Meta เปิด Muse ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคล หวังเร่งจี้คู่แข่งด้วยฟีเจอร์ใช้ง่ายและความเป็นส่วนตัว

Meta เปิด Muse ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคล หวังเร่งจี้คู่แข่งด้วยฟีเจอร์ใช้ง่ายและความเป็นส่วนตัว

หมวดหมู่: บทความทั่วไปMobile AppsGadget Reviewข่าวไอที อ่านจบใน 3 นาที

Meta ประกาศผลักดัน AI สู่ผู้ใช้ทั่วไปอีกครั้งด้วย Muse ผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลที่ออกแบบมาให้ทำงานแทนผู้ใช้กับภารกิจประจำวัน เช่น ช้อปปิ้งออนไลน์ ส่งอีเมล หรือวางแผนการเดินทาง โดยบริษัทระบุว่า Muse สามารถทำงานต่อในเบื้องหลังหลังจากผู้ใช้ปิดแอป และจะกลับมาติดต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหรือต้องขออนุมัติ เช่น การสั่งซื้อ

การวางตำแหน่งสินค้าและการเปิดตัว

Muse จะเริ่มปล่อยให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ ใช้งานบน iOS, Android และผ่าน muse.ai โดย Meta ระบุว่าจะมีแว่นตา AI ตามมาในภายหลัง ผู้ใช้ทั่วไปส่วนใหญ่จะใช้ได้ฟรี แต่มีแผนสมาชิกแบบชำระเงินสำหรับผู้ที่ต้องการความสามารถเพิ่มเติม โดยรายละเอียดด้านราคาและขอบเขตของบัญชีฟรียังไม่ถูกระบุ

จุดขาย - ความง่ายและการสื่อสาร

Meta ชูจุดขายว่า Muse ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องมีทักษะทางเทคนิค ผู้ใช้สามารถสื่อสารกับ Muse ได้เหมือนส่งข้อความผ่านแอป Muse หรือ WhatsApp และ Muse จะจดจำรายละเอียดที่ผู้ใช้บอกไว้เพื่อให้คำแนะนำเชิงรุกได้ดีขึ้น แนวทางนี้ตั้งใจจะตีตลาดผู้ใช้ทั่วไปให้กว้างกว่ากลุ่มธุรกิจหรือผู้เชี่ยวชาญเทคนิค

ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย

ความน่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ช่วยที่ต้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล Meta อนุญาตให้ผู้ใช้เลือกไม่ให้อินเทอร์แอคชันถูกใช้เป็นข้อมูลฝึกโมเดล และสามารถสั่งให้ Muse ลืมข้อมูลบางอย่างได้ บริษัทระบุว่า Muse ทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือนในคลาวด์ที่แยกข้อมูลผู้ใช้แต่ละคนเพื่อป้องกันการรั่วไหล ตัว Muse จะไม่เข้าถึงรหัสผ่านหรือวิธีการชำระเงินโดยตรง และมีเอเจนต์อีกตัวชื่อ Sentinel คอยตรวจสอบไม่ให้ Muse นำข้อมูลออกสู่ภายนอกโดยไม่ผ่านการอนุมัติ

  • แผนจะเปิดตัวเวอร์ชันเครื่องเสมือนแบบ "confidential" ที่เข้ารหัส ทำให้แม้แต่ Meta เองก็ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้
  • การผสานกับ 1Password และ Shop Pay กำลังทำงานอยู่ ขณะเดียวกัน Muse สามารถเช็คเอาท์อย่างปลอดภัยผ่าน Stripe's Link ได้แล้ว

การแข่งขันและความท้าทายของ Meta

แม้ Meta จะนำ Muse มาเป็นแกนกลางของกลยุทธ์ AI หลังจากลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ - รวมถึงงบประมาณเพื่อไล่ตามคู่แข่ง แต่ผลิตภัณฑ์ประเภทเอเจนต์ส่วนตัวมีผู้เล่นจำนวนมากในตลาด เช่น OpenAI ChatGPT Work, Anthropic Claude Cowork, Microsoft Copilot Tasks, SpaceXAI Grok Bot, Moltbot และ Google Gemini Spark การที่ Muse มีฐานผู้ใช้จากเครือข่ายโซเชียลของ Meta เป็นข้อได้เปรียบ แต่บริษัทยังต้องเผชิญกับปัญหาด้านความไว้วางใจจากประวัติเรื่องความเป็นส่วนตัวและความผิดพลาดของฟีเจอร์ AI ในอดีต

ในอดีต Meta เคยมีเหตุการณ์ที่กระทบความน่าเชื่อถือหลายครั้ง เช่น กรณี Cambridge Analytica ฟีเจอร์ Discover ที่แสดงการสนทนาของผู้ใช้คนอื่นๆ บ็อตสนับสนุนที่ถูกใช้ขโมยบัญชี Instagram กว่า 20,000 บัญชี และฟีดข่าว AI ที่สร้างคอนเทนต์คลิกเบตซึ่งอาจละเมิดต่อแนวทางของบริษัท รวมถึงประเด็นแว่นตาที่ถูกวิจารณ์

สิ่งที่ต้องติดตามคือรายละเอียดแพ็กเกจแบบชำระเงิน ข้อจำกัดของผู้ใช้ฟรี การเปิดตัวเวอร์ชัน confidential ของเครื่องเสมือน และการเปิดตัวแว่นตา AI ซึ่งจะเป็นสัญญาณวัดความจริงจังของ Meta ในการแข่งขันครั้งนี้

หมายเหตุสำหรับผู้ทำงานสายไอที - ข่าวนี้มีนัยสำคัญต่อผู้พัฒนาและวิศวกรด้านความปลอดภัยที่ต้องพิจารณาการผสาน Muse กับบริการอื่น ๆ และนโยบายการจัดการข้อมูล การฝึกทักษะด้าน prompt engineering, การออกแบบระบบที่คำนึงถึงความเป็นส่วนตัว และการทดสอบการทำงานแบบเอเจนต์จะเป็นประโยชน์เมื่อเทคโนโลยีประเภทนี้แพร่หลายขึ้น

ที่มา: The Verge - เรียบเรียงและสรุปเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน IT Genius

ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง (IT Genius Engineering) ให้บริการด้านไอทีครบวงจร ทั้งงานด้านการอบรม (Training) สัมมนา รับงานเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทั้ง SEO , PPC , และ Social media marketting

ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ

Line : @itgenius (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://lin.ee/xoFlBFe
Facebook : https://www.facebook.com/itgeniusonline
Tel : 02-570-8449 มือถือ 088-807-9770 และ 092-841-7931
Email : contact@itgenius.co.th

แนะนำหลักสูตรอบรมที่น่าสนใจ

user
โดย Admin ITGenius
เข้าชม 31 ครั้ง

คำค้นหา : MetaMuseMuse SparkAI agentprivacyAI