

ทำให้ Voice Agent รู้ว่าลูกค้าพูดจบแล้ว และรับมือการพูดแทรกได้อย่างไร

ใช้ Turn Detection ซึ่งอาศัยการตรวจช่วงเงียบ (Voice Activity Detection) หรือโมเดลที่ดูความหมายของประโยคว่าผู้พูดจบแล้วหรือยัง ต้องปรับระยะเงียบให้พอดี ถ้าสั้นไปจะตัดบทลูกค้า ถ้ายาวไปจะรู้สึกช้า ส่วนการพูดแทรก (Barge-in) ระบบต้องหยุดเล่นเสียงทันทีเมื่อลูกค้าเริ่มพูด และตัดส่วนคำตอบที่ยังพูดไม่จบออกจากบริบทเพื่อให้บทสนทนาต่อได้ถูกต้อง

ส่งต่อสายจาก Voice Agent ให้พนักงานควรออกแบบอย่างไร

กำหนดเงื่อนไขส่งต่อให้ชัด เช่น ลูกค้าขอคุยกับคน เรื่องอยู่นอกขอบเขต หรือ Agent ไม่มั่นใจหลายครั้งติดกัน เมื่อส่งต่อให้ Agent สรุปบริบท เช่น ตัวตนลูกค้า เรื่องที่ติดต่อ และสิ่งที่ตรวจสอบไปแล้ว ส่งให้พนักงานพร้อมสาย เพื่อให้ลูกค้าไม่ต้องเล่าซ้ำ และแจ้งลูกค้าก่อนโอนว่ากำลังส่งต่อให้เจ้าหน้าที่

หลักสูตร Voice AI Agents for Customer Service เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน

เหมาะกับนักพัฒนา Python และ AI Engineer ที่ต้องสร้าง Voice Agent สำหรับงานบริการลูกค้า ทีม IT ของคอลเซ็นเตอร์และ Contact Center และนักพัฒนาที่เคยสร้างแชตบอตข้อความแล้วต้องการขยายสู่ช่องทางเสียง ควรเขียน Python ระดับใช้งาน เช่น Function และ async ได้ เข้าใจการใช้ LLM และการเขียน Prompt และใช้ Command Line กับ REST API ขั้นพื้นฐานได้

เรียนจบหลักสูตร Voice AI Agents for Customer Service แล้วทำอะไรได้บ้าง

เลือกและปรับ Speech-to-Text และ Text-to-Speech ภาษาไทยให้รับมือกับตัวเลขและชื่อเฉพาะ สร้าง Voice Agent ด้วย Gemini Live API และ OpenAI Realtime API เชื่อมข้อมูลธุรกิจผ่าน Function Calling ออกแบบการส่งต่อพนักงานพร้อมสรุปบริบท และวาง Guardrail PDPA และชุดทดสอบก่อนเปิดใช้ ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate of Completion) ที่มีเลขที่ของตัวเองและตรวจสอบออนไลน์ได้

ต้องเตรียมอะไรมาเรียน Voice AI Agents for Customer Service

เตรียมโน้ตบุ๊กที่ติดตั้ง Python และ VS Code ได้ พร้อมชุดหูฟังที่มีไมโครโฟนสำหรับทดสอบเสียง ผู้เรียนใช้บัญชี API ของตนเองหรือของบริษัท ซึ่งมีค่าใช้จ่ายตามการใช้งาน (บางบริการมี Free Tier หรือแพ็กเกจทดลอง) ส่วนการเชื่อมเบอร์โทรจริงต้องใช้บริการ SIP Trunk หรือ Telephony ที่ผู้เรียนสมัครเอง