• slider-image
  • slider-image
  • slider-image

อาการ "จอเบิร์น" ส่งผลอย่างไรกับสมาร์ทโฟนของคุณ

อาการ "จอเบิร์น" ส่งผลอย่างไรกับสมาร์ทโฟนของคุณ

อาการ "จอเบิร์น" ส่งผลอย่างไรกับสมาร์ทโฟนของคุณ

หมวดหมู่: บทความทั่วไปTip & Technicข่าวไอที

รู้จักอาการ "จอเบิร์น" ส่งผลอย่างไรกับสมาร์ทโฟนของคุณ พร้อมวิธีป้องกันแบบง่ายๆ
ช่วงนี้หลายคนอาจจะได้ยินคำว่า “จอเบิร์น” บ่อยเป็นพิเศษเพราะสมาร์ทโฟนเรือธงหลายรุ่นกำลังประสบปัญหานี้อยู่โดยเฉพาะ Google Pixel 2 และ iPhone X ที่กำลังเป็นประเด็นในต่างประเทศกันอยู่ในขณะนี้ จริงๆ แล้วปัญหาจอเบิร์นเป็นปัญหาที่อยู่คู่กับหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มานาน แต่อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่สำหรับใครหลายๆ คน ในวันนี้เราจึงขออาสาพาทุกท่านไปรู้จักกับปัญหานี้กันครับ

อาการจอเบิร์น หรือ burn-in เป็นอาการผิดปกติของหน้าจอที่พบได้ตั้งแต่จอ CRT เครื่องใหญ่ๆ ในสมัยก่อนไปจนถึงจอ OLED ในปัจจุบัน โดยภาพที่แสดงบนจอจะทิ้งรอยจางๆ เอาไว้แม้จะเปลี่ยนไปแสดงภาพอื่นแล้วก็ตาม ซึ่งมีสาเหตุมาจากการปล่อยหน้าจอให้แสดงผลภาพนิ่งค้างไว้นานเกินไป ทำให้เม็ดพิกเซลในบริเวณดังกล่าวสว่างนานกว่าที่อื่นและเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ (และนี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงต้องมี screen saver)

ตัวอย่างอาการจอเบิร์น

                                                  อาการจอเบิร์นบน LCD TV

                              อาการจอเบิร์นบนสมาร์ทโฟน Pixel สังเกตที่รอยแถบ Navigation

ในบางกรณี อาการจอเบิร์นอาจหายไปได้เองเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก แต่ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นอย่างถาวร เพราะฉะนั้นกันไว้ดีกว่าแก้ครับ

 ไม่อยากจอเบิร์น ทำอย่างไร?


ปัญหาจอเบิร์นเป็นปัญหาที่แก้ยากแต่ป้องกันง่ายด้วยเคล็ดลับง่ายๆ ดังต่อไปนี้ครับ
1. หลีกเลี่ยงการแสดงภาพนิ่งติดต่อกันนานๆ เช่นเปิดหน้าจอ GPS ทิ้งไว้แต่ไม่ได้ขยับไปไหน หรือเล่นเกมที่มีหน้า UI บางส่วนอยู่ในตำแหน่งเดิมตลอดเป็นเวลานานๆ พยายามสลับจอไปดูอย่างอื่นบ้างเป็นพักๆ
2. ปิดหน้าจอเมื่อไม่ใช้งาน นอกจากจะป้องกันจอเบิร์นแล้วยังช่วยประหยัดแบตได้อีกด้วย
3. ตั้งค่าปิดหน้าจออัตโนมัติ โดยอาจตั้งไว้ที่ 2 ถึง 5 นาที
4. หลีกเลี่ยงการใช้งานหน้าจอโดยปรับความสว่างสูงสุดเป็นเวลานานๆ หรือจะให้ดีควรเปิดโหมดปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติ 

ปัญหาจอเบิร์นสามารถเกิดขึ้นได้กับสมาร์ทโฟนทุกรุ่น แม้สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ จะเริ่มมีฟังก์ชันป้องกันจอเบิร์นแล้ว แต่ก็การที่เราระมัดระวังไว้ก่อน ยังไงก็ปลอดภัยกว่าครับ

ที่มา:

user
โดย วรรณี ชินนอก
เข้าชม 118 ครั้ง