การลงทุนสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อรองรับความต้องการด้าน AI กำลังกลายเป็นปัญหาข้อถกเถียงในหลายเมืองของสหรัฐฯ ผู้ประกอบการสัญญาว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงาน แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ในย่านที่เสนอสถานที่กลับกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต
ชุมชนที่มีบาดแผลจากอุตสาหกรรมหนักไม่ไว้วางใจ
ตัวอย่างที่ชัดคือย่าน Grays Ferry ในฟิลาเดลเฟีย คนในพื้นที่ที่เติบโตท่ามกลางโรงกลั่นน้ำมันเก่ากล่าวว่าพวกเขาสัมผัสได้ถึงผลกระทบต่อสุขภาพของครอบครัวและเพื่อนบ้านมาเป็นเวลานาน นักกิจกรรมอย่าง Shawmar Pitts ซึ่งเคยเห็นผลกระทบจากโรงกลั่นที่หยุดการผลิตหลังเหตุระเบิดในปี 2019 จึงเป็นหนึ่งในผู้นำการเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการระงับการอนุญาตสร้างศูนย์ข้อมูลในเมือง
ข้อกังวลด้านพลังงานและมลพิษ
แม้ศูนย์ข้อมูลจะไม่ได้ปล่อยมลพิษเทียบเท่าโรงกลั่นน้ำมันที่เคยประมวลผลน้ำมันดิบได้ถึง 335,000 บาร์เรลต่อวัน แต่ความต้องการพลังงานเพื่อรองรับ AI กำลังพุ่งสูง BloombergNEF คาดการณ์ว่า ภายในปี 2035 ศูนย์ข้อมูลของสหรัฐฯ อาจใช้ก๊าซธรรมชาติมากกว่าประเทศเยอรมนีและญี่ปุ่นรวมกัน การเผาก๊าซธรรมชาติโดยทั่วไปปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ประมาณ 60 กรัมต่อฟุตลูกบาศก์ และการเพิ่มขึ้นของความต้องการจากศูนย์ข้อมูลอาจก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000,000 เมตริกตันต่อวัน ซึ่งคิดเป็นราว 12% ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสหรัฐฯ ปัจจุบัน นักวิจัยฮาร์วาร์ดยังเตือนว่ามลพิษจากเชื้อเพลิงฟอสซิลเชื่อมโยงกับการเสียชีวิตจำนวนมากทั่วโลก
การตอบสนองจากประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่น
ชุมชนหลายแห่งเริ่มเคลื่อนไหวเพื่อตั้งข้อกำหนดหรือขอให้ชะลอการอนุญาต ในรัฐนิวยอร์ก ผู้ว่าการ Kathy Hochul ลงนามคำสั่งผู้บริหารห้ามอนุมัติใบอนุญาตใหม่ชั่วคราวสำหรับโครงการขนาดใหญ่ เมืองต่างๆ เช่น Denver, Indianapolis, Asheville, Charlotte และ Reno ก็ประกาศมอราทอเรียมเพื่อเก็บข้อมูลและประเมินผลกระทบก่อนตัดสินใจอนุญาต
สิ่งที่ต้องจับตามอง
ประเด็นหลักไม่ได้มีแค่การใช้พลังงานเท่านั้น แต่รวมถึงการใช้ทรัพยากรอื่นๆ เช่น น้ำ เสียงรบกวน และความกังวลเรื่องการเข้าถึงข้อมูลของศูนย์ข้อมูล คนในชุมชนกลัวว่าจะสูญเสียสาธารณูปโภคหรือถูกกระทบด้านสุขภาพโดยที่ไม่ได้รับประโยชน์จากงานหรือการพัฒนาอย่างแท้จริง
สำหรับผู้ที่ทำงานสายไอทีในไทย ข้อถกเถียงนี้เป็นสัญญาณให้ติดตามแนวทางการจัดการพลังงานและความยั่งยืนของศูนย์ข้อมูล รวมทั้งนโยบายด้านชุมชนและการกำกับดูแล AI ที่อาจมีผลต่อการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต
ในระยะต่อไป เมืองต่างๆ จะต้องหาจุดสมดุลระหว่างการดึงการลงทุนด้าน AI กับการปกป้องสุขภาพของประชาชนและความยั่งยืนด้านพลังงาน การเฝ้าดูการตัดสินใจด้านนโยบายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมจะเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ที่มา: TechCrunch - เรียบเรียงและสรุปเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน IT Genius
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง (IT Genius Engineering) ให้บริการด้านไอทีครบวงจร ทั้งงานด้านการอบรม (Training) สัมมนา รับงานเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทั้ง SEO , PPC , และ Social media marketting
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ
Line : @itgenius (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://lin.ee/xoFlBFeFacebook : https://www.facebook.com/itgeniusonline
Tel : 02-570-8449 มือถือ 088-807-9770 และ 092-841-7931
Email : contact@itgenius.co.th
แนะนำหลักสูตรอบรมที่น่าสนใจ
สร้างระบบ Observability ด้วย Prometheus และ Grafana
สล็อตวอเลทเมื่อระบบล่มหรือช้า คำถามแรกคือรู้ได้อย่า...
AI Tools เพื่อการทำงานและธุรกิจยุคใหม่
ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน และด...
คำค้นหา : AIdata centerพลังงานมลพิษชุมชน




