ສອບຖາມຫຼັກສູດເລືອກຊ່ອງທາງທີ່ສະດວກ ທີມງານຕອບເອງທຸກຊ່ອງທາງ
LINE @itgeniusຕອບໄວທີ່ສຸດ · ຈ–ສ 9:00–17:00 ໂມງ
ໂທລະສັບ
02-570-8449ຫ້ອງການ088-807-9770ມືຖື
ອີເມວ ແລະ ໂຊຊຽວ
contact@itgenius.co.thສຳລັບໃບສະເໜີລາຄາ ແລະ ເອກະສານFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengຂໍຄຳປຶກສາຈັດຝຶກອົບຮົມໃຫ້ທີມ
AI · AIC-107

Forward Deployed Engineer (FDE) 101

หลักสูตร Forward Deployed Engineer (FDE) 101 เป็นการอบรมงานของวิศวกรที่ทำงานร่วมกับลูกค้า ตั้งแต่ค้นหาปัญหาธุรกิจ วางแผน AI Solution ออกแบบระบบ Multi-Agent ด้วย Claude Code จนถึง Deploy โมเดลแบบ On-Premise และส่งมอบระบบ เหมาะกับนักพัฒนา วิศวกร IT และที่ปรึกษาด้านโซลูชันที่ต้องพา AI ไปใช้งานจริง

ອັບເດດລ່າສຸດ
ລາຄາເລີ່ມຕົ້ນ 5,850 ບາດ / ທ່ານ 6,500 −10% ຍັງບໍ່ລວມ VAT 7% · ມີລາຄາໝູ່ຄະນະ
PDFດາວໂຫຼດ Course Outline
  • ໄລຍະເວລາ18 ຊົ່ວໂມງ · 3 ມື້
  • ຮູບແບບຢູ່ສະຖາບັນ / ອອນລາຍສົດ
  • ຮອບຕໍ່ໄປເປີດຕາມຄຳຂໍ
  • ໃບຢັ້ງຢືນມີໃບຢັ້ງຢືນ

ພາບລວມຫຼັກສູດ

หลายองค์กรทดลองใช้ AI มาแล้ว แต่โปรเจกต์จำนวนมากหยุดอยู่แค่ Demo เพราะคนที่เข้าใจปัญหาธุรกิจกับคนที่สร้างระบบได้มักอยู่คนละฝั่ง Forward Deployed Engineer (FDE) คือวิศวกรที่ปิดช่องว่างนี้ ทำงานร่วมกับลูกค้าถึงหน้างาน ฟังปัญหาจริง เปลี่ยนโจทย์ธุรกิจให้เป็นระบบ AI ที่ทำงานได้ และอยู่จนระบบถูกใช้งานจริงในองค์กร บทบาทนี้จึงต้องการทั้งทักษะการสื่อสาร การออกแบบระบบ และการ Deploy ในคนเดียว

หลักสูตร 3 วันเข้มข้นนี้พาผู้เรียนเดินครบวงจรงานของ FDE วันแรกฝึกค้นหาปัญหาที่แท้จริงของลูกค้าผ่านการสัมภาษณ์เสมือนจริง วางแผน AI Solution ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ และเริ่มต้นใช้ Claude Code วันที่สองออกแบบ AI Architecture ระบบ Multi-Agent เชื่อมต่อ API และ MCP จัดการ Context Isolation ด้วย Subagent และแปลง Requirement เป็นระบบที่ Deploy ได้ วันที่สามนำระบบขึ้นแบบ On-Premise ด้วย Local AI คำนวณ GPU วัดและปรับประสิทธิภาพจนผ่าน SLO แล้วปิดท้ายด้วยการส่งมอบระบบพร้อม Runbook และ Monitoring (อบรม 3 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 18 ชั่วโมง ระดับ Intermediate)

ສິ່ງທີ່ທ່ານຈະໄດ້ຮັບ

  • เข้าใจบทบาทและวงจรงานของ Forward Deployed Engineer ตั้งแต่ Discovery จนถึง Handover
  • ค้นหาปัญหาที่แท้จริงของลูกค้าด้วยการสัมภาษณ์ Process Mapping และ Success Metrics
  • วาง Agentic Plan เลือกรูปแบบ AI Solution ที่พอดีกับปัญหา ต้นทุน และความเสี่ยง
  • ใช้ Claude Code วางแผน สร้าง และทดสอบ Prototype ได้อย่างเป็นขั้นตอน
  • ออกแบบ AI Architecture และระบบ Multi-Agent พร้อม Context Isolation ด้วย Subagent
  • เชื่อมต่อระบบของลูกค้าผ่าน API และ MCP อย่างปลอดภัย
  • Deploy Local AI แบบ On-Premise และคำนวณ GPU, VRAM และ KV Cache ได้
  • วัดและปรับประสิทธิภาพจนผ่าน SLO และส่งมอบระบบพร้อม Runbook และ Monitoring

ຫຼັກສູດນີ້ເໝາະສຳລັບ

  • นักพัฒนาและวิศวกร IT ที่ต้องการก้าวไปทำงาน AI ร่วมกับลูกค้าหรือหน่วยงานธุรกิจโดยตรง
  • Solution Engineer, Pre-sales และที่ปรึกษาด้านเทคนิคที่ต้องพา AI จาก Demo ไปถึงการใช้งานจริง
  • ทีม IT และทีม Digital ภายในองค์กรที่รับโจทย์ AI จากฝ่ายต่าง ๆ
  • Tech Lead และ Project Lead ที่ดูแลการนำระบบ AI ขึ้น Production ทั้งบน Cloud และ On-Premise
  • ผู้ที่ใช้ Claude Code หรือ AI Agent มาแล้วและอยากต่อยอดสู่งานส่งมอบระบบให้องค์กร

ພື້ນຖານຂອງຜູ້ເຂົ້າຝຶກອົບຮົມ

  • เขียนโปรแกรมพื้นฐานได้อย่างน้อยหนึ่งภาษา เช่น Python หรือ JavaScript และอ่านโค้ดที่ AI สร้างได้
  • ใช้ Terminal, Git และ JSON ขั้นพื้นฐานได้ และเข้าใจแนวคิดของ API เบื้องต้น
  • มีบัญชี Claude แผน Pro ขึ้นไปของตนเองหรือของบริษัท และติดตั้ง Claude Code ไว้ก่อนวันอบรม
  • Notebook ที่ติดตั้ง Docker Desktop, VS Code และ Ollama ได้ พร้อมสิทธิ์ติดตั้งโปรแกรม

ຫົວຂໍ້ການຝຶກອົບຮົມ

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้พาผู้เรียนฝึกบทบาท Forward Deployed Engineer (FDE) หรือวิศวกรที่ทำงานร่วมกับลูกค้าถึงหน้างาน รับโจทย์ธุรกิจมาเปลี่ยนเป็นระบบ AI ที่ทำงานได้จริง แล้วส่งมอบจนองค์กรใช้งานได้ อบรม 3 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 18 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.) รูปแบบบรรยายพร้อม Lab, Workshop และ Role-play บนโจทย์ลูกค้าจำลองชุดเดียวที่ต่อยอดกันทั้ง 3 วัน ระดับ Intermediate ผู้เรียนควรเขียนโปรแกรมพื้นฐานและใช้ Terminal กับ Git ได้ และต้องมีบัญชี Claude แผน Pro ขึ้นไปของตนเองหรือของบริษัท พร้อมติดตั้ง Claude Code ไว้ก่อนวันอบรม

สถาบันไม่ได้จัดเตรียมบัญชี Subscription, GPU, Server หรือ Cloud Credit ให้ Lab Local AI รัน Open Model ขนาดเล็กบน Notebook ของผู้เรียน ส่วนโมเดลขนาดใหญ่วิทยากรสาธิตให้ดู และการคำนวณ GPU เป็นแบบฝึกคำนวณ หลักสูตรนี้ต่อยอดจาก Claude Code for Real-World Projects ที่เน้นการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย Claude Code, Build AI Multi-Agent with Claude Code ที่เน้นการสั่งงานทีม Agent และ Mastering AI Agents in the Workplace ที่เน้นการใช้ AI Agent ในงานสำนักงาน โดยเพิ่มมุมมองของ FDE ที่ต้องส่งมอบระบบให้ลูกค้าครบวงจร ตั้งแต่การค้นหาปัญหา การออกแบบ ไปจนถึง Deploy แบบ On-Premise และ Handover

Day 1 Business Discovery และ Agentic Plan

Section 1: FDE คือใคร และงานส่งมอบ AI ในองค์กร

  • บทบาทของ Forward Deployed Engineer: ทำงานกับลูกค้าถึงหน้างาน และรับผิดชอบจนระบบใช้งานได้จริง
  • ความต่างระหว่าง FDE, Software Engineer, Solution Architect และที่ปรึกษา AI
  • วงจรงาน FDE: Discovery, Plan, Build, Deploy และ Handover
  • ทักษะที่ต้องมีครบในคนเดียว: ฟัง คิดเชิงระบบ ลงมือสร้าง และสื่อสารกับผู้บริหาร
  • สาเหตุที่โปรเจกต์ AI ติดอยู่แค่ Demo และวิธีที่ FDE พาไปถึง Production

Section 2: Business Discovery: หาปัญหาที่แท้จริงของลูกค้า

  • แยกอาการออกจากต้นเหตุด้วย 5 Whys และ Process Mapping
  • ระบุผู้มีส่วนได้เสีย: ผู้สนับสนุนโครงการ ผู้ใช้หน้างาน ฝ่าย IT และฝ่ายกฎหมาย
  • สำรวจข้อมูลและระบบเดิม: แหล่งข้อมูล คุณภาพ สิทธิ์เข้าถึง และข้อจำกัดตาม PDPA
  • ตั้ง Success Metrics ทางธุรกิจให้ชัดก่อนเริ่มเขียนโค้ด
  • Lab: วาด Process Map ของงานตัวอย่างและชี้จุดที่ AI ช่วยได้

Section 3: Workshop: สัมภาษณ์ลูกค้าเสมือนจริง (Role-play)

  • เตรียม Discovery Interview Guide และคำถามปลายเปิดที่ได้ข้อมูลจริง
  • เทคนิคฟัง ถามต่อ และจับความต้องการที่ลูกค้าไม่ได้พูดออกมา
  • รับมือ Requirement ที่ขัดกัน ความคาดหวังเกินจริง และข้อจำกัดด้านงบหรือข้อมูล
  • Role-play: ผลัดกันเป็น FDE และลูกค้าจากโจทย์ธุรกิจจำลอง
  • สรุปผลการสัมภาษณ์เป็น Problem Statement แล้วรีวิวร่วมกัน

Section 4: Agentic Plan: วาง AI Solution ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ

  • เลือกระดับ Solution ให้พอดีกับปัญหา: Prompt, Workflow, RAG, Single Agent หรือ Multi-Agent
  • Build หรือ Buy, Cloud API หรือ Local Model ตามต้นทุน ความเร็ว และความลับของข้อมูล
  • ประเมินความเสี่ยง: Hallucination, ความปลอดภัยของข้อมูล และจุดที่ต้องมีคนตรวจ
  • เขียน Solution Brief และกำหนด Scope ของ Pilot ที่วัดผลได้
  • Workshop: ทำ Agentic Plan หนึ่งหน้าจากผลการสัมภาษณ์

Section 5: Lab: เริ่มต้นใช้งาน Claude Code

  • เปิดใช้ Claude Code ใน Terminal หรือแท็บ Code ของ Claude Desktop และตั้งสิทธิ์การทำงาน
  • Plan Mode: ให้ Claude วิเคราะห์โปรเจกต์และเสนอแผนก่อนลงมือ
  • CLAUDE.md เก็บบริบทโปรเจกต์ ข้อตกลงของทีม และคำศัพท์ธุรกิจของลูกค้า
  • สั่งงานทีละขั้น ตรวจ Diff และใช้ Git เป็นจุดย้อนกลับ
  • Lab: ให้ Claude Code สร้างโครง Prototype จาก Agentic Plan
Day 2 AI Architecture สำหรับโปรเจกต์จริง

Section 6: ออกแบบ AI Architecture จาก Requirement

  • แปลง Problem Statement เป็น Functional และ Non-functional Requirement
  • องค์ประกอบของระบบ AI: Model, Context, Tools, Memory, Data และ Guardrails
  • วาด Architecture Diagram และ Data Flow ที่ลูกค้าและทีม IT อ่านเข้าใจ
  • บันทึกเหตุผลของการตัดสินใจด้วย Architecture Decision Record (ADR)
  • Lab: ออกแบบ Architecture ของโจทย์ลูกค้าจากวันแรก

Section 7: ออกแบบระบบ Multi-Agent

  • เมื่อไรควรใช้ Multi-Agent และเมื่อไร Agent เดียวก็พอ
  • Pattern ที่ใช้บ่อย: Orchestrator-Worker, Pipeline, Router และ Reviewer
  • แบ่งหน้าที่ Agent ตามขอบเขตงาน และกำหนด Input กับ Output ให้ชัด
  • ต้นทุน Token และความหน่วงที่เพิ่มขึ้นเมื่อมีหลาย Agent
  • Lab: ร่างทีม Agent ของโจทย์ลูกค้าพร้อมบทบาทของแต่ละตัว

Section 8: Lab: Context Isolation ด้วย Subagent

  • ปัญหา Context ล้นและข้อมูลปนกันเมื่อทำงานยาวใน Session เดียว
  • Subagent ที่มี Context ของตัวเอง และส่งกลับเฉพาะผลสรุปให้ Agent หลัก
  • กำหนด Prompt เครื่องมือ และสิทธิ์ของแต่ละ Subagent ให้เท่าที่จำเป็น
  • กันข้อมูลลับของลูกค้าออกจาก Agent ที่ไม่จำเป็นต้องเห็น
  • Lab: สร้าง Subagent สำหรับค้นข้อมูล เขียนโค้ด และรีวิวใน Claude Code

Section 9: Lab: เชื่อมต่อ API และ MCP

  • เรียก REST API ของระบบลูกค้าอย่างปลอดภัย: Authentication, Rate Limit และ Error Handling
  • Model Context Protocol (MCP): แนวคิด Server, Tool และ Resource
  • ต่อ MCP Server ที่มีอยู่เข้ากับ Claude Code และจำกัดสิทธิ์การใช้งาน
  • สร้าง MCP Server ขนาดเล็กห่อ API ภายในองค์กรให้ Agent เรียกใช้
  • เก็บ Secret ให้ถูกที่ ไม่ฝัง API Key ไว้ในโค้ดหรือ Prompt

Section 10: Workshop: จาก Requirement สู่ระบบที่ Deploy ได้

  • แตก Architecture เป็นงานย่อย แล้วให้ Claude Code ลงมือทีละส่วน
  • เขียน Test และชุดประเมินผล (Eval Set) จากเคสตัวอย่างของลูกค้า
  • แพ็กระบบด้วย Docker พร้อมไฟล์ตั้งค่าแยกตามสภาพแวดล้อม
  • Demo ให้ลูกค้าจำลองดู รับ Feedback และปรับแผนก่อนขึ้นเครื่องจริง
Day 3 Local AI Deployment และ Production Readiness

Section 11: Lab: Deploy Local AI แบบ On-Premise

  • เหตุผลที่องค์กรเลือก On-Premise: ความลับของข้อมูล กฎระเบียบ ต้นทุน และเครือข่ายปิด
  • เลือก Open Model ให้เหมาะกับงาน และตรวจเงื่อนไข License ก่อนใช้เชิงพาณิชย์
  • Ollama สำหรับเครื่องเดี่ยวและงาน Prototype และ vLLM สำหรับ Server ที่มี GPU
  • เปิด API แบบ OpenAI-compatible ให้แอปและ Agent เรียกใช้โมเดลภายใน
  • Lab: รันโมเดลขนาดเล็กบน Notebook ด้วย Ollama แล้วเชื่อมกับระบบจากวันที่สอง

Section 12: Workshop: คำนวณ GPU และขนาดเครื่อง

  • VRAM ที่ต้องใช้ตามขนาดโมเดลและความละเอียดของตัวเลข (FP16, INT8, 4-bit)
  • Quantization: ได้อะไร เสียอะไร และเลือกระดับให้พอดีกับงาน
  • KV Cache: คำนวณจากความยาว Context และจำนวนผู้ใช้พร้อมกัน
  • วางแผน Concurrency และเลือก GPU ใบเดียว หลายใบ หรือหลายเครื่อง
  • Workshop: คำนวณสเปกเครื่องของโจทย์ลูกค้าและเขียนข้อเสนอฮาร์ดแวร์

Section 13: Lab: วัดและ Optimize ประสิทธิภาพจนผ่าน SLO

  • ตั้ง SLO ร่วมกับลูกค้า: Latency, Time to First Token, Throughput และอัตรา Error
  • วัด Tokens per Second และ Latency ภายใต้โหลดด้วยสคริปต์ทดสอบ
  • ปรับจูนขนาดโมเดล Quantization, Batch, ความยาว Context และ Prefix Caching
  • วัดคุณภาพคำตอบควบคู่กับความเร็วด้วย Eval Set ชุดเดิม
  • Lab: ทดสอบโหลด อ่านผล และปรับจนผ่าน SLO ที่ตั้งไว้

Section 14: Production Readiness และการส่งมอบระบบ

  • Production Checklist: Security, Access Control, Logging, Backup และแผน Rollback
  • Monitoring: Dashboard ของ Latency, การใช้ GPU, Error และคุณภาพคำตอบ
  • เขียน Runbook สำหรับเหตุการณ์ที่พบบ่อยและขั้นตอนยกระดับปัญหา
  • Handover Document, การสอนผู้ใช้ และเกณฑ์รับมอบงาน (Acceptance Criteria)
  • แผนดูแลต่อเนื่อง: อัปเดตโมเดล ประเมินผลซ้ำ และวัดผลทางธุรกิจหลังใช้งาน

Section 15: Capstone: ส่งมอบโปรเจกต์ FDE ตั้งแต่ต้นจนจบ

  • รวมงาน 3 วันเป็นชุดส่งมอบ: Problem Statement, Agentic Plan, Architecture และระบบที่รันได้
  • นำเสนอต่อผู้บริหารลูกค้าจำลอง ทั้งด้านคุณค่าทางธุรกิจ ต้นทุน และความเสี่ยง
  • ตอบคำถามเชิงเทคนิคและรับมือข้อโต้แย้งอย่างมืออาชีพ
  • รีวิวร่วมกัน รับ Feedback จากวิทยากร และวางเส้นทางพัฒนาตัวเองสู่บทบาท FDE

ຮອບຝຶກອົບຮົມ ແລະ ຮູບແບບການຝຶກອົບຮົມ

ສຳລັບບຸກຄົນ — ຮອບຝຶກອົບຮົມທົ່ວໄປ

ຂະນະນີ້ຍັງບໍ່ມີຮອບຝຶກອົບຮົມເປີດຮັບສະໝັກ ລົງຊື່ຈອງໄວ້ໄດ້ເລີຍ ທີມງານຈະຕິດຕໍ່ກັບເປັນກຸ່ມທຳອິດເມື່ອເປີດຮອບຕໍ່ໄປ ຫຼື ສອບຖາມທາງ LINE ຫຼື ໂທ 02-570-8449 ຫຼື 088-807-9770

ສຳລັບອົງກອນ — In-house / Private Training

  • ປັບເນື້ອໃນໃຫ້ກົງກັບເຄື່ອງມື ແລະ ວຽກຈິງຂອງທີມ
  • ເລືອກວັນເອງ ຝຶກອົບຮົມທີ່ບໍລິສັດ ຫຼື ອອນລາຍສົດ
  • ອອກໃບສະເໜີລາຄາໃນນາມນິຕິບຸກຄົນໃຫ້ຝ່າຍຈັດຊື້
ຂໍໃບສະເໜີລາຄາຝຶກອົບຮົມອົງກອນ

ວິທະຍາກອນຜູ້ສອນ

ຄຳຖາມທີ່ພົບເລື້ອຍ

หลักสูตรนี้ต่างจาก Claude Code for Real-World Projects, Build AI Multi-Agent with Claude Code และ Mastering AI Agents in the Workplace อย่างไร

หลักสูตรนี้ต่อยอดจากทั้งสามหลักสูตร Claude Code for Real-World Projects เน้นการพัฒนาซอฟต์แวร์ด้วย Claude Code ตั้งแต่ Issue ถึง Pull Request, Build AI Multi-Agent with Claude Code เน้นการสร้างและสั่งงานทีม Agent และ Mastering AI Agents in the Workplace เน้นการใช้ AI Agent ในงานสำนักงานแบบ No-code ส่วนหลักสูตรนี้มองจากบทบาท FDE ที่ต้องส่งมอบระบบให้ลูกค้าครบวงจร ตั้งแต่การค้นหาปัญหาและสัมภาษณ์ลูกค้า การวาง Agentic Plan การออกแบบ Architecture ไปจนถึง Deploy แบบ On-Premise คำนวณ GPU วัดผลตาม SLO และส่งมอบงาน

ต้องเตรียมบัญชีและโปรแกรมอะไรบ้าง และสถาบันจัดเตรียมให้หรือไม่

สถาบันไม่ได้จัดเตรียมบัญชีหรือ Subscription ให้ ผู้เรียนใช้บัญชี Claude แผน Pro ขึ้นไปของตนเองหรือของบริษัท เช่น Pro, Max หรือ Team และ Enterprise ที่ที่นั่งรวม Claude Code และติดตั้ง Claude Code ไว้ให้เรียบร้อยก่อนวันอบรม แผน Pro ใช้เรียนได้แต่อาจถึงขีดจำกัดการใช้งานระหว่าง Lab ต่อเนื่อง นอกจากนี้ควรติดตั้ง Git, VS Code, Docker Desktop และ Ollama บน Notebook ไว้ล่วงหน้า

ต้องมีเครื่องที่มี GPU หรือไม่ และสถาบันมี GPU หรือ Server ให้ใช้หรือไม่

ไม่จำเป็นต้องมี GPU และสถาบันไม่ได้จัดเตรียม GPU, Server หรือ Cloud Credit ให้ Lab Local AI รัน Open Model ขนาดเล็กบน Notebook ของผู้เรียนด้วย Ollama หรือ vLLM หากเครื่องรองรับ ส่วนโมเดลขนาดใหญ่วิทยากรสาธิตบนเครื่องที่แรงกว่าให้ดู และหัวข้อคำนวณ GPU, VRAM และ KV Cache เป็นแบบฝึกคำนวณที่นำไปใช้วางสเปกเครื่องจริงได้

ไม่ได้เป็นนักพัฒนาโดยตรง เรียนหลักสูตรนี้ได้หรือไม่

เรียนได้หากเขียนโปรแกรมพื้นฐานได้อย่างน้อยหนึ่งภาษา ใช้ Terminal และ Git ขั้นพื้นฐานได้ และอ่านโค้ดที่ AI สร้างได้ เพราะ Lab ส่วนใหญ่ให้ Claude Code ช่วยลงมือเขียนโค้ด แต่ผู้เรียนต้องตรวจและตัดสินใจเอง หลักสูตรเหมาะกับวิศวกร IT, Solution Engineer และที่ปรึกษาด้านเทคนิคที่มีพื้นฐานนี้ ส่วนผู้ที่ไม่เคยเขียนโค้ดเลยควรเริ่มจากหลักสูตร AI Agent แบบ No-code ก่อน

จบหลักสูตรแล้วได้ใบรับรองอะไร

ผู้เรียนที่เข้าอบรมครบจะได้รับประกาศนียบัตรจบหลักสูตร (Certificate of Completion) จากสถาบันไอทีจีเนียส ซึ่งไม่ใช่ใบรับรองจากผู้ผลิตเครื่องมือรายใด หลักสูตรนี้เน้นทักษะที่นำไปใช้ได้จริงและชุดงานส่งมอบจาก Capstone ที่ใช้เป็นตัวอย่างผลงานได้

นำโจทย์จริงของบริษัทมาใช้ในคลาส หรือจัดเป็น In-house ได้หรือไม่

ในรอบ Public ทุกคนใช้โจทย์ลูกค้าจำลองชุดเดียวกัน ผู้เรียนนำแนวคิดจากโจทย์จริงมาปรับใช้ใน Workshop ได้ แต่ไม่ควรนำข้อมูลลับหรือข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทเข้ามาในคลาส หากต้องการใช้โจทย์และระบบขององค์กรโดยตรง สามารถจัดเป็นหลักสูตร In-house และขอใบเสนอราคาได้