ที่งาน AU26 Autodesk ย้ำแนวคิดเดิมแต่ชัดขึ้นว่าเป้าหมายของ AI ในวงการครีเอทีฟคือการลบงานน่าเบื่อออกจากผู้สร้าง ไม่ใช่มาแทนที่ศิลปินหรือกดให้คนทำงานสองเท่า โดยตัวอย่างเทคโนโลยีที่พูดถึงมีตั้งแต่แพลตฟอร์มใหม่ Flow Studio ไปจนถึงฟีเจอร์ AI ที่ฝั่ง 3D อย่าง MotionMaker สำหรับ Maya แต่คำถามที่น่าสนใจจาก Diana Colella หัวหน้าฝ่าย Media & Entertainment คือเวลาที่ได้คืนมานั้นศิลปินจะนำไปใช้ทำอะไร
AI ควรเพิ่มพื้นที่ให้ลองไอเดีย ไม่ใช่เพิ่มชั่วโมงงาน
Colella ตีความว่าเป้าหมายเชิงปฏิบัติคือช่วยงานที่กินเวลามากแต่ไม่เพิ่มมูลค่าให้ผลงาน เช่น การเรนเดอร์หรือกระบวนการผลิตที่ซ้ำซาก แต่สิ่งที่ทำให้มุมมองของเธอแตกต่างคือการถามว่าเวลาที่ประหยัดได้จะถูกใช้แบบไหน - สตูดิโอจะขอให้นักอนิเมเตอร์ทำเนื้องานเพิ่มขึ้นหรือจะให้โอกาสทดลองไอเดียที่ปกติไม่มีเวลาเผื่อทำ
ผลดีชัดเจนที่เห็นได้คือช่วงก่อนการผลิต
เธอยกตัวอย่างงาน pre-production ที่การมีเครื่องมือช่วยให้สร้าง asset ได้เร็วขึ้นและรัน iteration ได้มากขึ้นก่อนจะลงทุนจริง ทำให้จับปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ แทนที่จะเจอปัญหาเมื่องบประมาณถูกใช้ไปมากแล้ว นั่นหมายความว่า AI อาจช่วยลดความเสี่ยงและเปิดให้ทดลองแนวทางที่ไม่เคยมีโอกาส
ความกังวลและความโปร่งใสในการใช้ AI
แม้เทคโนโลยีจะช่วยได้ ลูกค้าบางรายกลับไม่อยากประกาศว่าตนใช้ AI เพราะความกังวลเรื่องภาพลักษณ์และความปลอดภัยในการทำงาน Colella มองว่าเสียงฟีดแบ็กเชิงลบและการทำ fearmongering รอบๆ AI ทำให้คนเลือกใช้แบบเงียบๆ ทั้งที่เครื่องมือช่วยงานจริง นอกจากนี้เธอยังเน้นความสำคัญของความโปร่งใส - ศิลปินและผู้ใช้ต้องรู้ว่าอะไรเป็นฟีเจอร์ AI เพื่อสร้างความไว้วางใจ
ทำไม Autodesk มุ่งที่ 3D มากกว่า 2D
Colella ให้เหตุผลว่าฝั่ง 2D ถูก disrupt โดย generative AI ได้ง่ายกว่า ขณะที่ 3D มีความซับซ้อนและยังต้านการถูกแทนที่ด้วย AI ได้ดีกว่า Autodesk จึงตั้งใจพัฒนาเครื่องมือ AI ที่ฝังอยู่ใน workflow แบบเดิม เช่น MotionMaker ใน Maya แทนที่จะผลักให้คนต้องเรียนเครื่องมือใหม่ ทั้งยังช่วยให้โปรเจกต์ที่เริ่มจากเครื่องมืออย่าง Blender ยังคงต้องใช้ซอฟต์แวร์ระดับโปรเพื่อทิ้งท้ายงาน ทำให้ Autodesk วางตำแหน่งตัวเองเป็นผู้ที่สามารถพาโปรเจกต์ไปจนเสร็จสมบูรณ์
สรุปแล้ว Colella มองว่า AI จะเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม สร้างโอกาสให้ผู้สร้างผลงานอิสระมากขึ้น และอาจทำให้มีครีเอเตอร์มากขึ้นในระยะยาว แทนที่จะเป็นการลดคนลงเป็นวงกว้าง แต่การทดสอบจริงจะอยู่ที่ว่าเวลาที่ได้คืนมาจะถูกนำไปสร้างสรรค์หรือถูกรีดเป็นผลผลิตเพิ่ม
สิ่งที่ควรติดตาม - การยอมรับของชุมชนครีเอทีฟต่อการใช้ AI อย่างเปิดเผย และมาตรฐานความโปร่งใสของฟีเจอร์ AI ภายในเครื่องมือหลักอย่าง Maya และ Flow Studio จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นประโยชน์ต่อความคิดสร้างสรรค์หรือทำให้ศิลปินถูกบีบให้ทำงานเพิ่ม
หมายเหตุสั้นๆ สำหรับคนไอทีไทย - ถ้าคุณทำงานด้าน VFX, 3D หรือ pipeline production นี่คือสัญญาณว่าองค์ความรู้เรื่องการผสาน AI เข้ากับ workflow เดิมและการจัดการคุณภาพงานจะกลายเป็นทักษะที่มีประโยชน์ในอนาคตอันใกล้
ที่มา: Creative Bloq - เรียบเรียงและสรุปเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน IT Genius
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง (IT Genius Engineering) ให้บริการด้านไอทีครบวงจร ทั้งงานด้านการอบรม (Training) สัมมนา รับงานเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทั้ง SEO , PPC , และ Social media marketting
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ
Line : @itgenius (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://lin.ee/xoFlBFeFacebook : https://www.facebook.com/itgeniusonline
Tel : 02-570-8449 มือถือ 088-807-9770 และ 092-841-7931
Email : contact@itgenius.co.th
แนะนำหลักสูตรอบรมที่น่าสนใจ
AI Tools เพื่อการทำงานและธุรกิจยุคใหม่
ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน และด...
AI Video Editor - ตัดต่อวิดีโอด้วย AI Claude / Codex / Hyperframes
การผลิตวิดีโอคอนเทนต์เป็นประจำทุกวันคือภาระงานที่กินเวลามากที่สุดของเจ้าของธุรกิจและทีม...
AI Governance และ Responsible AI สำหรับองค์กร
องค์กรส่วนใหญ่มีพนักงานใช้ AI กันแล้ว แต่ยังไม่มีนโยบายว่าใช้ได้แค่ไหน ข้อมูลอะไรห้ามป้...
คำค้นหา : AutodeskAI3DFlow StudioMaya




