สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
ภาษาโปรแกรมมิ่ง · PRC-38

Machine Learning for Business Forecasting

หลักสูตร Machine Learning for Business Forecasting เป็นการอบรมการใช้ Machine Learning ด้วย Python กับสามโจทย์ธุรกิจ ได้แก่ พยากรณ์ยอดขายด้วยอนุกรมเวลา แบ่งกลุ่มลูกค้าด้วย RFM และ K-Means และทำนายลูกค้าที่จะเลิกใช้บริการ เหมาะกับ Data Analyst ทีมวางแผนการขาย และทีม Marketing ที่อยากตัดสินใจจากข้อมูล

อัปเดตล่าสุด
ราคาเริ่มต้น 6,750 บาท / ท่าน 7,500 −10% ยังไม่รวม VAT 7% · มีราคาหมู่คณะ
PDFดาวน์โหลด Course Outline
  • ระยะเวลา12 ชั่วโมง · 2 วัน
  • รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
  • รอบถัดไป1–2 ธ.ค. 69
  • ใบรับรองมี Certificate

ภาพรวมหลักสูตร

คำถามที่ผู้บริหารถามบ่อยที่สุดมักเป็นเรื่องอนาคต เดือนหน้าจะขายได้เท่าไร ควรสต็อกสินค้าเท่าไร ลูกค้ากลุ่มไหนควรได้โปรโมชันแบบใด และลูกค้ารายไหนกำลังจะเลิกใช้บริการ หลายองค์กรยังตอบด้วยการดูยอดปีก่อนแล้วบวกเพิ่มเป็นเปอร์เซ็นต์ หรือใช้ความรู้สึกของคนที่ทำงานมานาน ผลคือสินค้าขาดบ้างเกินบ้าง งบการตลาดกระจายไปทุกกลุ่มเท่ากัน และรู้ตัวว่าเสียลูกค้าไปเมื่อสายเกินแก้

หลักสูตรนี้พาใช้ Machine Learning ตอบสามโจทย์หลักของธุรกิจด้วย Python บน Google Colab เริ่มจากพยากรณ์ยอดขายด้วยอนุกรมเวลา สร้าง Baseline วัดผลด้วย Backtesting ใช้ Prophet ร่วมกับวันหยุดและโปรโมชัน แล้วยกระดับด้วย Gradient Boosting จากนั้นแบ่งกลุ่มลูกค้าด้วย RFM และ K-Means และสร้างโมเดลทำนายการเลิกใช้บริการ (Churn) พร้อมอธิบายผลและเลือก Threshold ตามต้นทุนของธุรกิจ ก่อนปิดท้ายด้วยโปรเจกต์ที่เปลี่ยนผลของโมเดลให้เป็นแผนที่ฝ่ายธุรกิจลงมือทำได้ (อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง ระดับ Intermediate)

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • แปลงปัญหาธุรกิจให้เป็นโจทย์ Machine Learning ที่วัดผลได้
  • สำรวจข้อมูลอนุกรมเวลา ทั้ง Trend, Seasonality และผลของวันหยุด
  • สร้าง Baseline และวัดผลการพยากรณ์ด้วย MAE, WAPE และ Backtesting
  • พยากรณ์ยอดขายด้วย Prophet และ Gradient Boosting พร้อมช่วงความไม่แน่นอน
  • แบ่งกลุ่มลูกค้าด้วย RFM และ K-Means แล้วอธิบายลักษณะแต่ละกลุ่มได้
  • สร้างโมเดลทำนาย Churn โดยหลีกเลี่ยง Data Leakage
  • อธิบายผลของโมเดลและเลือก Threshold ตามต้นทุนของธุรกิจ
  • สื่อสารผลของโมเดลเป็นแผนงานที่ฝ่ายธุรกิจนำไปใช้ได้

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • Data Analyst ที่ต้องการก้าวจากรายงานย้อนหลังไปสู่การพยากรณ์
  • ทีมวางแผนการขาย Demand Planning และ Supply Chain
  • ทีม Marketing และ CRM ที่ต้องแบ่งกลุ่มลูกค้าและรักษาฐานลูกค้า
  • Data Scientist ระดับเริ่มต้นที่อยากเห็นการใช้ ML กับโจทย์ธุรกิจจริง
  • ผู้ที่ผ่านพื้นฐาน Python และ pandas มาแล้วและต้องการต่อยอดสู่ ML

พื้นฐานของผู้เข้าอบรม

  • เขียน Python ขั้นพื้นฐานได้ และใช้ pandas จัดการตารางข้อมูลได้
  • เข้าใจสถิติเบื้องต้น เช่น ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และกราฟพื้นฐาน
  • เคยใช้ Jupyter Notebook หรือ Google Colab จะช่วยให้เรียนได้เร็วขึ้น
  • มีบัญชี Google สำหรับใช้ Google Colab

หัวข้อการฝึกอบรม

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้อบรม 2 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.) รูปแบบบรรยายพร้อม Lab บน Google Colab กับข้อมูลยอดขาย การซื้อ และสมาชิกของบริษัทสมมุติ ระดับ Intermediate ต่อยอดจาก Python for Machine Learning ที่ปูพื้นฐาน ML ทั่วไป โดยหลักสูตรนี้เจาะไปที่โจทย์ธุรกิจสามแบบ คือการพยากรณ์ยอดขาย การแบ่งกลุ่มลูกค้า

และการทำนาย Churn Library ทั้งหมดเป็นโอเพนซอร์สและ Lab ทำบน Google Colab รุ่นใช้ฟรีด้วยบัญชีของผู้เรียน ผู้ที่ต้องการนำผลพยากรณ์ไปวางแผนจัดซื้อและสินค้าคงคลังด้วย AI ต่อยอดได้ที่หลักสูตร AI for Supply Chain and Planning ผู้เรียนจะได้ Notebook ครบทุก Lab ชุดข้อมูลตัวอย่าง และ Template สำหรับนำเสนอผลของโมเดลต่อฝ่ายธุรกิจ

Day 1 พยากรณ์ยอดขายด้วยอนุกรมเวลาและ ML

Section 1: ตั้งโจทย์ ML จากปัญหาธุรกิจ

  • Forecasting, Segmentation และ Classification ตอบคำถามธุรกิจต่างกันอย่างไร
  • กำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และการตัดสินใจที่จะเกิดจากผลของโมเดล
  • ข้อมูลที่ต้องมี และปัญหาข้อมูลที่พบบ่อยในองค์กร
  • Lab: เตรียม Google Colab และโหลดข้อมูลยอดขายตัวอย่างด้วย pandas

Section 2: Lab: สำรวจข้อมูลอนุกรมเวลา

  • Resample ข้อมูลรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน
  • แยก Trend และ Seasonality ด้วยกราฟและ Decomposition
  • ผลของวันหยุดไทย เทศกาล และโปรโมชันต่อยอดขาย
  • จัดการวันที่ขาดหาย ค่าผิดปกติ และสินค้าที่ขายนาน ๆ ครั้ง

Section 3: Baseline และการวัดผลการพยากรณ์

  • Baseline แบบ Naive, Seasonal Naive และ Moving Average
  • เลือกตัวชี้วัด: MAE, RMSE, MAPE และ WAPE พร้อมข้อจำกัด
  • Backtesting แบบ Rolling Origin แทนการสุ่มแบ่งข้อมูล
  • Lab: ตั้งเกณฑ์ Baseline ที่โมเดลต่อไปต้องชนะให้ได้

Section 4: Lab: พยากรณ์ยอดขายด้วย Prophet

  • โครงสร้างของ Prophet: Trend, Seasonality และ Holiday
  • เพิ่มวันหยุดไทยและโปรโมชันเป็นตัวแปรเสริม
  • อ่านช่วงความไม่แน่นอนของผลพยากรณ์
  • Lab: พยากรณ์ยอดขาย 12 สัปดาห์และเทียบกับ Baseline

Section 5: Lab: พยากรณ์ด้วย Gradient Boosting

  • สร้าง Feature จาก Lag, Rolling Average และปฏิทิน
  • Train LightGBM หรือ HistGradientBoosting จาก scikit-learn
  • Time Series Cross-Validation เพื่อป้องกันการแอบเห็นอนาคต
  • Lab: เปรียบเทียบความแม่นยำกับ Prophet และ Baseline

Section 6: พยากรณ์หลายสินค้าและนำไปใช้วางแผน

  • พยากรณ์หลายสาขาและหลายสินค้าด้วยโมเดลเดียว
  • รวมผลขึ้นเป็นระดับหมวดและระดับบริษัทให้ตัวเลขสอดคล้องกัน
  • แปลงผลพยากรณ์และช่วงความไม่แน่นอนเป็น Safety Stock
  • Lab: สรุปแผนสั่งสินค้าเดือนหน้าจากผลพยากรณ์
Day 2 แบ่งกลุ่มลูกค้าและทำนาย Churn

Section 7: Lab: วิเคราะห์ลูกค้าด้วย RFM

  • คำนวณ Recency, Frequency และ Monetary จากประวัติการซื้อ
  • ให้คะแนนและจัดกลุ่มลูกค้าแบบ RFM
  • ตั้งชื่อกลุ่มที่ฝ่ายการตลาดเข้าใจ เช่น ลูกค้าประจำ และลูกค้าที่กำลังห่างหาย
  • Lab: สรุปจำนวนลูกค้าและยอดขายของแต่ละกลุ่ม

Section 8: Lab: Customer Segmentation ด้วย K-Means

  • เลือก Feature และปรับสเกลข้อมูลก่อนจัดกลุ่ม
  • เลือกจำนวนกลุ่มด้วย Elbow และ Silhouette ร่วมกับมุมมองธุรกิจ
  • อธิบายลักษณะแต่ละกลุ่มด้วยตารางและกราฟ
  • Lab: ออกแบบแคมเปญที่เหมาะกับแต่ละกลุ่ม

Section 9: นิยาม Churn และเตรียมข้อมูล

  • นิยาม Churn สำหรับธุรกิจแบบสมาชิกเทียบกับธุรกิจค้าปลีก
  • กำหนดจุดตัดเวลาเพื่อสร้าง Label และ Feature อย่างถูกต้อง
  • Data Leakage คืออะไร และตัวอย่างที่ทำให้โมเดลดูแม่นเกินจริง
  • Lab: สร้างตาราง Feature ของลูกค้าจากข้อมูลการใช้งาน

Section 10: Lab: โมเดลทำนาย Churn

  • Logistic Regression, Random Forest และ Gradient Boosting
  • รับมือข้อมูลไม่สมดุลด้วย Class Weight
  • วัดผลด้วย ROC-AUC, Precision, Recall และ Lift
  • Lab: เลือกโมเดลที่ดีที่สุดด้วย Cross-Validation

Section 11: อธิบายผลและตัดสินใจตามต้นทุน

  • Feature Importance และ SHAP บอกอะไร และควรระวังอะไร
  • เลือก Threshold จากต้นทุนแคมเปญเทียบกับมูลค่าลูกค้าที่รักษาไว้
  • จัดลำดับลูกค้าเสี่ยงสูงให้ทีมขายหรือทีม CRM ติดต่อ
  • ติดตามผลโมเดลเมื่อพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยน และกำหนดรอบ Train ใหม่

Section 12: Workshop: Capstone นำเสนอผลต่อฝ่ายธุรกิจ

  • เลือกโจทย์ พยากรณ์ยอดขาย แบ่งกลุ่มลูกค้า หรือทำนาย Churn
  • ทำครบตั้งแต่เตรียมข้อมูล สร้างโมเดล จนถึงวัดผลเทียบ Baseline
  • ส่งออกผลเป็น CSV หรือ Google Sheets ให้ทีมนำไปใช้ต่อ
  • นำเสนอผลเป็นภาษาธุรกิจ และรีวิวร่วมกัน

รอบอบรมและรูปแบบการอบรม

สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป

1–2ธันวาคม
ในคลาสเรียน1–2 ธ.ค. 69
เหลือ 20 ที่นั่ง
27–28เมษายน
ในคลาสเรียน27–28 เม.ย. 70
เหลือ 20 ที่นั่ง
19–20สิงหาคม
ในคลาสเรียน19–20 ส.ค. 70
เหลือ 20 ที่นั่ง

สำหรับองค์กร — In-house / Private Training

  • ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
  • เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
  • ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร

วิทยากรผู้สอน

คำถามที่พบบ่อย

พยากรณ์ยอดขายด้วย Machine Learning มีขั้นตอนอย่างไร

เริ่มจากสำรวจข้อมูลอนุกรมเวลาเพื่อดู Trend, Seasonality และผลของวันหยุด จากนั้นสร้าง Baseline ง่าย ๆ เช่น ใช้ยอดช่วงเดียวกันของรอบก่อน แล้วจึงสร้างโมเดลอย่าง Prophet หรือ Gradient Boosting ที่ใช้ Feature จากวันที่และยอดขายย้อนหลัง วัดผลด้วย MAE หรือ WAPE ผ่าน Backtesting ว่าเหนือกว่า Baseline จริง และรายงานช่วงความไม่แน่นอนประกอบตัวเลขพยากรณ์

RFM คืออะไร ใช้แบ่งกลุ่มลูกค้าอย่างไร

RFM วัดลูกค้าสามด้าน คือ Recency ซื้อครั้งล่าสุดเมื่อไร Frequency ซื้อบ่อยแค่ไหน และ Monetary ใช้จ่ายรวมเท่าไร เมื่อคำนวณค่าทั้งสามจากประวัติการซื้อแล้ว อาจให้คะแนนเป็นระดับ หรือใช้ K-Means จัดกลุ่มลูกค้าที่มีพฤติกรรมคล้ายกัน แล้วอธิบายลักษณะแต่ละกลุ่ม เช่น ลูกค้าประจำที่ใช้จ่ายสูง หรือลูกค้าที่เริ่มห่างหาย เพื่อวางแผนการตลาดให้ตรงกลุ่ม

Data Leakage ในโมเดลทำนาย Churn คืออะไร ป้องกันอย่างไร

Data Leakage คือการที่ Feature มีข้อมูลซึ่งในการใช้งานจริงยังไม่ควรรู้ ณ วันที่ทำนาย เช่น ใช้จำนวนการติดต่อหลังลูกค้ายกเลิกแล้ว ทำให้โมเดลดูแม่นมากตอนทดสอบแต่ใช้งานจริงไม่ได้ วิธีป้องกันคือกำหนดวันตัดข้อมูลให้ชัด สร้าง Feature จากข้อมูลก่อนวันนั้นเท่านั้น นิยาม Churn จากช่วงหลังวันตัด และแบ่งชุดทดสอบตามลำดับเวลา

หลักสูตร Machine Learning for Business Forecasting เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน

เหมาะกับ Data Analyst ที่ต้องการก้าวจากรายงานย้อนหลังไปสู่การพยากรณ์ ทีมวางแผนการขาย Demand Planning และ Supply Chain และทีม Marketing หรือ CRM ที่ต้องแบ่งกลุ่มและรักษาฐานลูกค้า ควรเขียน Python ขั้นพื้นฐานและใช้ pandas จัดการตารางข้อมูลได้ เข้าใจสถิติเบื้องต้น เช่น ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และถ้าเคยใช้ Jupyter Notebook หรือ Google Colab จะเรียนได้เร็วขึ้น

เรียนจบหลักสูตร Machine Learning for Business Forecasting แล้วทำอะไรได้บ้าง

พยากรณ์ยอดขายด้วย Prophet และ Gradient Boosting พร้อมวัดผลด้วย Backtesting แบ่งกลุ่มลูกค้าด้วย RFM และ K-Means แล้วอธิบายลักษณะแต่ละกลุ่ม สร้างโมเดลทำนาย Churn โดยหลีกเลี่ยง Data Leakage เลือก Threshold ตามต้นทุนของธุรกิจ และนำเสนอผลเป็นแผนงานที่ฝ่ายธุรกิจใช้ได้ ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate of Completion) ที่มีเลขที่ของตัวเองและตรวจสอบออนไลน์ได้

จัดอบรมหลักสูตร Machine Learning for Business Forecasting ให้ทีมในองค์กรได้ไหม

ได้ หลักสูตรนี้จัดเป็นการอบรมแบบ In-house ให้ทีมในองค์กรได้ และปรับตัวอย่างให้ตรงกับงานของทีม เช่น ตั้งโจทย์พยากรณ์หรือแบ่งกลุ่มลูกค้าให้ใกล้กับสินค้าและลูกค้าขององค์กร ขอใบเสนอราคาได้จากหน้านี้ หรือติดต่อทาง LINE @itgenius โทร 02-570-8449

บทความที่เกี่ยวข้อง