Factory Reset มือถือแล้วรูปหายถาวรจริงไหม
หลายคนอาจเคยได้ยินว่า หากลบรูปในมือถือหรือรีเซ็ตเครื่องไปแล้ว ยังสามารถใช้โปรแกรมกู้ไฟล์ดึงรูปกลับมาได้เหมือนคอมพิวเตอร์ในอดีต จนถึงตอนนี้ ความจริงคือ มือถือยุคใหม่กู้ไฟล์หลังรีเซ็ตได้ยากมาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะ iPhone และ Android รุ่นใหม่ที่ใช้ระบบเข้ารหัสข้อมูลเต็มรูปแบบ เพราะอะไร
วันนี้จะมาเฉลยและเรื่องที่ควรต้องทำก่อนที่จะกดปุ่มนี้
Factory Reset คืออะไร?
ก่อนอื่นเรามารู้จักกับ Factory Reset หรือการรีเซ็ตมือถือกลับค่าโรงงาน คือการลบข้อมูลผู้ใช้ทั้งหมดออกจากเครื่อง แล้วทำให้มือถือกลับไปอยู่ในสภาพเหมือนเพิ่งแกะกล่องใหม่ ทั้งแอป รูปภาพ วิดีโอ บัญชีผู้ใช้ การตั้งค่า และไฟล์ส่วนตัวจะถูกลบออกจากเครื่อง
การรีเซ็ตแบบนี้ต่างจากการ Restart หรือปิดเปิดเครื่องใหม่อย่างสิ้นเชิง เพราะ Restart แค่เริ่มระบบใหม่ แต่ข้อมูลยังอยู่ครบ ส่วน Factory Reset คือการล้างข้อมูลผู้ใช้ทิ้งทั้งหมด

รีเซ็ตมือถือแล้วกู้รูปไม่ได้?
เพราะต้องยอมรับว่ามือถือใช้หน่วยความจำแบบ NAND Flash Memory ซึ่งพื้นที่สำรองข้อมูลจะน้อยกว่า แถมการกด Factory Reset คือเครื่องจะไม่มีการเก็บอะไรไว้ในเครื่องเพื่อเป้นการเริ่มต้นใหม่นั่นเองไม่ว่าจะเป็นมือถือในยุค Smart phone เริ่มต้นหรือจะเป็นปัจจุบัน ก็หายได้
เว้นแต่ถ้าเก็บไว้ใน MicroSD หรือความจำภายนอก ต่อให้เครื่องมีการรีเซ็ตใหม่ ก็จะทำให้ข้อมูลไม่หาย
iPhone รีเซ็ตแล้วกู้รูปได้ไหม?
ถ้ารีเซ็ต iPhone แล้วไม่มีข้อมูลสำรองไว้ โอกาสกู้รูปจากตัวเครื่องโดยตรงถือว่าน้อยมาก เพราะ iPhone ใช้ระบบเข้ารหัสข้อมูลแน่นหนา และเมื่อสั่งลบข้อมูลทั้งหมด ระบบจะลบกุญแจที่ใช้ถอดรหัสข้อมูลเดิมออกไป
สิ่งที่ยังมีโอกาสกู้กลับได้ คือรูปที่เคยสำรองไว้ในบริการอื่น เช่น
- iCloud Photos
- iCloud Backup
- Google Photos
- OneDrive
- LINE Keep หรือแชตที่มีรูปอยู่
- คอมพิวเตอร์ที่เคยซิงก์หรือสำรองรูปไว้
แต่ถ้าไม่เคยเปิด iCloud Photos ไม่เคยสำรองข้อมูล และรูปอยู่เฉพาะในเครื่องเท่านั้น หลังรีเซ็ตแล้วมักไม่สามารถกู้กลับมาได้
Android รีเซ็ตแล้วกู้รูปได้ไหม?
Android รุ่นใหม่ก็ใช้ระบบเข้ารหัสข้อมูลเช่นกัน โดยเฉพาะเครื่องที่รัน Android รุ่นใหม่ ๆ เมื่อ Factory Reset แล้ว กุญแจเข้ารหัสข้อมูลจะถูกลบ ทำให้การกู้ไฟล์จากหน่วยความจำภายในแทบเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ
สิ่งที่ยังพอช่วยได้คือการตรวจสอบว่ารูปเคยสำรองไว้ในบริการเหล่านี้หรือไม่
- Google Photos
- Google Drive Backup
- Samsung Cloud
- OneDrive
- แอปแกลเลอรีของผู้ผลิต เช่น Xiaomi Cloud, OPPO Cloud หรือ vivo Cloud หากเคยเปิดใช้งาน
- microSD Card หากรูปถูกบันทึกไว้ในการ์ด ไม่ใช่หน่วยความจำเครื่อง
กรณี Android ที่ใช้ microSD Card ยังมีโอกาสกู้ได้มากกว่าหน่วยความจำภายใน หากรูปถูกบันทึกอยู่ในการ์ดและยังไม่ถูกฟอร์แมตหรือเขียนทับ แต่ถ้าเป็นหน่วยความจำภายในเครื่องหลังรีเซ็ต โอกาสกู้คืนจะต่ำมาก
ทำไมร้านซ่อมหรือโปรแกรมกู้ไฟล์บางที่ยังบอกว่ากู้ได้?
ต้องแยกให้ออกระหว่าง “กู้จากเครื่องที่ยังไม่รีเซ็ต” กับ “กู้หลังรีเซ็ตแล้ว” เพราะเป็นคนละกรณีกัน
ถ้ามือถือยังไม่ถูกรีเซ็ต แค่ลบรูปไปไม่นาน หรือรูปอยู่ในถังขยะของแอป Gallery / Photos อาจยังมีโอกาสกู้กลับมาได้ แต่ถ้ากดล้างเครื่องแบบ Factory Reset ไปแล้ว โดยไม่มี Backup โอกาสจะลดลงอย่างมาก
บางโปรแกรมอาจโฆษณาว่ากู้ข้อมูลมือถือได้ แต่ในหลายกรณีสิ่งที่ทำได้จริงคือกู้จาก Backup, กู้จาก Cloud, กู้จากไฟล์แคชบางส่วน หรือดึงข้อมูลจากเครื่องที่ยังเข้าถึงระบบได้ ไม่ใช่การกู้รูปเต็มคุณภาพจากหน่วยความจำภายในหลังรีเซ็ตสำเร็จแล้ว
ก่อนรีเซ็ตมือถือ ต้องเช็กอะไรบ้าง?
ก่อนกดล้างเครื่อง ควรตรวจสอบให้ครบ เพราะหลังรีเซ็ตแล้วอาจย้อนกลับไม่ได้
- สำรองรูปและวิดีโอไปยัง Cloud แล้วหรือยัง
- เช็กรูปในอัลบั้ม Recently Deleted หรือถังขยะแล้วหรือยัง
- สำรองแชต LINE, WhatsApp หรือแอปแชตอื่นแล้วหรือยัง
- ซิงก์รายชื่อ ปฏิทิน โน้ต และไฟล์สำคัญแล้วหรือยัง
- โอนไฟล์ลงคอมพิวเตอร์หรือ External Drive แล้วหรือยัง
- จำรหัส Apple ID / Google Account ได้หรือไม่
- ปิด Find My iPhone หรือออกจากบัญชีให้เรียบร้อยก่อนขายเครื่องหรือไม่
- ตรวจสอบว่ารูปสำคัญอยู่ในเครื่องจริง หรืออยู่บน Cloud เท่านั้น
วิธีสำรองรูปก่อนล้างเครื่อง
สำหรับ iPhone
- เปิด iCloud Photos เพื่อซิงก์รูปไปยัง iCloud
- สำรองข้อมูลผ่าน iCloud Backup
- ต่อ iPhone กับ Mac หรือ Windows เพื่อดึงรูปลงคอมพิวเตอร์
- ใช้ Google Photos หรือ OneDrive เป็นอีกช่องทางสำรอง
- ตรวจสอบใน iCloud.com ว่ารูปขึ้นครบก่อนล้างเครื่อง
สำหรับ Android
- เปิด Backup ใน Google Photos
- สำรองข้อมูลด้วยบัญชี Google
- เช็ก Samsung Cloud, OneDrive หรือ Cloud ของแบรนด์ที่ใช้ ว่ารอบรับได้ไหม
- ต่อมือถือกับคอมพิวเตอร์แล้วคัดลอกโฟลเดอร์ DCIM
- ย้ายรูปสำคัญไปยัง microSD Card หรือ External Drive หากรองรับ
เช็กให้ชัวร์ รูปสำรองครบจริงหรือยัง?
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือผู้ใช้คิดว่ารูปถูกสำรองไว้แล้ว แต่จริง ๆ ยังซิงก์ไม่ครบ เพราะอินเทอร์เน็ตหลุด พื้นที่ Cloud เต็ม หรือปิดการสำรองข้อมูลไว้โดยไม่รู้ตัว
ก่อนรีเซ็ตเครื่องควรเปิดแอปที่ใช้สำรองรูป เช่น iCloud Photos หรือ Google Photos แล้วตรวจสอบสถานะว่า Backup Complete หรือซิงก์เสร็จสมบูรณ์แล้ว จากนั้นลองเข้าเว็บหรือเปิดในอุปกรณ์อีกเครื่องเพื่อดูว่ารูปสำคัญปรากฏครบจริงหรือไม่
ถ้ารีเซ็ตไปแล้ว ควรลองกู้จากที่ไหนก่อน?
หากเผลอรีเซ็ตมือถือไปแล้ว สิ่งแรกที่ควรทำคืออย่าเพิ่งใช้เครื่องต่อมากเกินไป และให้ตรวจสอบแหล่งสำรองข้อมูลทันที
- ล็อกอิน iCloud หรือ Google Account เดิม
- ตรวจสอบ iCloud Photos หรือ Google Photos
- ดูใน Recently Deleted / Trash ของบริการ Cloud
- ตรวจสอบ Backup เก่า เช่น iCloud Backup หรือ Google Backup
- เช็กคอมพิวเตอร์ที่เคยเสียบมือถือเพื่อโอนรูป
- ตรวจสอบแอปแชตที่เคยส่งรูปไว้
- ดู microSD Card หากเคยตั้งให้บันทึกรูปลงการ์ด
หากไม่พบข้อมูลในแหล่งสำรองเหล่านี้ โอกาสกู้รูปจากเครื่องโดยตรงหลัง Factory Reset จะต่ำมาก
ขายมือถือเก่า รีเซ็ตแล้วข้อมูลปลอดภัยไหม?
ในอีกมุมหนึ่ง การที่กู้ข้อมูลหลังรีเซ็ตได้ยากถือเป็นข้อดีด้านความปลอดภัย เพราะหากคุณต้องการขายมือถือเก่า ยกให้คนอื่น หรือส่งเครื่องต่อ การ Factory Reset จะช่วยป้องกันไม่ให้เจ้าของใหม่กู้รูปและไฟล์ส่วนตัวของคุณกลับมาได้ง่าย
แต่ก่อนขายเครื่องควรทำให้ครบขั้นตอน เช่น สำรองข้อมูล, ออกจากบัญชี Apple ID หรือ Google Account, ปิด Find My หรือระบบล็อกเครื่อง, ถอดซิมและ microSD Card และตรวจสอบว่าเครื่องถูกล้างข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
รีเซ็ตแล้วข้อมูลหาย แปลว่าเครื่องปลอดภัยขึ้นจริงไหม?
โดยทั่วไปใช่ เพราะมือถือยุคใหม่ออกแบบมาให้ข้อมูลส่วนตัวปลอดภัย แม้เครื่องตกไปอยู่ในมือคนอื่น การเข้ารหัสข้อมูลและการลบกุญแจหลังรีเซ็ตจึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยป้องกันการขโมยข้อมูล
แต่ความปลอดภัยนี้ก็มีข้อแลกเปลี่ยนคือ หากเจ้าของเครื่องล้างข้อมูลโดยไม่ได้สำรองไว้ก่อน ก็แทบไม่มีทางนำรูปหรือไฟล์เดิมกลับมาได้เช่นกัน
เข้าใจผิดบ่อยเกี่ยวกับการกู้รูปหลังรีเซ็ต
- คิดว่ารีเซ็ตแล้วยังกู้จากเครื่องได้เสมอ: มือถือยุคใหม่เข้ารหัสข้อมูล ทำให้กู้จากเครื่องโดยตรงยากมาก
- คิดว่า Google Photos หรือ iCloud สำรองให้อัตโนมัติเสมอ: ต้องเปิดใช้งานและมีพื้นที่ Cloud เพียงพอ
- คิดว่ารูปใน LINE คือรูปที่เก็บถาวร: รูปในแชตอาจหมดอายุหรือถูกลบจากเซิร์ฟเวอร์ได้
- คิดว่า Factory Reset เหมือน Restart: Restart ไม่ลบข้อมูล แต่ Factory Reset ล้างข้อมูลทั้งหมด
- คิดว่าร้านซ่อมกู้ได้ทุกกรณี: หากไม่มี Backup หลังรีเซ็ตสำเร็จ โอกาสกู้กลับมีน้อยมาก
ปิดท้ายก่อนจาก
แม้ว่ามือถือรุ่นใหม่จะเก่งขึ้นแต่ถ้าคุณกด Factory Reset จำไว้ว่าเครื่องจะมีการลบข้อมูลออกแต่ถ้าให้ชัวร์ควรจะต้อง สำรองรูปไว้ใน iCloud, Google Photos, Cloud ของผู้ผลิต, คอมพิวเตอร์ หรือ microSD Card ก็ยังมีโอกาสนำรูปกลับมาได้ แต่ถ้ารูปอยู่เฉพาะในหน่วยความจำเครื่องและไม่มี Backup หลังรีเซ็ตแล้วโอกาสกู้คืนแทบไม่มี
ดังนั้นก่อนรีเซ็ตมือถือทุกครั้ง ควรเช็กให้แน่ใจว่ารูป วิดีโอ แชต และไฟล์สำคัญถูกสำรองครบจริงแล้ว เพราะเมื่อกดล้างเครื่องไปแล้ว คำว่า “เดี๋ยวกู้ทีหลัง” อาจไม่ทันอีกต่อไป
ที่มา: sanook.com/hitech/1625974
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง (IT Genius Engineering) ให้บริการด้านไอทีครบวงจร ทั้งงานด้านการอบรม (Training) สัมมนา รับงานเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทั้ง SEO , PPC , และ Social media marketting
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ
Line : @itgenius (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://lin.ee/xoFlBFeFacebook : https://www.facebook.com/itgeniusonline
Tel : 02-570-8449 มือถือ 088-807-9770 และ 092-841-7931
Email : contact@itgenius.co.th
แนะนำหลักสูตรอบรมที่น่าสนใจ
Basic HTML5 and CSS3 (คอร์ส html 5 และ css 3 พื้นฐาน)
ในการเรียน html5 และ css3 นับเป็นเทคโนโลยีการพัฒนาเว็...
คำค้นหา : factory reseticloud photosicloud backupgoogle photosonedriveline keepmicrosd cardoppo cloudxiaomi cloudvivo cloud


