มีบทความหนึ่งบน Towards AI ที่คนแชร์กันเยอะ ชื่อว่า I Wasted 6 Months Using Claude Code Wrong เขียนโดย Mouez Yazidi เล่าว่าเขาใช้ Claude Code มาหกเดือนโดยรู้จักอยู่คำสั่งเดียว จนกระทั่งเพื่อนบอกให้ลองพิมพ์ /compact แล้วบทสนทนาที่ยาว 147 ข้อความก็ถูกย่อลงเหลือสรุปสั้นๆ พื้นที่ context ว่างขึ้นมาทันที
เราหยิบ 14 คำสั่งจากบทความนั้นมาเรียบเรียงเป็นภาษาไทย แต่ไม่ได้แปลตรงตัว เพราะพอเอาไปเทียบกับเอกสารทางการของ Claude Code ฉบับปัจจุบันแล้วพบว่า มี 2 คำสั่งที่ถูกถอดออกไปแล้ว และอีกหลายคำสั่งเปลี่ยนชื่อหรือมีตัวใหม่ที่ดีกว่ามาแทน บทความนี้จึงเป็นฉบับที่ตรวจสอบกับเอกสารทางการแล้ว พร้อมบอกทางเลือกทดแทนให้ด้วย
ส่วนที่ 1 ตั้งค่าครั้งเดียว ใช้ได้ตลอด
1. /init สร้างเอกสารโปรเจกต์อัตโนมัติ
ปัญหาที่ทุกคนเจอคือเปิดโปรเจกต์ใหม่ทีไรต้องเสียเวลาชั่วโมงแรกไปกับการอธิบายว่าโปรเจกต์นี้ใช้อะไรบ้าง โครงสร้างเป็นยังไง คำสั่ง /init จะอ่านโปรเจกต์ทั้งหมดแล้วเขียนไฟล์ CLAUDE.md ให้เอง ทั้งสรุปโปรเจกต์ สถาปัตยกรรม แนวทางการเขียนโค้ด และคำสั่งสำคัญ ไฟล์นี้จะถูกโหลดทุกครั้งที่เริ่มงานใหม่
/init
2. /memory ตั้งค่าที่ใช้ข้ามทุกโปรเจกต์
พอใช้ /init ไปหลายโปรเจกต์จะพบว่ายังต้องบอกเรื่องเดิมซ้ำอยู่ดี เช่น ให้เขียน test ก่อนเสมอ หรือห้ามใช้ any ใน TypeScript คำสั่ง /memory เปิดไฟล์ที่ใช้เก็บกฎเหล่านี้ไว้ถาวร เขียนครั้งเดียวใช้ได้ทุกโปรเจกต์
- แนะนำให้เขียน test ก่อนเสมอ
- ใช้ composition แทน inheritance
- อธิบาย logic ที่ซับซ้อนด้วยคอมเมนต์
- ห้ามใช้ any ถ้าไม่ได้ขออนุญาตก่อน
ส่วนที่ 2 คำสั่งที่ใช้ทุกวัน
3. /compact บีบอัดบทสนทนาโดยไม่ต้องเริ่มใหม่
เมื่อคุยกันยาวจนคำตอบเริ่มช้าและเริ่มลืมสิ่งที่ตกลงกันไว้ตอนต้น คนส่วนใหญ่จะปิดแล้วเปิดใหม่ ซึ่งเสียงานที่ทำมาทั้งหมด /compact สรุปเฉพาะสาระสำคัญเก็บไว้แล้วคืนพื้นที่ให้ จุดที่หลายคนไม่รู้คือสั่งได้ด้วยว่าให้เก็บอะไรเป็นพิเศษ
/compact เก็บรายละเอียดโครงสร้างฐานข้อมูลกับ API ที่ตกลงกันไว้
4. /btw ถามแทรกโดยไม่ทำให้งานหลักหลุด
กำลังทำงานอยู่ดีๆ แล้วนึกสงสัยขึ้นมาว่า JWT กับ session cookie ต่างกันยังไง ถ้าถามตรงๆ ในบทสนทนาหลักก็จะทำให้เนื้อหางานปนกัน /btw ให้ถามคำถามแทรกได้โดยไม่กระทบบริบทของงานหลัก
/btw refresh token ควรเก็บที่ไหนถึงจะปลอดภัยที่สุด
5. เครื่องหมาย ! รันคำสั่ง shell ได้ในที่เดียว
เดิมต้องสลับไปเทอร์มินัล พิมพ์คำสั่ง คัดลอกผลลัพธ์ แล้วสลับกลับมาวาง เจ็ดขั้นตอนทุกครั้ง ใส่เครื่องหมายอัศเจรีย์นำหน้าแล้วรันได้เลย ผลลัพธ์เข้ามาอยู่ในบทสนทนาทันที
! git status
! npm run test
6. /usage ดูว่าใช้ token ไปเท่าไรแล้ว
ในบทความต้นทางใช้ /cost ซึ่งปัจจุบันยังใช้ได้อยู่แต่กลายเป็นชื่อเรียกแทนของ /usage ไปแล้ว คำสั่งนี้บอกจำนวน token และค่าใช้จ่ายของเซสชัน เหมือนเกจวัดน้ำมัน ทำให้รู้ว่าควร /compact ตอนไหนก่อนจะไปต่อไม่ไหว
7. /context ตัวช่วยที่บทความต้นทางยังไม่ได้พูดถึง
คำสั่งนี้ไม่ได้อยู่ในลิสต์ 14 ตัวของบทความต้นฉบับ แต่เราอยากแนะนำเพิ่มเพราะมีประโยชน์มาก มันแสดงการใช้ context เป็นตารางสีให้เห็นเลยว่าอะไรกินพื้นที่อยู่ ทั้ง system prompt เครื่องมือ ไฟล์ที่เปิดค้าง และประวัติการสนทนา ใช้คู่กับ /compact จะเห็นภาพชัดขึ้นมากว่าควรบีบอัดตอนไหน
/context
ส่วนที่ 3 ยกระดับการใช้งาน
8. /model สลับโมเดลกลางคัน
หลายคนไม่รู้ว่าเปลี่ยนโมเดลระหว่างเซสชันได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ ใช้โมเดลใหญ่ตอนออกแบบสถาปัตยกรรมที่ต้องคิดเยอะ พอได้แผนแล้วสลับไปโมเดลเล็กเพื่อ generate โค้ดให้เร็ว แล้วค่อยสลับกลับมาตอนตรวจงาน วิธีนี้ทั้งเร็วขึ้นและประหยัดขึ้น
9. /fast เปิดโหมดตอบเร็ว
ตอนกำลังลองไอเดียหรือ prototype ไม่จำเป็นต้องได้คำตอบที่คิดละเอียดที่สุด เปิด /fast ไว้ตอนพัฒนาช่วงแรก แล้วปิดตอนต้องการให้ตรวจงานอย่างละเอียด
10. /review ตรวจโค้ดอย่างเป็นระบบ
ปัจจุบันคำสั่งนี้เป็นชื่อเรียกแทนของ /code-review และทำได้มากกว่าเดิม เลือกความละเอียดได้ตั้งแต่ low ถึง max และสั่งให้แก้ให้เลยด้วย --fix ได้
/code-review high
/code-review high --fix
ผลลัพธ์จะเป็นรายการปัญหาพร้อมเลขบรรทัด เช่น จุดที่อาจเป็น null reference ลูปที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือช่องโหว่ที่ยังไม่ได้ sanitize ข้อมูลจากผู้ใช้
ส่วนที่ 4 เมื่อมีอะไรผิดพลาด
11. /clear ล้างบทสนทนาแต่เก็บการตั้งค่าไว้
เมื่อบทสนทนาวนอยู่ที่เดิมแก้ไม่ตก อย่าเพิ่งปิดหน้าต่างทิ้ง /clear ล้างเฉพาะบทสนทนา ส่วนเครื่องมือ สิทธิ์ และบริบทของโปรเจกต์ยังอยู่ครบ เป็นการรีเซ็ตแบบเบา ไม่ใช่เริ่มจากศูนย์
12. /rewind ย้อนกลับไปจุดก่อนหน้า
อีกตัวที่ไม่ได้อยู่ในบทความต้นทางแต่ควรรู้ไว้ ใช้ย้อนทั้งโค้ดและบทสนทนากลับไปยังจุดก่อนหน้าได้ เหมาะกับตอนที่ให้ลองแนวทางหนึ่งแล้วไม่เวิร์ก จะได้ไม่ต้องแบกความพยายามที่ล้มเหลวไว้ใน context
13. /doctor ตรวจสุขภาพการติดตั้ง
ถ้ารู้สึกว่าอะไรๆ ไม่ปกติ คำสั่งไม่ทำงาน ก่อนจะลงโปรแกรมใหม่ทั้งหมดให้รันตัวนี้ก่อน มันจะตรวจ API key เวอร์ชัน Node สิทธิ์การเข้าถึง และไฟล์ตั้งค่าให้ครบ
14. /help ดูคำสั่งทั้งหมด
คำสั่งพื้นฐานที่สุดแต่มีประโยชน์เสมอ เพราะ Claude Code เพิ่มคำสั่งใหม่เข้ามาเรื่อยๆ ตามเวอร์ชัน การรัน /help เป็นระยะจะทำให้เห็นของใหม่ที่เพิ่มเข้ามา
2 คำสั่งในบทความต้นทางที่ใช้ไม่ได้แล้ว
ตรงนี้คือส่วนสำคัญที่อยากให้อ่าน เพราะถ้าไปตามบทความต้นฉบับแล้วพิมพ์สองคำสั่งนี้จะไม่เกิดอะไรขึ้น
/pr_comments ถูกถอดออกตั้งแต่เวอร์ชัน 2.1.91
เดิมใช้ดึงคอมเมนต์จาก pull request บน GitHub เข้ามาในบทสนทนา ปัจจุบันไม่มีคำสั่งนี้แล้ว ให้สั่งด้วยภาษาธรรมดาแทนได้เลย เช่น บอกให้ไปอ่านคอมเมนต์ใน PR หมายเลขนั้นแล้วสรุปมาให้ หรือถ้าทำงานกับ PR บ่อยจะใช้ /code-review ที่รับหมายเลข PR ได้โดยตรง
/code-review high 1234
/terminal-setup ไม่มีในเอกสารปัจจุบันแล้ว
เดิมใช้ตั้งค่าให้ Claude Code มองเห็นผลลัพธ์ในเทอร์มินัลได้ ปัจจุบันความสามารถนี้ทำงานให้อยู่แล้วโดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่ม ถ้าเจอปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อกับเทอร์มินัลหรือ IDE ให้ใช้ /doctor ตรวจ หรือ /ide จัดการการเชื่อมต่อกับ IDE แทน
ก้าวต่อไป สร้างคำสั่งของตัวเอง
เมื่อใช้คำสั่งพื้นฐานคล่องแล้ว สิ่งที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดคือการทำคำสั่งของตัวเองสำหรับงานที่ทำซ้ำทุกวัน วิธีคือสร้างไฟล์ Markdown ไว้ในโฟลเดอร์ .claude/skills/ ของโปรเจกต์ ชื่อโฟลเดอร์จะกลายเป็นชื่อคำสั่งอัตโนมัติ
ตัวอย่างไฟล์ .claude/skills/deploy/SKILL.md
---
name: deploy
description: นำโค้ดขึ้นเซิร์ฟเวอร์ production
disable-model-invocation: true
---
ทำตามขั้นตอนนี้
1. รัน test ทั้งหมด ถ้าไม่ผ่านให้หยุด
2. build โปรเจกต์
3. สำรองไฟล์เดิมบนเซิร์ฟเวอร์ก่อนทับ
4. อัปโหลดขึ้น production แล้วตรวจว่าเว็บยังเปิดได้
บันทึกแล้วเรียกด้วย /deploy ได้ทันที บรรทัด disable-model-invocation: true คือบอกว่าให้เรียกเองเท่านั้น ไม่ต้องให้โมเดลตัดสินใจเรียก ซึ่งจำเป็นมากกับคำสั่งที่มีผลกระทบจริงอย่างการ deploy
รับพารามิเตอร์ได้ด้วยตัวแปร $ARGUMENTS หรือระบุเป็นตัวๆ ด้วย $0 และ $1
---
name: review-file
description: ตรวจไฟล์ที่ระบุแบบละเอียด
---
ตรวจไฟล์ $ARGUMENTS โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยและ SQL injection
/review-file www/search_result.php
แผน 7 วันสำหรับคนเริ่มต้น
- วันที่ 1 รัน
/initกับโปรเจกต์ที่ทำอยู่ - วันที่ 2 ตั้งค่า
/memoryใส่กฎการเขียนโค้ดที่ใช้ประจำสัก 5 ข้อ - วันที่ 3 ใช้
/btwทุกครั้งที่มีคำถามแทรก - วันที่ 4 เมื่อ context เริ่มเต็ม ใช้
/contextดูก่อนแล้วค่อย/compact - วันที่ 5 ลองใช้เครื่องหมาย
!รันคำสั่ง shell โดยไม่สลับหน้าต่าง - วันที่ 6 รัน
/code-reviewกับงานที่กำลังจะส่ง - วันที่ 7 ลองสลับ
/modelให้เหมาะกับแต่ละช่วงของงาน
สิ่งที่ทำให้ต่างกันไม่ใช่ความเก่งหรือประสบการณ์ แต่เป็นการรู้จักเครื่องมือที่มีอยู่แล้วในมือ ลองเลือกมาสักคำสั่งหนึ่งแล้วใช้จริงวันนี้
ที่มา: เรียบเรียงและตรวจสอบข้อมูลใหม่จากบทความ I Wasted 6 Months Using Claude Code Wrong โดย Mouez Yazidi เผยแพร่บน Towards AI ร่วมกับ เอกสารทางการของ Claude Code โดยทีมงาน IT Genius
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง (IT Genius Engineering) ให้บริการด้านไอทีครบวงจร ทั้งงานด้านการอบรม (Training) สัมมนา รับงานเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทั้ง SEO , PPC , และ Social media marketting
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ
Line : @itgenius (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://lin.ee/xoFlBFeFacebook : https://www.facebook.com/itgeniusonline
Tel : 02-570-8449 มือถือ 088-807-9770 และ 092-841-7931
Email : contact@itgenius.co.th
แนะนำหลักสูตรอบรมที่น่าสนใจ
LINE Workflow Automation with Claude Code & MCP
องค์กรไทยแทบทุกแห่งใช้ LINE เป็นช่องทางสื่อสารหลัก ทั้งไลน์ส่วนตัว ไลน์กลุ่มทีมงาน และ...
Power BI with AI, Claude Code and Cowork
ในปี 2026 งาน Business Intelligence ได้ก้าวข้ามจากการสร้างรายงานไปสู่ยุค AI-Driven Anal...
Using AI coding assistant for Python developer
ผู้ช่วย AI เป็นเครื่องมือซอฟต์แวร์อัจฉริยะที่ช่วยให้โปรแกรมเมอร์เขียนโค้ดได้อย่างมีประส...
Generative AI for Software Developer
ในยุคที่ Generative AI เข้ามามีบทบาทอย่างลึกซึ้งในวงการพัฒนาซอฟต์แวร์ นักพัฒนายุคใหม่ไม...
คำค้นหา : Claude Codeslash commandAI coding assistantcontext managementCLAUDE.mddeveloper productivity



