แจกสูตรขจัดกลิ่นคาว คราบฝังลึก ในตู้เย็น สะอาดปลอดภัยไร้สารเคมี
ตู้เย็นเหม็นอับ อย่าเพิ่งซื้อสเปรย์! เปิดสูตร “เบกกิ้งโซดา” ล้างคราบ-ดับกลิ่นคาว ทำง่ายกว่าที่คิด
เปิดตู้เย็นมาทีไรต้องผงะกับกลิ่นเหม็นอับใช่ไหม? ไอเทมกู้ชีพชั้นดีอาจวางอยู่ในครัวของคุณเรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือ "เบกกิ้งโซดา" ผงสารพัดประโยชน์ที่ทั้งอ่อนโยน ปลอดภัยกับอาหาร แต่ทรงพลังในการขจัดคราบมัน สดชื่นไร้กลิ่นตกค้าง เพราะเบกกิ้งโซดาจะช่วย "สะเทินกลิ่น" (Neutralize) ให้หมดไป ไม่ใช่แค่กลบกลิ่นเหมือนน้ำหอมทั่วไป
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มทำความสะอาด
- กระติกน้ำแข็ง/กล่องเก็บความเย็น (สำหรับใส่ของสดระหว่างทำความสะอาด)
- ถุงขยะ หรือถังสำหรับใส่เศษอาหาร
- น้ำยาล้างจานและน้ำอุ่น
- เบกกิ้งโซดา
- ขวดสเปรย์ หรือถ้วยสำหรับผสม
- ฟองน้ำนุ่มๆ หรือผ้าไมโครไฟเบอร์
- แปรงสีฟันเก่า (สำหรับขัดซอกมุม ยางขอบประตู และบานพับ)
- ผ้าชุบน้ำหมาดๆ สำหรับเช็ดล้าง และผ้าแห้งสำหรับเช็ดให้แห้งสนิท
6 ขั้นตอนทำความสะอาดตู้เย็นด้วยเบกกิ้งโซดา
ขั้นตอนที่ 1: เคลียร์ของออกจากตู้เย็นอย่างเป็นระบบ
Sofia Martinez ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำความสะอาดและ CEO ของ Sparkly Maid Austin แนะนำว่า ควรเริ่มทำความสะอาดจาก "ชั้นบนสุดลงมาชั้นล่างสุด" โดยทยอยเอาของออกทีละชั้น เช็กวันหมดอายุและกลิ่นทันที หากไม่แน่ใจให้ทิ้งได้เลย สำหรับของสด ของคาว หรือนม หากใช้เวลาล้างตู้เย็นนานเกิน 2 ชั่วโมง ควรย้ายไปแช่ในกระติกน้ำแข็งชั่วคราวเพื่อป้องกันอาหารบูดเน่า
ขั้นตอนที่ 2: ถอดชั้นวางและลิ้นชักออกมาล้าง
ข้อควรระวังสำคัญ: ชั้นวางที่เป็นกระจก ต้องตั้งทิ้งไว้ให้ปรับอุณหภูมิเท่าห้องปกติประมาณ 15–20 นาทีก่อนนำไปล้างด้วยน้ำอุ่น เพื่อป้องกันกระจกแตกจากปรากฏการณ์ Thermal Shock จากนั้นล้างด้วยน้ำยาล้างจาน หากมีคราบฝังแน่น ให้ป้าย "เบกกิ้งโซดาผสมน้ำเป็นเนื้อครีมข้น" ทิ้งไว้สักครู่แล้วค่อยขัดเบาๆ ส่วนลิ้นชักขนาดใหญ่ แนะนำให้แช่ในอ่างอาบน้ำหรือกะละมังใหญ่น้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจาน 10–15 นาที แล้วค่อยขัด rửa ก่อนนำกลับไปใส่ตู้เย็น ต้องตากให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันเชื้อแบคทีเรีย
ขั้นตอนที่ 3: ผสมน้ำยาทำความสะอาดเบกกิ้งโซดา
สูตรน้ำยาสเปรย์ง่ายๆ คือ เบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำร้อน 1 ควอร์ต (ประมาณ 1 ลิตร) ใส่ขวดสเปรย์ สำหรับคราบหนักฝังแน่น ให้ผสมเบกกิ้งโซดา 3 ส่วน ต่อ น้ำ 1 ส่วน ให้ได้เนื้อครีมข้นเพื่อใช้ป้ายคราบโดยเฉพาะ
ขั้นตอนที่ 4: ฉีดพ่นและขัดภายในตู้เย็น
ฉีดสเปรย์เบกกิ้งโซดาให้ทั่วภายในตู้เย็น ทิ้งไว้ 2–3 นาทีให้ตัวยาช่วยย่อยคราบมัน แล้วเช็ดจากบนลงล่าง หากเจอคราบแห้งกรัง ให้ทาเนื้อครีมเบกกิ้งโซดาทับ แล้วโปะด้วยกระดาษทิชชูชุบน้ำหมักไว้ 5 นาที คราบจะหลุดออกง่ายมาก
ใช้แปรงสีฟันเก่าจุ่มน้ำยาเบกกิ้งโซดา ขัดตามซอกมุม บานพับ และ "ยางขอบประตู" ซึ่งเป็นจุดสะสมความชื้น เศษอาหาร และเชื้อราหมักหมมที่คนมักมองข้าม
ขั้นตอนที่ 5: เช็ดล้างและเช็ดแห้งให้สนิท
ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดคราบเบกกิ้งโซดาออกให้หมด เพราะหากมีคราบตกค้างอาจส่งผลต่อรสชาติของอาหารได้ จากนั้นใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์แห้งเช็ดทุกซอกมุมให้แห้งสนิทที่สุด เพราะความชื้นที่ตกค้างจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแบคทีเรียและเชื้อราได้อย่างรวดเร็ว
ขั้นตอนที่ 6: วางกล่องเบกกิ้งโซดาเปิดฝา เพื่อดูดกลิ่นระยะยาว
หลังทำความสะอาดเสร็จ ให้วางผงเบกกิ้งโซดาเปิดฝากล่องไว้ในตู้เย็น เบกกิ้งโซดาจะทำหน้าที่ดูดซับและสะเทินกลิ่นอาหาร คาวปลา และก๊าซจากผักเน่าได้อย่างดีเยี่ยม ควร เปลี่ยนกล่องใหม่ทุกๆ 3 เดือน เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการดูดกลิ่น
วิธีรับมือเมื่อตู้เย็นยังมีกลิ่นเหม็นรุนแรงฝังลึก
หากล้างตู้เย็นแล้วแต่กลิ่นคาวรุนแรงยังไม่หายไป Sofia Martinez แนะนำให้ใช้ **ถ่านกัมมันต์ (Activated Charcoal)** หรือ **ผงกาแฟบดใหม่** ใส่ถ้วยตั้งทิ้งไว้ในตู้เย็น 24–48 ชั่วโมง เพราะถ่านกัมมันต์มีรูพรุนสูงกว่าเบกกิ้งโซดา จึงดูดซับกลิ่นรุนแรงได้ดีกว่า
แต่หากกลิ่นเหม็นยังคงวนเวียนกลับมา อาจเกิดจากสาเหตุเหล่านี้:
- มีน้ำหรือคราบอาหารไหลลงไปสะสมใต้ลิ้นชักแช่ผัก หรือหลังชิ้นส่วนที่ถอดไม่ได้
- เชื้อราในยางขอบประตูยังถูกกำจัดไม่หมด
- ถาดรองน้ำทิ้งตู้เย็น (Drip Pan) สกปรก: ถาดนี้มักอยู่ด้านหลังหรือใต้ตู้เย็น หากมีน้ำขังจนเกิดเมือกแบคทีเรีย จะส่งกลิ่นเหม็นอับโชยออกมาตลอดเวลา ต้องถอดออกมาล้างทำความสะอาดด้วยเช่นกัน
ทริกเล็กๆ ช่วยให้ตู้เย็นสะอาด สดชื่นได้นานขึ้น
- ทำความสะอาดใหญ่ทุก 3 เดือน: ล้างตู้เย็นแบบจัดเต็มตามฤดูกาล และคอยเช็กเคลียร์ของหมดอายุสัปดาห์ละครั้ง (แนะนำให้ทำก่อนวันไปจ่ายตลาด)
- ใส่อาหารในกล่องปิดสนิท: หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกแรปคลุมหลวมๆ เพราะความชื้นและกลิ่นจะกระจายทั่วตู้เย็น การใช้กล่องใสจะช่วยให้มองเห็นของข้างในง่าย ไม่ลืมทิ้งไว้จนเน่า
- เช็ดคราบทันทีที่หก: คราบใหม่เช็ดง่ายใน 5 วินาที แต่คราบแห้งกรัง 2 สัปดาห์อาจต้องใช้เวลาขัดถึง 15 นาที
- คุมอุณหภูมิให้อยู่ที่ 4°C หรือต่ำกว่า: หากอุณหภูมิสูงกว่า 4°C แบคทีเรียจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้อาหารเสียไวและเกิดกลิ่นเหม็นได้ง่ายขึ้น
เพียงดูแลตู้เย็นอย่างสม่ำเสมอและหมั่นจัดการคราบอาหารหรือของหมดอายุ ก็ช่วยลดปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์และทำให้พื้นที่เก็บอาหารสะอาดขึ้นได้ ส่วนเบกกิ้งโซดาสามารถนำมาใช้เป็นหนึ่งในตัวช่วยทำความสะอาดและลดกลิ่นได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความสะอาดแหล่งกำเนิดของกลิ่นอย่างตรงจุด โดยเฉพาะคราบอาหาร น้ำที่ขัง และบริเวณที่มักถูกมองข้าม เท่านี้ตู้เย็นก็จะสะอาดและน่าใช้งานมากขึ้นในทุกวัน

ที่มา: sanook.com/news/9907222
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง (IT Genius Engineering) ให้บริการด้านไอทีครบวงจร ทั้งงานด้านการอบรม (Training) สัมมนา รับงานเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทั้ง SEO , PPC , และ Social media marketting
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ
Line : @itgenius (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://lin.ee/xoFlBFeFacebook : https://www.facebook.com/itgeniusonline
Tel : 02-570-8449 มือถือ 088-807-9770 และ 092-841-7931
Email : contact@itgenius.co.th
แนะนำหลักสูตรอบรมที่น่าสนใจ
Basic HTML5 and CSS3 (คอร์ส html 5 และ css 3 พื้นฐาน)
ในการเรียน html5 และ css3 นับเป็นเทคโนโลยีการพัฒนาเว็บไซต์สมัยใหม่ เรามีการสอน html5 ที่มีการใช้งานเว็บไซต์ผ่านอุปกรณ์ (...
คำค้นหา : ขจัดกลิ่นคาวเบกกิ้งโซดาน้ำยาล้างจานผ้าไมโครไฟเบอร์ทำความสะอาดตู้เย็นบานพับกลิ่นอาหารยางขอบประตูถาดรองน้ำทิ้งถ่านกัมมันต์


