ความสนใจในหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ไม่ได้เริ่มจากที่ไหนใหม่ - แต่ช่วงหลังมีแรงหนุนจากความก้าวหน้าด้านฮาร์ดแวร์และเทคนิค AI ที่ทำให้การเรียนรู้การเคลื่อนไหวและการทำงานซับซ้อนเป็นไปได้มากขึ้น บริษัทสัญชาติจีนโดยเฉพาะผู้ผลิตรถยนต์หลายรายจึงมองว่าหุ่นยนต์อาจเป็นช่องทางสร้างรายได้ใหม่ๆ ที่เหนือกว่ากำไรจากการขายรถยนต์ซึ่งบางตลาดกำลังบีบให้เหลือน้อยลง
เงินทุนและผู้เล่นหลัก
ตัวอย่างเด่นคือ Xpeng Robotics ซึ่งหน่วยธุรกิจหุ่นยนต์ของ Xpeng ระดมทุนมากกว่า $900 million โดยประเมินมูลค่า post-money กว่า $6.3 billion รอบลงทุนนี้นำโดย IDG Capital และมีผู้ร่วมลงทุนอย่าง Gaorong Ventures, Tencent และ Alibaba บริษัทระบุว่านี่เป็นการระดมทุนรอบเดียวที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม "embodied AI" ในจีน ขณะเดียวกัน รายงานระบุว่า AiMOGA หน่วยหุ่นยนต์ของ Chery กำลังเตรียม IPO และ BYD เปิดตัวหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ชื่อ Xiao Di ผู้เล่นอื่นๆ เช่น Changan, GAC, Li Auto, SAIC และ Seres ก็อยู่ระหว่างพัฒนาเช่นกัน
จุดได้เปรียบและความท้าทาย
ผู้ผลิตรถยนต์จีนมีความได้เปรียบด้านการผลิตและห่วงโซ่อุปทานซึ่งช่วยลดต้นทุนการผลิตหุ่นยนต์ในระยะขยายขนาด Michael Dunne จาก Dunne Insights ชี้ว่า Xpeng เป็นรายที่ติดตามแนวทางของ Tesla อย่างใกล้ชิดและลงทุนจริงจังในหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ โดย Xpeng ลงทุนพิเศษจากผู้ก่อตั้ง He Xiaopeng และ Brian Gu ประมาณ $100 million ในรอบล่าสุด อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือผู้ผลิตเหล่านี้จะไล่ตาม Tesla ในแง่ซอฟต์แวร์ AI ได้หรือไม่ เพราะการใช้งานเชิงพาณิชย์ต้องการทั้งฮาร์ดแวร์และสแตกซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อน
ภูมิทัศน์คู่ขนานทั่วโลก
นอกจากจีนแล้ว ยังมีสตาร์ทอัพและบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ผลักดันหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ เช่น Agility Robotics, Apptronik, Figure และ Boston Dynamics ซึ่งปัจจุบันเป็นของ Hyundai ที่มีแผนจะนำ Atlas ไปที่โรงงานในรัฐจอร์เจียและใช้งานเชิงอุตสาหกรรมบางส่วนภายในปี 2028 Hyundai ยังร่วมมือกับ DeepMind เพื่อเร่งพัฒนา Atlas และตั้งศูนย์ Robot Metaplant Application Center ในสหรัฐ บริษัทอื่นที่เข้ามาในสนามได้แก่ Mobileye ที่เข้าซื้อ Mentee Robotics ด้วยมูลค่า $900 million และ Rivian ที่มีสปินออฟ Mind Robotics แม้รูปร่างอาจไม่เหมือนฮิวมานอยด์ทั่วไป
นัยต่อภาคอุตสาหกรรมและสิ่งที่ต้องติดตาม
การแข่งกันครั้งนี้จะไม่ใช่แค่การโชว์ของเล่นหรือการนำเสนอแนวคิด แต่จะทดสอบความสามารถในการผลิตในสเกล การผสานซอฟต์แวร์ AI กับฮาร์ดแวร์ การบริหารความปลอดภัย และโมเดลธุรกิจที่ทำให้การลงทุนมหาศาลคุ้มค่า สิ่งที่ควรจับตามองคือความคืบหน้าด้านการสาธิตเชิงพาณิชย์ การรวมเข้ากับสายการผลิตจริง ข้อตกลงด้านซอฟต์แวร์กับห้องวิจัย AI และกรอบกฎระเบียบความปลอดภัย
สำหรับคนทำงานไอทีและนักพัฒนาในไทย สิ่งนี้เปิดช่องทางความร่วมมือในด้านซอฟต์แวร์ควบคุม การมองเห็นด้วยคอมพิวเตอร์ และการเชื่อมต่อระบบหลังบ้าน การมีทักษะด้าน AI, Computer Vision และการพัฒนา embedded system จะเป็นข้อได้เปรียบเมื่อหุ่นยนต์เริ่มขยายสู่เชิงพาณิชย์
โดยสรุป ตลาดหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์กำลังเข้าสู่เฟสที่นักลงทุนและบริษัทใหญ่ทดสอบทั้งเงินทุนและเทคโนโลยี การจับตาว่าใครจะได้เปรียบทั้งในด้านซอฟต์แวร์ AI และการผลิต จะเป็นประเด็นสำคัญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ที่มา: TechCrunch - เรียบเรียงและสรุปเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน IT Genius
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง (IT Genius Engineering) ให้บริการด้านไอทีครบวงจร ทั้งงานด้านการอบรม (Training) สัมมนา รับงานเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทั้ง SEO , PPC , และ Social media marketting
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ
Line : @itgenius (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://lin.ee/xoFlBFeFacebook : https://www.facebook.com/itgeniusonline
Tel : 02-570-8449 มือถือ 088-807-9770 และ 092-841-7931
Email : contact@itgenius.co.th
แนะนำหลักสูตรอบรมที่น่าสนใจ
Basic Image with OpenCV and Python workshop
การเรียนรู้แนวทางและหลักการทำ Image Processing เบื้องต้นด้วยภาษา Python เพื่อเรียนรู้แล...
Using AI coding assistant for Python developer
ผู้ช่วย AI เป็นเครื่องมือซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่ช่วยให้โปรแกรมเมอร์เขียนโค้ดได้อย่างมีประส...
Generative AI for Software Developer
ในยุคที่ Generative AI เข้ามามีบทบาทอย่างลึกซึ้งในวงการพัฒนาซอฟต์แวร์ นักพัฒนายุคใหม่ไม...




