VC ลงสนามกีฬา - Collaborative Fund เข้าซื้อส่วนหนึ่งของ D.C. United และ Audi Field

VC ลงสนามกีฬา - Collaborative Fund เข้าซื้อส่วนหนึ่งของ D.C. United และ Audi Field

หมวดหมู่: บทความทั่วไปMobile Appsการตลาดออนไลน์ข่าวไอที อ่านจบใน 3 นาที

Collaborative Fund กองทุน venture ยุคสองจากนิวยอร์กซึ่งมีเงินภายใต้การจัดการประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์ ประกาศลงทุนถือหุ้นในสโมสรฟุตบอล D.C. United และสนาม Audi Field - แนวทางที่สะท้อนการขยายขอบเขตของเงินทุนเสี่ยงเข้าไปยังเจ้าของทีมกีฬา เหมือนเทรนด์ที่ Thrive Capital เริ่มขึ้นเมื่อต้นปี

Thrive เปิดประตูให้ VC เข้าซื้อทีมกีฬา

Joshua Kushner และ Thrive Capital สร้างพาหนะใหม่ชื่อ Thrive Eternal เพื่อเก็บรักษา "iconic franchises and cultural institutions" เป็นระยะยาว โดยเริ่มจากการถือหุ้นใน San Francisco Giants และต่อมาซื้อ Los Angeles Lakers แบบเต็มตัวในราคา 12.5 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้วงการเห็นโมเดลใหม่ของการนำเงิน venture/growth ไปลงทุนในสินทรัพย์ระดับท็อปของกีฬา

โมเดลของ Collaborative แตกต่างจาก Thrive และ PE

ถึงแม้ทั้งสองกองทุนจะเข้ามาในสนามกีฬา แต่แนวทางต่างกันอย่างชัดเจน Thrive ใช้ยานพาหนะถาวรสำหรับถือครองสินทรัพย์ชิ้นสำคัญ ขณะที่ Collaborative Fund ลงทุนจากกองทุนระยะเริ่มต้นที่เขาใช้เขียนเช็กให้สตาร์ทอัพในระดับ seed และ Series A ซึ่งมองดีลนี้ไม่เพียงเป็นการซื้อและถือ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถขยายการใช้งานของพอร์ตโฟลิโอได้

สตาดิอุมเป็นช่องทางกระจายสินค้าและทดลองผลิตภัณฑ์

Craig Shapiro ผู้ก่อตั้ง Collaborative Fund บอกว่าแฟรนไชส์กีฬาเป็น "ผลิตภัณฑ์ผู้บริโภคสูงสุด" D.C. United มีฐานแฟนมายาวนานและเป็นหนึ่งในสโมสรก่อตั้งของ Major League Soccer นอกจากนี้การมี Audi Field ทำให้สนามกลายเป็นพื้นที่ทดลองใช้งานจริงของบริษัทในพอร์ต เช่น การทดสอบ activation ของ WHOOP wearables หรือการวางขายเครื่องดื่ม Olipop ในวันแข่งขัน ซึ่งมองเห็นค่าของการมีคนจำนวนมากมาในเวลาที่คาดการณ์ได้เป็นช่องทางการกระจายสินค้าและข้อมูลลูกค้าที่ทรงคุณค่า

ปัจจัยด้านมูลค่าและแนวโน้มตลาด

มูลค่าทีมกีฬาโดยรวมกำลังพุ่งขึ้น ตัวอย่างเช่นมูลค่าของสโมสร Inter Miami เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวในสองปีหลังจากที่ Lionel Messi ย้ายมา ค่าเฉลี่ยมูลค่าของสโมสร MLS เพิ่มขึ้นประมาณ 134% นับตั้งแต่ปี 2019 และมูลค่าของ D.C. United ก็เพิ่มจาก 35 ล้านดอลลาร์ในปี 2008 เป็น 785 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน เมื่อรวมกับสิทธิที่เกี่ยวกับที่ดินและสนาม นักลงทุนจึงเห็นโอกาสทั้งในเชิงมูลค่าและเชิงปฏิบัติการ

ประวัติการลงทุนด้านกีฬาไม่ได้มีแต่ venture เท่านั้น ก่อนหน้านี้ทั้งนักลงทุนบุคคลและ private equity เช่น Sixth Street, Ares, RedBird และ Arctos ก็ถือหุ้นหรือเป็นเจ้าของสโมสรมาแล้ว แต่การที่ venture firms เข้าไปในบทบาทนี้แสดงให้เห็นว่า ecosystem ของเงินทุนกำลังขยายขอบเขตจากการสนับสนุนเทคสตาร์ทอัพไปสู่การเป็นผู้สร้างและทดลองประสบการณ์ลูกค้าในโลกจริง

สิ่งที่ต้องติดตาม - โมเดลการใช้งานสนามเป็นแพลตฟอร์มทดลองสินค้าและบริการจะได้ผลจริงหรือไม่ และจะเปลี่ยนวิธีที่ VC มองสินทรัพย์ "ท้องถิ่น" ให้เป็นช่องทางการเติบโตสำหรับพอร์ตโฟลิโอระดับประเทศหรือระดับโลกอย่างไร

สำหรับคนทำงานไอทีในไทย เรื่องนี้มีแง่มุมที่เชื่อมโยงได้โดยธรรมชาติ การจะเปลี่ยนสตาดิอุมให้เป็นช่องทางดิจิทัลและประสบการณ์แบบไดนามิกต้องการงานพัฒนาแอป โมบายเว็บ บริการ backend สำหรับการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลผู้ชม รวมถึงการผสานระบบกับอุปกรณ์สวมใส่และระบบการจ่ายเงิน - นั่นคือพื้นที่ที่นักพัฒนาและทีมโปรดักต์สามารถมีบทบาทได้จริง

ที่มา: TechCrunch - เรียบเรียงและสรุปเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน IT Genius

ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง (IT Genius Engineering) ให้บริการด้านไอทีครบวงจร ทั้งงานด้านการอบรม (Training) สัมมนา รับงานเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทั้ง SEO , PPC , และ Social media marketting

ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ

Line : @itgenius (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://lin.ee/xoFlBFe
Facebook : https://www.facebook.com/itgeniusonline
Tel : 02-570-8449 มือถือ 088-807-9770 และ 092-841-7931
Email : contact@itgenius.co.th

แนะนำหลักสูตรอบรมที่น่าสนใจ

user
โดย Admin ITGenius
เข้าชม 51 ครั้ง

คำค้นหา : ข่าวไอทีVenture Capitalสตาร์ทอัพกีฬาการลงทุน