• slider-image
  • slider-image
  • slider-image

LG OLED TV จากรุ่นแรกสู่ปัจจุบัน

LG OLED TV จากรุ่นแรกสู่ปัจจุบัน

LG OLED TV จากรุ่นแรกสู่ปัจจุบัน

หมวดหมู่: บทความทั่วไป

LG OLED TV จากรุ่นแรกสู่ปัจจุบัน! มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง?
ยังคงเป็นหนึ่งในทีวีที่แถวหน้าในตลาดสมาร์ททีวีเช่นเคย สำหรับ LG OLED TV ที่ในรุ่นปี 2017 ได้มาพร้อมกับความโดดเด่นทางด้านดีไซน์ที่เหนือชั้นด้วยคอนเซ็ปต์ Picture-on-Wall (รหัสสินค้า W7) กวาดรางวัลจากรายการต่างๆ ไปอย่างมากมาย ทั้งงานชื่อดังอย่าง CES 2017, iF Design Awards, Reddot Awards หรือรางวัลจากเว็บไซต์ไอทีชั้นนำต่างๆ (ทำความรู้จัก LG SIGNATURE OLED TV W เพิ่มเติมที่นี่) ซึ่งในบทความนี้ เราจะขอพาผู้อ่านทุกคน ไปเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของ LG OLED TV ตั้งแต่รุ่นแรก มาจนถึงรุ่นนี้กัน

ในปี 2013 ทาง LG ได้ส่ง OLED TV รุ่นแรกสู่ท้องตลาด (รุ่น 55EA9800) ซึ่งเป็นทีวีหน้าจอโค้ง บางเฉียบ ดีไซน์แปลกตา ขนาด 55 นิ้ว ชูจุดเด่นของเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ ด้วยการให้สีสันการแสดงผลที่แม่นยำ ความต่างสีที่ดีเยี่ยม ทั้งการแสดงผลสีดำที่ดำสนิท และแสงสว่างที่มากกว่า มาในความละเอียด Full HD พร้อมราคาขายในไทย ที่สูงถึง 399,990 บาท

ปี 2014 ต่อมา ทาง LG ก็ได้สานต่อเทคโนโลยี OLED TV หน้าจอขนาด 55 นิ้ว ออกมาถึง 3 รุ่นด้วยกัน โดยประกอบไปด้วย 2 รุ่นเรือธง ได้แก่ รุ่น 55EA880T ทีวีจอแบน (Flat) ที่เสริมการแสดงผลสมจริงด้วยดีไซน์ภาพจัดแสดงในนิทรรศการ (Gallery) ให้อารมณ์เหมือนชมภาพศิลปะบนฝาผนังบ้าน และ รุ่น 55EA970T OLED TV จอโค้งที่มีดีไซน์เช่นเดียวกับรุ่นปี 2013 (ทั้ง 2 รุ่นเปิดราคาขายที่ 359,990 บาท) ส่วนอีกรุ่นอย่าง 55EC930T เป็นทีวีหน้าจอโค้ง (Curved) โมเดลรุ่นเล็กลงมา ที่ราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น (149,990 บาท)

โดย OLED TV ทั้ง 3 รุ่นในปี 2014 ได้ต่อยอดจุดเด่นทางด้านการแสดงผลสีดำด้วยเทคโนโลยี Pixel Dimming ที่ทำให้แสงของจุดที่แสดงผลภาพสว่าง ไม่มารบกวนจุดที่แสดงผลสีดำบนหน้าจอ ให้สีดำบนหน้าจอแสดงผลมีความสมจริงยิ่งขึ้น

ปี 2015 ทาง LG ได้เริ่มนำความละเอียดระดับ Ultra HD หรือ 4K มาใช้งานบน OLED TV โดยในปีนั้น ทาง LG ได้ออก LG OLED TV ออกมา 3 โมเดลด้วยกัน ซึ่งมี 2 รุ่น ที่ใช้ความละเอียดระดับ 4K ซึ่งได้แก่ รุ่น 65EG960T สมาร์ททีวีหน้าจอโค้ง ที่ได้เพิ่มขนาดหน้าจอใหญ่ขึ้นมาถึง 65 นิ้วด้วยกัน และ 55EG920T ที่มาในขนาด 55 นิ้วเช่นเดียวกับปีที่แล้ว ส่วนรุ่น 55EG910T เป็นอีกทางเลือกหนึ่งทีเ่ป็นความละเอียดระดับ Full HD ให้ใช้งาน

นอกจากในเรื่องของเทคโนโลยี 4K แล้ว LG OLED TV ในปี 2015 นี้ ยังได้เสริมทัพในด้านของการแสดงผลภาพทั้ง การแสดงผลสีดำ Perfect Black, สีสันที่สดใส, เม็ดพิกเซลมีความสว่างในตัวเอง, OLED Motion Clarity ที่มีการตอบสนองภาพเคลื่อนไหวได้ดียิ่งขึ้น, ระบบเสียงจาก Harman Kardon และ Web OS 2.0 ที่มี Netflix ให้บริการในตัวอีกด้วย และสุดท้ายก็คือราคาเปิดตัวของ OLED TV ที่ลดลงกว่าปีทีแล้วถึงเกือบครึ่ง โดยในรุ่นท็อปอย่าง 65EG960T มีราคาเพียง 199,990 บาทเท่านั้น (55EG920T ราคา 139,990 บาท / 55EG910T ราคา 89,990 บาท)

LG OLED TV ที่เปิดตัวในปี 2016 ได้เพิ่มโมเดลสินค้า ให้ได้เลือกใช้งานอย่างหลากหลายมากขึ้น โดย OLED TV ในปีนี้ ได้ออกมาถึง 6 รุ่นด้วยกัน โดยแบ่งออกเป็น รุ่น 55 นิ้ว 2 รุ่น ได้แก่ OLED55B6T, OLED55C6T และรุ่น 65 นิ้ว ได้แก่ OLED65B6T, OLED65C6T, OLED65E6T และ OLED65G6T โดยทุกรุ่น เป็นทีวีหน้าจอความละเอียด Ultra HD หรือ 4K ทั้งหมด

สำหรับ LG OLED TV ในรหัส B และ C จะเป็นโมเดลในรุ่นเล็ก ให้เลือกใช้งานทั้งจอแบน (Flat) และจอโค่ง (Curved) ตามลำดับ รวมทั้งขนาด 55 และ 65 นิ้วให้เลือกใช้งาน ส่วนรหัส G และ E เป็นรุ่นหน้าจอ Flat ดีไซน์ Picture-on-Glass (หน้าจอแสดงผลมีลักษณะเป็นแผ่นกระจก) ที่มีความบางเพียงไม่กี่มิลลิเมตร และมาพร้อมกับตัว Soundbar แบบ Built-in ด้านใต้ของตัวเครื่อง

โดยในรุ่น OLED65G6T เป็นการตอกย้ำความสำเร็จของทีวีระดับพรีเมี่ยมของทาง LG ด้วยแบรนด์ LG SIGNATURE ไลน์สินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของทาง LG (อ่านบทความเกี่ยวกับ LG SIGNATURE ได้ที่นี่) โดยลักษณะโดยรวมของรุ่น OLED65G6T และ OLED65E6T จะมีความคล้ายคลึงกัน ต่างกันที่ G6 จะมีดีไซน์ที่พรีเมี่ยมในอีกระดับหนึ่ง

นอกจากความโดดเด่นทางด้านดีไซน์ Picture-on-Glass และ Soundbar แบบ Built-in ของทีวีรุ่นท็อปทั้ง 2 แล้ว LG OLED TV ในปี 2016 นี้ ยังมาพร้อมกับจุดขายของภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นอย่างการแสดงผลแบบ Perfect Black Perfect Color, เทคโนโลยี Dolby Vision, HDR10 ที่เพิ่มประสิทธิภาพของการรับชมคอนเทนท์ต่างๆ แบบ HDR บนทีวีได้ดียิ่งขึ้น และ webOS 3.0 ที่มีฟีเจอร์การใช้งานบนสมาร์ททีวีช่วยอำนวยความสะดวกมากมาย

มาถึงปี 2017 ล่าสุด ที่เมื่อต้นปี ทาง LG ก็ได้เปิดตัว OLED TV รุ่นประจำปี ที่เน้นไปในทางด้านของดีไซน์พรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น โดย ไลน์สินค้าที่เปิดตัวใหม่จะเหมือนกับ 6 โมเดลที่เปิดตัวในปี 2016 แต่ได้เพิ่มรุ่น 77G7T ที่มีหน้าจอขนาด 77 นิ้วเข้าไป และไฮไลท์หลักในแบรนด์ LG SIGNATURE ด้วยทีวีจอยักษ์ขนาด 77 นิ้วรหัสรุ่น W เข้าไป (มีรุ่น 65 นิ้วให้เลือกใช้งาน)

ปี 2016 ดีไซน์ Picture-on-Glass ได้กวาดรางวัลดีไซน์จากงานเทคโนโลยีต่างๆ ไปมากมาย LG จึงกลับมาด้วยดีไซน์ใหม่บนทีวีรหัส W ด้วยดีไซน์ Picture-on-Wall ที่ตัดส่วนประกอบของทีวีให้เหลือน้อยที่สุด จึงมีเพียงหน้าจอ OLED ขนาด 77 นิ้วบนกระจกที่มีความบางเพียง 2.57 มิลลิเมตร ติดอยู่บนผนังแบบไร้ช่องว่าง ทำให้เหมือนกับทีวีกำลังลอยอยู่บนกำแพงนั่นเอง

นอกจากในเรื่องของดีไซน์ที่มีความพรีเมี่ยมแล้ว LG OLED TV ในปีนี้ ยังมาพร้อมกับระบบภาพและเสียงระดับพรีเมี่ยม ทั้ง Dolby Vision และ Dolby Atmos อีกด้วย (รองรับเทคโนโลยีการแสดงผลภาพด้วย HDR10 และ HLG เช่นกัน) ไม่เพียงแค่นั้น ความโดดเด่น Perfect Black ก็ถูกพัฒนาด้วยเทคโนโลยี Ultra Luminance ช่วยเสริมความสว่างของภาพสีสันให้ดูสมจริงยิ่งขึ้น และ webOS 3.5 ใหม่ ที่มีฟีเจอร์ Active HDR เปลี่ยนเนื้อหาธรรมดาให้เป็นความละเอียด HDR แบบเฟรมต่อเฟรมได้

จะเห็นได้ว่า ใน 5 ปีที่ผ่านมา LG ได้ต่อยอดเทคโนโลยี OLED TV งอกงามออกมาเป็นโมเดลรุ่นใหม่ต่างๆ ได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งเมื่อดูจากที่ผ่านมาแล้วในปี 2018 ก็คงเป็นอะไรที่น่าจับตามองอยู่ไม่น้อยเลยเช่นกัน

ที่มา:

user
โดย วรรณี ชินนอก
เข้าชม 69 ครั้ง