Section 1: FDE คือใคร และงานส่งมอบ AI ในองค์กร
- บทบาทของ Forward Deployed Engineer: ทำงานกับลูกค้าถึงหน้างาน และรับผิดชอบจนระบบใช้งานได้จริง
- ความต่างระหว่าง FDE, Software Engineer, Solution Architect และที่ปรึกษา AI
- วงจรงาน FDE: Discovery, Plan, Build, Deploy และ Handover
- ทักษะที่ต้องมีครบในคนเดียว: ฟัง คิดเชิงระบบ ลงมือสร้าง และสื่อสารกับผู้บริหาร
- สาเหตุที่โปรเจกต์ AI ติดอยู่แค่ Demo และวิธีที่ FDE พาไปถึง Production
Section 2: Business Discovery: หาปัญหาที่แท้จริงของลูกค้า
- แยกอาการออกจากต้นเหตุด้วย 5 Whys และ Process Mapping
- ระบุผู้มีส่วนได้เสีย: ผู้สนับสนุนโครงการ ผู้ใช้หน้างาน ฝ่าย IT และฝ่ายกฎหมาย
- สำรวจข้อมูลและระบบเดิม: แหล่งข้อมูล คุณภาพ สิทธิ์เข้าถึง และข้อจำกัดตาม PDPA
- ตั้ง Success Metrics ทางธุรกิจให้ชัดก่อนเริ่มเขียนโค้ด
- Lab: วาด Process Map ของงานตัวอย่างและชี้จุดที่ AI ช่วยได้
Section 3: Workshop: สัมภาษณ์ลูกค้าเสมือนจริง (Role-play)
- เตรียม Discovery Interview Guide และคำถามปลายเปิดที่ได้ข้อมูลจริง
- เทคนิคฟัง ถามต่อ และจับความต้องการที่ลูกค้าไม่ได้พูดออกมา
- รับมือ Requirement ที่ขัดกัน ความคาดหวังเกินจริง และข้อจำกัดด้านงบหรือข้อมูล
- Role-play: ผลัดกันเป็น FDE และลูกค้าจากโจทย์ธุรกิจจำลอง
- สรุปผลการสัมภาษณ์เป็น Problem Statement แล้วรีวิวร่วมกัน
Section 4: Agentic Plan: วาง AI Solution ที่ตอบโจทย์ธุรกิจ
- เลือกระดับ Solution ให้พอดีกับปัญหา: Prompt, Workflow, RAG, Single Agent หรือ Multi-Agent
- Build หรือ Buy, Cloud API หรือ Local Model ตามต้นทุน ความเร็ว และความลับของข้อมูล
- ประเมินความเสี่ยง: Hallucination, ความปลอดภัยของข้อมูล และจุดที่ต้องมีคนตรวจ
- เขียน Solution Brief และกำหนด Scope ของ Pilot ที่วัดผลได้
- Workshop: ทำ Agentic Plan หนึ่งหน้าจากผลการสัมภาษณ์
Section 5: Lab: เริ่มต้นใช้งาน Claude Code
- เปิดใช้ Claude Code ใน Terminal หรือแท็บ Code ของ Claude Desktop และตั้งสิทธิ์การทำงาน
- Plan Mode: ให้ Claude วิเคราะห์โปรเจกต์และเสนอแผนก่อนลงมือ
- CLAUDE.md เก็บบริบทโปรเจกต์ ข้อตกลงของทีม และคำศัพท์ธุรกิจของลูกค้า
- สั่งงานทีละขั้น ตรวจ Diff และใช้ Git เป็นจุดย้อนกลับ
- Lab: ให้ Claude Code สร้างโครง Prototype จาก Agentic Plan