
Basic PHP and MySQL
PHP และ MySQL ยังเป็นคู่หลักของเว็บไซต์จำนวนมาก ตั้งแต่ระบบหลังบ้านขององค์กร เว็บที่สร้างด้วย WordPress ไปจนถึง Framework อย่าง Laravel การเข้าใจ PHP และฐานข้อมูลตั้งแต่พื้นฐานจึงเป็นทางเข้าที่ดีสู่งานพัฒนาเว็บ…
หลักสูตร MongoDB Basics with PHP, Python and Node.js เป็นการอบรมก้าวแรกสู่ฐานข้อมูล NoSQL ด้วย MongoDB ตั้งแต่เตรียมเครื่องมือ คำสั่ง CRUD การออกแบบ Document และ Index ไปจนถึงใช้ MongoDB Atlas เหมาะกับนักศึกษา ครู และนักพัฒนาที่เคยใช้ PHP กับ MySQL จบแล้วเขียนโปรแกรมเชื่อมต่อ MongoDB ได้ทั้งสามภาษา
แอปพลิเคชันยุคใหม่จำนวนมากต้องเก็บข้อมูลที่โครงสร้างเปลี่ยนบ่อยหรือซ้อนกันหลายชั้น เช่น ข้อมูลสินค้าที่แต่ละชนิดมีคุณสมบัติต่างกัน ข้อมูลผู้ใช้ หรือ Log จากระบบต่าง ๆ ฐานข้อมูลแบบ NoSQL อย่าง MongoDB เก็บข้อมูลเป็น Document คล้าย JSON จึงเข้ากับโค้ดของนักพัฒนาได้ง่าย ปรับโครงสร้างได้ยืดหยุ่น และใช้ได้ทั้งบนเครื่องของตนเองและบน Cloud แต่ถ้าออกแบบไม่ดีก็จะได้ข้อมูลซ้ำซ้อนและระบบที่ค้นหาช้า
หลักสูตรนี้ปูพื้นฐานสำหรับผู้เริ่มต้นจะเคยใช้ฐานข้อมูลมาก่อนหรือไม่ก็ได้ เริ่มจากเตรียมเครื่องมือบน Windows และ macOS ด้วย Docker, mongosh และ MongoDB Compass เข้าใจแนวคิด NoSQL สร้าง Database และ Collection ใช้คำสั่ง CRUD ออกแบบโครงสร้าง Document และใช้ Aggregation Pipeline ต่อด้วย Index การควบคุมสิทธิ์ และ MongoDB Atlas บน Cloud แล้วเขียนโปรแกรมเชื่อมต่อด้วย PHP, Python และ Node.js จนได้ REST API ที่ทำงานกับ MongoDB จริง เพื่อให้มองเห็นภาพรวมและต่อยอดได้ทันที (อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง ระดับ Beginner)
รายละเอียดหลักสูตร
หลักสูตรนี้เป็นฉบับปรับปรุงใหม่ปี 2026 ของหลักสูตร Basic MongoDB with PHP Python and NodeJS เนื้อหาอัปเดตให้ตรงกับ MongoDB 9.0 และไดรเวอร์รุ่นปัจจุบันของทั้งสามภาษา อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.) รูปแบบบรรยายพร้อม Lab ระดับ Beginner วันแรกปูพื้นฐาน MongoDB ตั้งแต่ติดตั้งด้วย Docker คำสั่ง CRUD การออกแบบ Document และ Aggregation
วันที่สองต่อด้วย Index สิทธิ์ผู้ใช้ MongoDB Atlas และการเขียนโปรแกรมเชื่อมต่อด้วย PHP, Python และ Node.js จนได้ REST API ที่ใช้งานได้ หลักสูตรนี้เน้นการเริ่มต้นและการเชื่อมต่อจากหลายภาษา หากต้องการเจาะการใช้งาน MongoDB เชิงลึกสามารถต่อยอดกับหลักสูตร MongoDB ของสถาบันได้ ผู้เรียนจะได้ไฟล์ docker-compose ชุดข้อมูลตัวอย่าง และโค้ดครบทุก Lab กลับไปใช้งานต่อ
Section 1: Lab: เตรียมเครื่องมือบน Windows และ macOS
Section 2: แนะนำ MongoDB และฐานข้อมูล NoSQL
Section 3: Lab: สร้างและจัดการ Database และ Collection
Section 4: Lab: คำสั่งพื้นฐานจัดการข้อมูล (CRUD)
Section 5: ออกแบบโครงสร้าง Document
Section 6: Lab: Aggregation Pipeline
Section 7: Lab: สร้างและทำงานกับ Index
Section 8: การควบคุมการเข้าถึงฐานข้อมูล
Section 9: Lab: MongoDB Atlas บน Cloud
Section 10: Lab: เชื่อมต่อและจัดการ MongoDB ด้วย PHP
Section 11: Lab: เชื่อมต่อและจัดการ MongoDB ด้วย Python
Section 12: Workshop: REST API ด้วย Node.js และ MongoDB
ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770
ฐานข้อมูล SQL เก็บข้อมูลเป็นตารางที่มีคอลัมน์ตายตัว เชื่อมตารางด้วย Foreign Key และใช้ JOIN ดึงข้อมูลข้ามตาราง ส่วน MongoDB เป็น NoSQL แบบ Document เก็บข้อมูลเป็นเอกสารคล้าย JSON (BSON) ไว้ใน Collection แต่ละเอกสารมีฟิลด์ต่างกันได้และซ้อนข้อมูลย่อยไว้ในตัวได้ จึงปรับโครงสร้างได้ยืดหยุ่นและขยายระบบได้ง่าย ทั้งนี้ MongoDB ก็รองรับ Transaction หลายเอกสารและกำหนดกฎข้อมูลด้วย Schema Validation ได้ ส่วน SQL ยังเหมาะกับข้อมูลที่มีความสัมพันธ์ซับซ้อนมาก
ใช้แบบ Embedded คือซ้อนข้อมูลย่อยไว้ในเอกสารเดียวกัน เมื่อข้อมูลนั้นถูกอ่านพร้อมกันเสมอและมีจำนวนจำกัด เช่น ที่อยู่ของลูกค้า หรือรายการสินค้าในคำสั่งซื้อ ซึ่งอ่านได้ในครั้งเดียว ส่วนแบบ Reference คือเก็บ _id ของอีกเอกสารไว้ ใช้เมื่อข้อมูลย่อยมีจำนวนมากหรือเพิ่มได้ไม่จำกัด ถูกใช้ร่วมจากหลายที่ หรือต้องแก้ไขแยกกันบ่อย และควรระวังว่าเอกสารหนึ่งมีขนาดได้ไม่เกิน 16MB
Aggregation Pipeline ใช้สรุปและแปลงข้อมูลโดยส่งเอกสารผ่านหลายขั้นตอนต่อกัน เช่น $match กรองเอกสาร $project เลือกเฉพาะฟิลด์ $group จัดกลุ่มพร้อมคำนวณผลรวมหรือค่าเฉลี่ย $sort เรียงลำดับ $limit จำกัดจำนวนผลลัพธ์ และ $lookup ดึงข้อมูลจาก Collection อื่น เหมาะกับงานรายงาน เช่น ยอดขายรวมแยกตามหมวดสินค้า ควรวาง $match ไว้ต้น Pipeline เพื่อให้ใช้ Index ได้ และใช้ Aggregation Builder ใน Compass ช่วยสร้างทีละขั้นได้
เหมาะกับนักเรียนนักศึกษา ครูอาจารย์ นักพัฒนาเว็บ และนักไอทีหรือผู้ดูแลระบบที่อยากเริ่มใช้ฐานข้อมูล NoSQL ด้วย MongoDB ควรเขียนโปรแกรมได้อย่างน้อยหนึ่งภาษา เช่น PHP, Python หรือ JavaScript ถ้าเคยใช้ PHP กับ MySQL จะเรียนได้เร็วขึ้น และไม่ต้องเคยใช้ MongoDB มาก่อน เพราะเนื้อหาเริ่มตั้งแต่แนวคิดของฐานข้อมูล
อธิบายความต่างของ SQL และ NoSQL ติดตั้ง MongoDB ด้วย Docker สร้างและจัดการฐานข้อมูลกับ Collection เขียนคำสั่ง CRUD ออกแบบโครงสร้าง Document ใช้ Aggregation และ Index กำหนดสิทธิ์ผู้ใช้ ใช้ MongoDB Atlas บน Cloud และเขียน PHP, Python และ Node.js เชื่อมต่อและจัดการข้อมูล รวมถึงสร้าง REST API ด้วย Express และ Mongoose ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate of Completion) ที่มีเลขที่ของตัวเองและตรวจสอบออนไลน์ได้
ใช้ VS Code, Git และ Docker Desktop สำหรับรัน MongoDB บนเครื่อง ร่วมกับ mongosh และ MongoDB Compass ฝั่งการเชื่อมต่อใช้ MongoDB Extension และไลบรารี mongodb/mongodb ผ่าน Composer สำหรับ PHP, PyMongo สำหรับ Python และ Express กับ Mongoose สำหรับ Node.js รุ่น LTS ทั้งหมดใช้ฟรี และใช้ MongoDB Atlas แบบ Free Cluster บน Cloud ซึ่งผู้เรียนต้องสมัครบัญชีของตนเองก่อนใช้งาน

PHP และ MySQL ยังเป็นคู่หลักของเว็บไซต์จำนวนมาก ตั้งแต่ระบบหลังบ้านขององค์กร เว็บที่สร้างด้วย WordPress ไปจนถึง Framework อย่าง Laravel การเข้าใจ PHP และฐานข้อมูลตั้งแต่พื้นฐานจึงเป็นทางเข้าที่ดีสู่งานพัฒนาเว็บ…

PHP และ MySQL ยังเป็นเทคโนโลยีหลักของเว็บไซต์และระบบงานจำนวนมาก แต่ตัวอย่างโค้ดที่พบทั่วไปยังเขียนแบบเก่า เช่น ต่อ SQL ด้วยข้อความตรง ๆ เก็บรหัสผ่านแบบไม่ปลอดภัย ใช้ฟังก์ชันที่ถูกถอดออกไปแล้ว หรือพึ่ง jQuery ทุกอย่าง…

เว็บ PHP จำนวนมากเริ่มจากโค้ดแบบ Procedural ที่เขียนเร็วและเข้าใจง่าย แต่เมื่อระบบโตขึ้น ฟังก์ชันกระจายอยู่ทุกไฟล์ SQL ปนกับ HTML และการแก้จุดหนึ่งไปกระทบอีกหลายจุดจนไม่มีใครกล้าแตะ การคิดแบบ Object Oriented ช่วยแบ่งระบบเป็นชิ้นที่มีหน้าที่ชัดเจน…
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้
เราใช้คุกกี้ที่จำเป็นเพื่อให้เว็บไซต์ทำงานได้ และจะใช้คุกกี้ประเภทอื่นเมื่อได้รับความยินยอมจากคุณเท่านั้น อ่านนโยบายคุกกี้