สอบถามหลักสูตรเลือกช่องทางที่สะดวก ทีมงานตอบเองทุกช่อง
LINE @itgeniusตอบเร็วที่สุด · จ–ศ 9:00–17:00 น.
โทรศัพท์
02-570-8449สำนักงาน088-807-9770มือถือ
อีเมลและโซเชียล
contact@itgenius.co.thสำหรับใบเสนอราคาและเอกสารFacebookitgeniusonlineYouTubeitgeniusengขอคำปรึกษาจัดอบรมให้ทีม
ฐานข้อมูล · DBC-02-05

DBA Microsoft SQL Server 2025

หลักสูตร DBA Microsoft SQL Server 2025 เป็นการอบรมดูแลระบบฐานข้อมูล SQL Server ตั้งแต่ติดตั้ง โครงสร้างไฟล์ และ Locking จนถึงการวางแผน Backup และกู้คืน ความปลอดภัย Monitoring งานอัตโนมัติ และ High Availability ด้วย Log Shipping และ Always On เหมาะกับผู้ดูแลระบบฐานข้อมูลและผู้ที่ต้องการเริ่มสายอาชีพ DBA

อัปเดตล่าสุด
ราคาเริ่มต้น 10,800 บาท / ท่าน 12,000 −10% ยังไม่รวม VAT 7% · มีราคาหมู่คณะ
PDFดาวน์โหลด Course Outline
  • ระยะเวลา18 ชั่วโมง · 3 วัน
  • รูปแบบออนไซต์ / ออนไลน์สด
  • รอบถัดไปเปิดตามคำขอ
  • ใบรับรองมี Certificate

ภาพรวมหลักสูตร

ฐานข้อมูลคือหัวใจของระบบงานในองค์กร ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูล (DBA) จึงต้องทำให้ข้อมูลพร้อมใช้ กู้คืนได้เมื่อเกิดปัญหา ปลอดภัยจากการเข้าถึงที่ไม่ได้รับอนุญาต และทำงานได้เร็วอย่างสม่ำเสมอ SQL Server 2025 เพิ่มความสามารถที่ช่วยงานเหล่านี้โดยตรง เช่น Backup Compression แบบ ZSTD, การ Backup ไปยัง Storage แบบ Immutable, Optimized Locking, การควบคุมพื้นที่ tempdb และการเข้ารหัสการเชื่อมต่อแบบ TDS 8.0 รวมถึงขยายขีดจำกัดของรุ่น Standard และ Express

หลักสูตรนี้สอนงานดูแล SQL Server ตั้งแต่สถาปัตยกรรม การติดตั้ง และโครงสร้างไฟล์ฐานข้อมูล ต่อด้วย Transaction และ Locking การวางแผน Backup และ Restore การจัดการ Login, Role และการปกป้องข้อมูล การ Monitor ด้วย DMV, Extended Events และ Query Store การทำงานอัตโนมัติด้วย SQL Server Agent การย้ายข้อมูล ไปจนถึง High Availability ด้วย Log Shipping และ Always On ปิดท้ายด้วย Workshop วางแผนดูแลระบบและอัปเกรดจากรุ่นเก่าสู่ SQL Server 2025 (อบรม 3 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 18 ชั่วโมง ระดับ Intermediate)

สิ่งที่คุณจะได้รับ

  • เข้าใจสถาปัตยกรรม Edition และความสามารถใหม่ของ SQL Server 2025
  • ติดตั้งและตั้งค่า Instance, ฐานข้อมูล, Filegroup และ tempdb ได้อย่างเหมาะสม
  • เข้าใจ Transaction, Locking, Blocking และ Deadlock และใช้ Optimized Locking ได้
  • วางแผนและทดสอบ Backup และ Restore รวมถึงการกู้คืนแบบ Point-in-time ได้
  • จัดการ Login, User, Role และปกป้องข้อมูลด้วยการเข้ารหัสและ Audit ได้
  • Monitor ระบบด้วย DMV, Extended Events และ Query Store ได้
  • ทำงานดูแลระบบอัตโนมัติด้วย SQL Server Agent, Database Mail และ PowerShell ได้
  • วางระบบ High Availability ด้วย Log Shipping และ Always On Availability Groups ได้

หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ

  • ผู้ดูแลระบบฐานข้อมูลที่ดูแล SQL Server อยู่และต้องการอัปเดตเป็นรุ่น 2025
  • ผู้ดูแลระบบไอทีที่ต้องรับผิดชอบเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูลขององค์กร
  • นักพัฒนาที่ต้องการเข้าใจงานดูแลฐานข้อมูลเบื้องหลังระบบที่ตนพัฒนา
  • ผู้ที่ต้องการเริ่มต้นสายอาชีพ DBA บน Microsoft SQL Server

พื้นฐานของผู้เข้าอบรม

  • เขียนคำสั่ง SQL และ T-SQL พื้นฐานได้ เช่น SELECT, INSERT, UPDATE และ JOIN
  • เข้าใจแนวคิดฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ ตาราง และ Index เบื้องต้น
  • ใช้งาน Windows Server หรือ Linux และระบบเครือข่ายเบื้องต้นได้
  • โน้ตบุ๊กที่ติดตั้ง SQL Server 2025 Developer Edition หรือ Docker ได้ พร้อมสิทธิ์ Administrator

หัวข้อการฝึกอบรม

รายละเอียดหลักสูตร

หลักสูตรนี้เป็นฉบับปรับปรุงใหม่ปี 2026 ของหลักสูตร DBA Microsoft SQL Server 2019 เนื้อหาอัปเดตเป็น SQL Server 2025 อบรม 3 วัน วันละ 6 ชั่วโมง รวม 18 ชั่วโมง (09:00-16:00 น.) รูปแบบบรรยายพร้อม Lab ที่จำลองเหตุการณ์จริง ระดับ Intermediate วันแรกเป็นสถาปัตยกรรม การติดตั้ง โครงสร้างไฟล์ Locking และ Backup วันที่สองเป็น Restore ความปลอดภัย Monitoring

และงานอัตโนมัติ วันที่สามเป็นการย้ายข้อมูล Log Shipping, Always On, Query Store และ Workshop วางแผนดูแลระบบและอัปเกรด Lab ใช้ SQL Server 2025 Developer Edition บน Windows และ Docker ซึ่งใช้ได้ฟรีเพื่อพัฒนาและทดสอบ การใช้งานจริงต้องมี License ขององค์กร ผู้เรียนได้สคริปต์ T-SQL และ PowerShell พร้อมแม่แบบแผน Backup และ DR กลับไปใช้งานต่อ

Day 1 สถาปัตยกรรม ฐานข้อมูล และ Backup

Section 1: Lab: สถาปัตยกรรมและการติดตั้ง SQL Server 2025

  • Instance กับ Database และการสื่อสารแบบ Client-Server
  • Edition ของ SQL Server 2025 และขีดจำกัดของ Standard และ Express
  • ติดตั้งบน Windows และรันบน Docker (Linux Container)
  • System Database: master, model, msdb และ tempdb
  • Lab: ติดตั้ง Instance และตั้งค่าเริ่มต้นด้วย SSMS และ Configuration Manager

Section 2: โครงสร้างไฟล์ฐานข้อมูลและ Recovery Model

  • Data File, Log File และ Filegroup
  • การทำงานของ Transaction Log และ Virtual Log File
  • Recovery Model แบบ Full, Bulk-logged และ Simple
  • วางแผนดิสก์และ RAID สำหรับไฟล์ข้อมูลและ Log
  • ตั้งค่า tempdb ให้เหมาะสมและการควบคุมพื้นที่ใน SQL Server 2025

Section 3: Lab: สร้างและจัดการฐานข้อมูล

  • สร้างฐานข้อมูลพร้อมกำหนดขนาดและ Autogrowth
  • เพิ่ม Filegroup และกระจายไฟล์ไปหลายดิสก์
  • ย้าย User Database ด้วย Detach-Attach และ Backup-Restore
  • ย้ายไฟล์ของ System Database
  • Lab: จัดโครงสร้างไฟล์ของฐานข้อมูลระบบขาย

Section 4: Lab: Transaction, Locking และ Blocking

  • Transaction และ Isolation Level
  • Lock, Blocking และ Deadlock เกิดขึ้นได้อย่างไร
  • Read Committed Snapshot และ Accelerated Database Recovery
  • Optimized Locking ใน SQL Server 2025
  • Lab: จำลอง Deadlock แล้ววิเคราะห์และแก้ไข

Section 5: Lab: วางแผนและทำ Backup

  • กลยุทธ์ Backup แบบ Full, Differential และ Transaction Log ตาม RPO และ RTO
  • Backup Compression แบบ ZSTD ที่เพิ่มใน SQL Server 2025
  • CHECKSUM, Backup Encryption และการตรวจไฟล์ Backup
  • Backup to URL และ Immutable Storage สำหรับป้องกัน Ransomware
  • Lab: ตั้งชุด Backup ของฐานข้อมูลระบบขาย
Day 2 กู้คืน ความปลอดภัย และ Monitoring

Section 6: Lab: Restore และตรวจความสมบูรณ์ของข้อมูล

  • ลำดับการ Restore และ Tail-log Backup
  • กู้คืนแบบ Point-in-time
  • Restore ไปยังชื่อหรือเครื่องอื่นเพื่อตรวจ Backup
  • DBCC CHECKDB และการรับมือเมื่อฐานข้อมูลเสียหาย
  • Lab: กู้ข้อมูลที่ถูกลบผิดพลาดกลับมา ณ เวลาก่อนเกิดเหตุ

Section 7: Lab: Login, User และ Role

  • Windows Authentication, SQL Authentication และ Microsoft Entra
  • Password Policy และการจัดการ Login
  • Server Role, Database Role และสิทธิ์แบบละเอียด
  • หลักการให้สิทธิ์น้อยที่สุด (Least Privilege)
  • Lab: กำหนดสิทธิ์ให้ทีมพัฒนา ทีมรายงาน และแอปพลิเคชัน

Section 8: Lab: ปกป้องข้อมูลและ Audit

  • Transparent Data Encryption (TDE) และการสำรอง Certificate
  • ภาพรวม Always Encrypted, Dynamic Data Masking และ Row-Level Security
  • เข้ารหัสการเชื่อมต่อด้วย TLS และ TDS 8.0
  • SQL Server Audit สำหรับบันทึกการเข้าถึงข้อมูล
  • Lab: เปิด TDE และ Audit ให้ฐานข้อมูลที่มีข้อมูลส่วนบุคคล

Section 9: Lab: Monitoring SQL Server

  • Standard Report และ Activity Monitor
  • Dynamic Management Views สำหรับดูสถานะระบบ
  • Extended Events แทน SQL Server Profiler และ SQL Trace
  • Error Log และ Performance Monitor
  • Lab: หา Query ที่ทำให้ระบบช้าและ Session ที่ Block กัน

Section 10: Lab: งานดูแลระบบอัตโนมัติ

  • SQL Server Agent, Job และ Schedule
  • Database Mail และ Operator
  • Alert สำหรับ Error และเหตุการณ์สำคัญ
  • Maintenance Plan และสคริปต์ PowerShell
  • Lab: Job สำรองข้อมูล ตรวจ CHECKDB และแจ้งเตือนทางอีเมล
Day 3 ย้ายข้อมูล High Availability และการวางแผน

Section 11: Lab: ย้ายและนำเข้าข้อมูล

  • ภาพรวมกระบวนการ ETL และเครื่องมือของ SQL Server
  • Import and Export Wizard, bcp และ BULK INSERT
  • ข้อควรพิจารณาในการนำเข้าข้อมูลจำนวนมาก
  • BACPAC และ DACPAC ด้วย SqlPackage
  • Lab: นำเข้าข้อมูลจากไฟล์ CSV และย้ายฐานข้อมูลไปอีก Instance

Section 12: Lab: Log Shipping

  • แนวคิด High Availability และ Disaster Recovery
  • หลักการทำงานของ Log Shipping
  • Primary Server, Secondary Server และ Monitor Server
  • Failover ด้วย Log Shipping
  • Lab: ตั้ง Log Shipping ระหว่างสอง Instance และทดสอบ Failover

Section 13: Always On และ Failover Cluster

  • Always On Availability Groups: Replica, Listener และ Readable Secondary
  • โหมด Synchronous และ Asynchronous และการ Failover
  • การเข้ารหัสการเชื่อมต่อแบบ Strict ใน Availability Group
  • Failover Cluster Instance เทียบกับ Availability Group
  • สาธิตการ Failover และการตรวจสถานะด้วย DMV

Section 14: Lab: Query Store, In-Memory OLTP และ Graph

  • Query Store: สถาปัตยกรรม การตั้งค่า และรายงานมาตรฐาน
  • Query Store บน Readable Secondary
  • In-Memory OLTP: ตารางแบบ Memory-optimized และ Index
  • Graph Table: สร้าง เพิ่ม และ Query ข้อมูล
  • Lab: บังคับใช้ Plan ที่ดีด้วย Query Store

Section 15: Workshop: แผนดูแลระบบและการอัปเกรด

  • อัปเกรดจาก SQL Server 2019 และ 2022 สู่ 2025 และ Compatibility Level
  • ภาพรวมการจัดการ SQL Server ผ่าน Azure Arc
  • Workshop: เขียนแผน Backup, DR, Security และ Maintenance ของระบบตัวอย่าง
  • นำเสนอแผนและ Checklist งานประจำวัน สัปดาห์ และเดือน

รอบอบรมและรูปแบบการอบรม

สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป

ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770

สำหรับองค์กร — In-house / Private Training

  • ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
  • เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
  • ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร

วิทยากรผู้สอน

คำถามที่พบบ่อย

Recovery Model ของ SQL Server มีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร

มี 3 แบบ แบบ Full เก็บทุก Transaction ไว้ใน Log จนกว่าจะ Backup Log จึงกู้คืนได้ถึงเวลาที่ต้องการ (Point-in-time) เหมาะกับระบบงานจริง แบบ Bulk-logged คล้าย Full แต่บันทึกงานนำเข้าข้อมูลจำนวนมากแบบย่อเพื่อลดขนาด Log ใช้ชั่วคราวช่วงนำเข้าข้อมูล ส่วนแบบ Simple ล้าง Log อัตโนมัติและไม่มี Log Backup จึงกู้คืนได้แค่ถึง Backup ล่าสุด เหมาะกับฐานข้อมูลทดสอบหรือข้อมูลที่สร้างใหม่ได้

วางแผน Backup ฐานข้อมูล SQL Server 2025 ควรทำอย่างไร

เริ่มจากตกลงกับเจ้าของระบบว่ายอมให้ข้อมูลหายได้นานเท่าไร (RPO) และต้องกลับมาใช้งานภายในเวลาเท่าไร (RTO) แล้วออกแบบชุด Full, Differential และ Log Backup ให้สอดคล้อง ใช้ CHECKSUM และ Backup Compression ซึ่ง SQL Server 2025 เพิ่มอัลกอริทึม ZSTD ที่เร็วและบีบอัดได้ดีขึ้น เก็บสำเนาไว้นอกเครื่อง เช่น Backup to URL ไปยัง Storage แบบ Immutable เพื่อป้องกัน Ransomware และที่สำคัญที่สุดคือทดสอบ Restore จริงอย่างสม่ำเสมอ

Log Shipping กับ Always On Availability Groups ต่างกันอย่างไร

Log Shipping ส่ง Transaction Log Backup จากเครื่องหลักไป Restore ที่เครื่องสำรองตามรอบเวลา ตั้งค่าง่าย ใช้ได้หลาย Edition แต่ข้อมูลที่เครื่องสำรองช้ากว่าตามรอบ และต้อง Failover ด้วยมือ ส่วน Always On Availability Groups ส่งข้อมูลต่อเนื่องแบบ Synchronous หรือ Asynchronous มี Listener ให้แอปเชื่อมต่อชื่อเดียว Failover อัตโนมัติได้ และเปิด Replica สำรองให้อ่านข้อมูลได้ แต่ต้องวางระบบ Cluster และความสามารถเต็มรูปแบบต้องใช้ Enterprise Edition

หลักสูตร DBA Microsoft SQL Server 2025 เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน

เหมาะกับผู้ดูแลระบบฐานข้อมูลที่ใช้ SQL Server อยู่และต้องการอัปเดตเป็นรุ่น 2025 ผู้ดูแลระบบไอทีที่รับผิดชอบเซิร์ฟเวอร์ฐานข้อมูล นักพัฒนาที่อยากเข้าใจงานเบื้องหลัง และผู้เริ่มต้นสายอาชีพ DBA ควรเขียนคำสั่ง SQL และ T-SQL พื้นฐานได้ เข้าใจตารางและ Index เบื้องต้น และใช้ Windows Server หรือ Linux ได้

เรียนจบหลักสูตร DBA Microsoft SQL Server 2025 แล้วทำอะไรได้บ้าง

ติดตั้งและตั้งค่า SQL Server 2025 จัดการไฟล์ฐานข้อมูลและ tempdb แก้ปัญหา Locking และ Deadlock วางแผน Backup และกู้คืนแบบ Point-in-time จัดการสิทธิ์และปกป้องข้อมูลด้วย TDE และ Audit Monitor ด้วย DMV, Extended Events และ Query Store ทำงานอัตโนมัติด้วย SQL Server Agent และวางระบบ Log Shipping กับ Always On ได้ พร้อมแผนดูแลระบบและการอัปเกรด ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate of Completion) ที่มีเลขที่ของตัวเองและตรวจสอบออนไลน์ได้

จัดอบรมหลักสูตร DBA Microsoft SQL Server 2025 ให้ทีมในองค์กรได้ไหม

ได้ หลักสูตรนี้จัดเป็นการอบรมแบบ In-house ให้ทีมในองค์กรได้ และปรับตัวอย่างให้ตรงกับงานของทีม เช่น วางแผน Backup และ DR ตามระบบที่ทีมดูแลอยู่ หรือเตรียมการอัปเกรดจาก SQL Server รุ่นเดิมสู่ 2025 ขอใบเสนอราคาได้จากหน้านี้ หรือติดต่อทาง LINE @itgenius โทร 02-570-8449

บทความที่เกี่ยวข้อง