ภาพรวมหลักสูตร
ยุคสมัยนี้การพัฒนาเว็บแอพพลิเคชั่นส่วนใหญ่เน้นไปทางการทำเว็บที่เป็นแบบ Single Page Application (SPA) คือการทำงานจบในหน้าเดียว ไม่ต้องรีโหลด หรือเปลี่ยนหน้าไปมา จึงกำเนิด JavaScript Framework ที่รองรับการทำงานลักษณะนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Angular, React, NodeJS และ Vue.js ก็เป็นหนึ่งใน JavaScript Framework ที่กำลังได้รับความนิยมใช้กัน
ซึ่งในหลักสูตรนี้จะแนะนำภาพรวมตั้งแต่เริ่มต้นการใช้งาน ไปจนสามารถประยุกต์พัฒนาโปรเจ็กต์ของผู้เรียนได้เอง จึงเหมาะสำหรับผู้สนใจเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บแอพสมัยใหม่ด้วย Vue.js เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเว็บแอพของตัวเองได้ต่อไป
สิ่งที่คุณจะได้รับ
- เข้าใจแนวคิดของ Component Based Application ใน Vue.js 3
- สร้างแอปด้วย createApp และเข้าใจ Options API กับ Composition API
- ใช้งาน Basic Directives ได้
- จัดการ State ด้วย ref, reactive และ Pinia ได้
- จัดการ Event Handler ได้
- จัดการ Attribute Binding ได้
- สามารถจัดการฟอร์มและรับค่าจากฟอร์มด้วย v-model ได้
- เข้าใจ Lifecycle Hook ของ Vue 3
- สามารถเชื่อมต่อกับ HTTP Service ด้วย Fetch API หรือ Axios ได้
- ประยุกต์สร้าง Single Page Application (SPA) ด้วย Vue Router ได้
หลักสูตรนี้เหมาะสำหรับ
- นักเรียนนักศึกษา
- ครู อาจารย์ วิทยากรที่สนใจ
- นักวิชาการ นักไอที หรือผู้ดูแลระบบ
- ผู้สนใจทั่วไป
พื้นฐานของผู้เข้าอบรม
- พื้นฐาน HTML & CSS มาบ้าง
- พื้นฐาน JavaScript มาบ้าง
- พื้นฐานการใช้งาน Windows
- พื้นฐานการค้นหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต
หัวข้อการฝึกอบรม
รอบอบรมและรูปแบบการอบรม
สำหรับบุคคล — รอบอบรมทั่วไป
ขณะนี้ยังไม่มีรอบอบรมเปิดรับสมัคร ลงชื่อจองไว้ได้เลย ทีมงานจะติดต่อกลับเป็นกลุ่มแรกเมื่อเปิดรอบถัดไป หรือสอบถามทางไลน์ หรือโทร 02-570-8449 หรือ 088-807-9770
สำหรับองค์กร — In-house / Private Training
- ปรับเนื้อหาให้ตรงกับเครื่องมือและงานจริงของทีม
- เลือกวันเอง อบรมที่บริษัทหรือออนไลน์สด
- ออกใบเสนอราคาในนามนิติบุคคลให้ฝ่ายจัดซื้อ
ขอใบเสนอราคาอบรมองค์กร คำถามที่พบบ่อย
Composition API ใน Vue 3 ต่างจาก Options API อย่างไร
Options API แบ่งโค้ดของ Component ตามประเภท เช่น data, methods, computed และ watch ส่วน Composition API เขียนทุกอย่างในฟังก์ชัน setup หรือในแท็ก script setup และจัดกลุ่มโค้ดตามฟีเจอร์ได้ ใช้ ref() และ reactive() ประกาศ State และแยกตรรกะที่ใช้ซ้ำออกเป็น Composable ได้ จึงเหมาะกับ Component ขนาดใหญ่และใช้ร่วมกับ TypeScript ได้ดี ทั้งสองแบบยังใช้ได้ใน Vue 3
ref กับ reactive ใน Vue 3 ต่างกันอย่างไร
ref() ใช้ได้กับค่าทุกชนิด รวมถึงตัวเลขและข้อความ โดยห่อค่าไว้ในออบเจกต์ที่อ่านเขียนผ่าน .value ในโค้ด JavaScript แต่ใน Template ใช้ชื่อตัวแปรได้เลย ส่วน reactive() ใช้กับออบเจกต์หรืออาร์เรย์และเข้าถึง Property ได้ตรง ๆ แต่ถ้าแทนที่ทั้งออบเจกต์หรือ Destructure ออกมาจะเสีย Reactivity ทั้งสองแบบทำงานด้วย Proxy ของ JavaScript และหลายทีมเลือกใช้ ref เป็นหลักเพื่อความสม่ำเสมอ
เริ่มสร้างโปรเจกต์ Vue 3 ด้วย Vite มีขั้นตอนอย่างไร
ติดตั้ง Node.js ก่อน แล้วรันคำสั่ง npm create vue@latest ซึ่งใช้ create-vue ถามว่าจะเพิ่ม Vue Router, Pinia หรือ TypeScript หรือไม่ จากนั้นเข้าโฟลเดอร์โปรเจกต์ รัน npm install เพื่อติดตั้งแพ็กเกจ และรัน npm run dev เพื่อเปิด Dev Server ของ Vite ที่อัปเดตหน้าให้ทันทีเมื่อแก้โค้ด เมื่อพร้อมใช้งานจริงให้รัน npm run build เพื่อสร้างไฟล์สำหรับ Production
หลักสูตร Basic Vue.js 3 เหมาะกับใคร ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน
เหมาะกับนักศึกษา ครู อาจารย์ นักไอทีหรือผู้ดูแลระบบ และผู้สนใจทั่วไปที่อยากสร้างเว็บแบบ Single Page Application ด้วย Vue.js 3 ควรมีพื้นฐาน HTML, CSS และ JavaScript มาบ้าง ใช้งาน Windows ได้ และค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตได้ ไม่จำเป็นต้องเคยใช้ Framework ฝั่งหน้าเว็บมาก่อน
เรียนจบหลักสูตร Basic Vue.js 3 แล้วทำอะไรได้บ้าง
สร้างแอปด้วย Vue 3 ทั้ง Options API และ Composition API ใช้ Directive, Event และ v-model กับฟอร์ม แบ่งหน้าจอเป็น Component ที่ส่งข้อมูลด้วย Props และ emits ทำ Single Page Application ด้วย Vue Router เรียก API ด้วย Fetch API หรือ Axios และจัดการ State รวมศูนย์ด้วย Pinia ผู้ผ่านการอบรมได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate of Completion) ที่มีเลขที่ของตัวเองและตรวจสอบออนไลน์ได้
จัดอบรมหลักสูตร Basic Vue.js 3 ให้ทีมในองค์กรได้ไหม
ได้ หลักสูตรนี้จัดเป็นการอบรมแบบ In-house ให้ทีมในองค์กรได้ และปรับตัวอย่างให้ตรงกับงานของทีม เช่น ฝึกสร้างหน้าจอที่เรียก API ของระบบที่ทีมใช้อยู่ ขอใบเสนอราคาได้จากหน้านี้ หรือติดต่อทาง LINE @itgenius โทร 02-570-8449