สัญญาณเตือน พาวเวอร์แบงก์เสื่อม ถึงเวลาควรเปลี่ยนได้แล้ว

สัญญาณเตือน พาวเวอร์แบงก์เสื่อม ถึงเวลาควรเปลี่ยนได้แล้ว

5 สัญญาณเตือน พาวเวอร์แบงก์เสื่อม ถึงเวลาควรเปลี่ยนได้แล้ว


ทุกวันนี้หลายคนที่ติดมือถือ ก็มักจะพกอุปกรณ์เสริมเพื่อให้พลังงานอย่าง Power Bank (พาวเวอร์แบ้งค์) ไปตลอดโดยไม่รู้ตัวว่า จริงๆ แล้วอุปกรณ์ชนิดนี้ที่มีแบตเตอรี่ภายในจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์อื่นก็มีวันที่เสียเป็น 


แล้วอาการเสียที่คุณสามารถสังเกตได้ก่อนที่จะเกิดอันตรายมีอะไรบ้าง  พามาดู 5 สัญญาณสำคัญที่บอกว่าพาวเวอร์แบงก์ของคุณอาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว

 
1. ตัวเครื่องบวมหรือผิดรูป
หากสังเกตว่าพาวเวอร์แบงก์มีอาการโป่ง บวม ฝาหลังแยก หรือรูปทรงเปลี่ยนไปจากเดิม ให้หยุดใช้งานทันที เพราะเป็นสัญญาณว่าแบตเตอรี่ลิเธียมภายในเริ่มเสื่อมอย่างรุนแรง

อาการนี้ถือว่าอันตรายที่สุด เนื่องจากแบตเตอรี่ที่บวมมีโอกาสเกิดการลัดวงจร ความร้อนสะสม หรือเกิดไฟไหม้ได้ หากพบอาการดังกล่าวไม่ควรเจาะ กดทับ หรือพยายามใช้งานต่อ


2. ร้อนผิดปกติ แม้ชาร์จไม่นาน
พาวเวอร์แบงก์ทุกเครื่องสามารถอุ่นขึ้นได้ระหว่างใช้งาน แต่หากร้อนจัดจนจับแทบไม่ได้ ทั้งที่เพิ่งเริ่มชาร์จหรือไม่ได้ใช้งานหนัก ถือว่าเป็นความผิดปกติ

สาเหตุอาจมาจากแบตเตอรี่เสื่อม วงจรควบคุมมีปัญหา หรือเซลล์แบตเตอรี่ทำงานผิดปกติ ซึ่งไม่ควรละเลย เพราะความร้อนที่สูงเกินไปเป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุจากแบตเตอรี่ลิเธียม


3. ชาร์จไฟเข้า-ออกไม่เสถียร
ถ้าเกิดคุณใช้พาวเวอร์แบ้งค์ชาร์จมือถือแล้วไฟติดๆ ดับๆ ชาร์จช้ามาก ความจุหมดเร็วกว่าปกติ หรือชาร์จพาวเวอร์แบงก์เท่าไรก็ไม่เต็ม อาจเป็นสัญญาณว่าเซลล์แบตเตอรี่เริ่มเสื่อม

บางครั้งอาจเกิดจากพอร์ต USB หรือสายชาร์จ แต่หากเปลี่ยนสายแล้วอาการยังเหมือนเดิม ก็มีโอกาสสูงที่ตัวพาวเวอร์แบงก์กำลังมีปัญหา


4. มีกลิ่นไหม้ หรือได้ยินเสียงผิดปกติ
หากได้กลิ่นพลาสติกไหม้ กลิ่นสารเคมี หรือมีเสียงซ่า เสียงแตกเบาๆ ภายในเครื่อง ให้ถอดสายชาร์จและหยุดใช้งานทันที

อาการเหล่านี้อาจเกิดจากวงจรภายในเสียหายหรือเกิดความร้อนสะสม ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดควันหรือไฟไหม้ได้


5. ใช้มานานช่วง 3 - 5 ปี
แม้พาวเวอร์แบงก์จะยังใช้งานได้ แต่หากมีอายุหลายปีและผ่านการชาร์จมาหลายร้อยรอบ ความจุจริงจะลดลงตามธรรมชาติ โดยทั่วไปแบตเตอรี่ลิเธียมจะเริ่มเสื่อมหลังผ่านรอบการชาร์จประมาณ 300-500 รอบ หรือใช้งานต่อเนื่องราว 3-5 ปี ขึ้นอยู่กับคุณภาพของแบตเตอรี่และวิธีการใช้งาน


วิธีดูแลพาวเวอร์แบงก์ให้ใช้งานได้นานขึ้น

  • หลีกเลี่ยงการวางไว้ในรถที่ตากแดดจัด
  • ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่หมดจนเหลือ 0% เป็นประจำ
  • ใช้หัวชาร์จและสายชาร์จที่ได้มาตรฐาน
  • หากไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานาน ควรชาร์จแบตไว้ประมาณ 40-60% ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับคน
  • หลีกเลี่ยงการตกกระแทกหรือโดนน้ำ
  • เลือกซื้อพาวเวอร์แบงก์ที่ผ่านมาตรฐาน มอก. และมีระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร



ควรทิ้งพาวเวอร์แบงก์อย่างไร?
หากพบว่าพาวเวอร์แบงก์ที่เสียหรือเสื่อมสภาพ ไม่ควรนำไปทิ้งรวมกับขยะทั่วไป เพราะภายในมีแบตเตอรี่ลิเธียมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ ควรนำไปทิ้งที่จุดรับรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือศูนย์รับกำจัดแบตเตอรี่โดยเฉพาะ

เรียกว่าการดูแลพาวเวอร์แบ้งค์เบิ้องต้นอาจจะไม่ได้ถนอมกับมือถือ ก็มีิสิทธิ์ที่อุปกรณืนี้จะพังเร็วได้ ถ้าคุณพบว่าพาเวอร์แบ้งค์นี้มีอาการบวม หรือชาร์จไฟผิดปกติ รวมถึงอุณหภูมิสูงเกินกว่าปกติ แนะนำควรหยุดใช้และหาก้อนใหม่ดีกว่า ก่อนที่อุปกรณ์นี้จะทำร้ายคุยได้

 

 

 

สนับสนุนเนื้อหา: 

ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง (IT Genius Engineering) ให้บริการด้านไอทีครบวงจร ทั้งงานด้านการอบรม (Training) สัมมนา รับงานเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทั้ง SEO , PPC , และ Social media marketting

ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ

Line : @itgenius (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://lin.ee/xoFlBFe
Facebook : https://www.facebook.com/itgeniusonline
Tel : 02-570-8449 มือถือ 088-807-9770 และ 092-841-7931
Email : contact@itgenius.co.th

แนะนำหลักสูตรอบรมที่น่าสนใจ

user
โดย Nong-beam
เข้าชม 47 ครั้ง

คำค้นหา : power bankพาวเวอร์แบงก์แบตฯ เสื่อมพาวเวอร์แบงก์เสื่อมแบตบวมแบตเตอรี่gadgetความปลอดภัยชาร์จมือถือสกู๊ปมือถือสกู๊ปแอปพลิเคชันการทิ้งพาวเวอร์แบงก์วิธีดูแลพาวเวอร์แบงก์ที่ชาร์จแบตแบตมือถือตัวสำรองไฟ