Meta กำลังเร่งขยายขอบเขตของ Muse ตัวแทน AI ส่วนบุคคลที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อต้นเดือนกันยายน โดยในการงาน Connect บริษัทเปิดตัวความสามารถใหม่หลายอย่างที่ออกแบบมาให้ Muse ทำงานเชิงปฏิบัติการได้ลึกขึ้นและผสานกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้มากขึ้น สิ่งที่ประกาศมีตั้งแต่การให้ Muse มีอวาตาร์แบบเรียลไทม์ ไปจนถึงการสั่งงานคอมพิวเตอร์และเชื่อมต่อกับระบบชำระเงินและร้านค้าชื่อดัง
อวาตาร์แบบเรียลไทม์ - เติมความเป็นบุคคลให้ AI
หนึ่งในฟีเจอร์ที่โดดเด่นคือ Muse Realtime Avatar โมเดลใหม่ที่จะทำให้ Muse มีหน้าตา เสียง และการเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์ ผู้ใช้สามารถสร้างอวาตาร์เฉพาะของตัวเองและคุยผ่านวิดีโอได้ทันที ตัวอย่างการสาธิตบนเวทีแสดงให้เห็นการโต้ตอบที่เป็นธรรมชาติ ผู้ใช้สามารถมอบหมายงานหรือถามคำถามกับอวาตาร์ได้เหมือนคุยกับผู้ช่วยคนหนึ่ง
ผสานกับแว่นอัจฉริยะและการทำงานข้ามอุปกรณ์
Meta ระบุว่า Muse จะทำงานบนสายแว่นอัจฉริยะของบริษัท ผู้ใช้เพียงพูดกับแว่นโดยใช้ wake word เพื่อให้ Muse ช่วยแนะนำการออกกำลังกาย บันทึกมื้ออาหาร จองนัดหมาย หรือช่วยซื้อสินค้าที่เห็นได้ ทั้งนี้ Muse จะทำงานเป็นเบื้องหลังและแจ้งผลเมื่อเสร็จสมบูรณ์ ฟีเจอร์นี้จะปล่อยให้ใช้งานใน "coming months" แต่ Meta ยังไม่ระบุวันแน่นอน
สั่งงานบน Mac และอีเมลเฉพาะของ Muse
Meta ขยายขอบเขตการทำงานของ Muse ไปยัง Mac ผู้ใช้จะสามารถมอบหมายงานให้ Muse ทํางานบนแอปเดสก์ทอปต่างๆ โดย Muse จะทำงานต่อเนื่องเมื่อตัวผู้ใช้เดินออกจากคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้บริษัทกำลังพัฒนาที่อยู่อีเมลของ Muse เอง เพื่อให้เอเยนต์สามารถถูกเพิ่มเข้าไปในเธรดอีเมลหรือส่งต่อเมลเพื่อลงมือจัดการแทนผู้ใช้
เชื่อมต่อการช็อปปิงและพาร์ทเนอร์ด้านการจ่ายเงิน
Meta ได้จับมือกับ Stripe และ Shopify เพื่อให้ Muse เข้าถึงแคตาล็อกสินค้า Shopify แบบ agentic และใช้ Shop Pay ในการซื้อของได้โดยตรง รวมถึงเพิ่มการรองรับการชำระเงินผ่าน PayPal บริษัทยังประกาศพาร์ทเนอร์ค้าปลีกหลายราย ได้แก่ Best Buy, Gap, Sephora, Walmart และ Wayfair พร้อมกับบริการอื่นๆ เช่น Expedia และเร็วๆ นี้คือ Instacart นอกจากนี้ยังมีคอนเนคเตอร์ไปยัง GitHub, Granola และ Notion
แพลตฟอร์มนักพัฒนา - โอกาสสำหรับการสร้างคอนเนคเตอร์
Meta เปิดแพลตฟอร์มให้นักพัฒนาสร้างคอนเนคเตอร์ของตนเองและระบุว่าได้รับมากกว่า 1,500 ใบสมัครภายในไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ บริษัทมองว่าการเปิดนี้เป็นโอกาสสำหรับนักพัฒนาในการสร้างบริการสำหรับแพลตฟอร์มใหม่ที่อาจเติบโตอย่างรวดเร็ว
สรุป - ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ชัดเจนว่า Meta ตั้งใจผลักดัน Muse ให้เป็นผู้ช่วย AI ส่วนบุคคลที่ทำงานเชิงปฏิบัติการได้จริง ทั้งด้านการสื่อสารแบบมีตัวตน การทำงานข้ามอุปกรณ์ และการซื้อขายออนไลน์ สำหรับผู้พัฒนาซอฟต์แวร์และทีมผลิตภัณฑ์ในไทย จุดที่น่าสนใจคือการเปิดคอนเนคเตอร์ซึ่งอาจเป็นช่องทางใหม่ในการเชื่อมบริการท้องถิ่นเข้ากับ Muse และเป็นโอกาสในการทดลองสร้างแอปหรือการชำระเงินแบบ agent-driven
ที่มา: TechCrunch - เรียบเรียงและสรุปเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน IT Genius
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง (IT Genius Engineering) ให้บริการด้านไอทีครบวงจร ทั้งงานด้านการอบรม (Training) สัมมนา รับงานเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทั้ง SEO , PPC , และ Social media marketting
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ
Line : @itgenius (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://lin.ee/xoFlBFeFacebook : https://www.facebook.com/itgeniusonline
Tel : 02-570-8449 มือถือ 088-807-9770 และ 092-841-7931
Email : contact@itgenius.co.th
แนะนำหลักสูตรอบรมที่น่าสนใจ
Generative AI for Software Developer
ในยุคที่ Generative AI เข้ามามีบทบาทอย่างลึกซึ้งในวงการพัฒนาซอฟต์แวร์ นักพัฒนายุคใหม่ไม...
สร้าง AI Chatbots สำหรับองค์กรด้วย LangChain.js & Next.js & Supabase
ในยุคดิจิทัลที่องค์กรต่างขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การปลดล็อกศักยภาพของข้อมูลภายในองค์กรให้พ...
AI Coding Agent for SDLC พัฒนาซอฟต์แวร์ครบวงจรด้วย AI Agent
นักพัฒนาส่วนใหญ่ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ดกันแล้ว แต่ยังใช้แบบสั่งทีละงานแล้วคัดลอกผลลัพธ์มาว...
Using AI coding assistant for Python developer
ผู้ช่วย AI เป็นเครื่องมือซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่ช่วยให้โปรแกรมเมอร์เขียนโค้ดได้อย่างมีประส...





