Meta เปิดตัว Muse Image เครื่องมือสร้างภาพ AI ใหม่ ใช้ได้ผ่าน Meta AI
Meta เปิดตัว Muse Image โมเดลสร้างภาพด้วย AI รุ่นใหม่ ที่ถูกพัฒนาโดย Meta Superintelligence Labs โดยถูกวางให้เป็นเครื่องมือสร้างสรรค์ภาพภายใน Meta AI สำหรับผู้ใช้ทั่วไป จุดเด่นของ Muse Image คือไม่ได้ทำได้แค่พิมพ์ข้อความแล้วสร้างภาพเท่านั้น แต่ยังสามารถแก้ไขภาพ เปลี่ยนสไตล์ รวมภาพหลายรูป และปรับภาพตามคำสั่งภาษาธรรมชาติได้ ทำให้ Meta AI ขยับเข้าใกล้การเป็นผู้ช่วยด้านครีเอทีฟมากขึ้น
Muse Image คืออะไร?
Muse Image คือโมเดลสร้างภาพ AI ตัวแรกจาก Meta Superintelligence Labs ซึ่งเป็นทีม AI ใหม่ของ Meta ที่ถูกผลักดันให้พัฒนาโมเดลและเครื่องมือ AI ระดับสูงสำหรับใช้งานในผลิตภัณฑ์ของบริษัท
ทาง Meta อธิบายว่า Muse Image ถูกออกแบบให้เป็นเหมือน “คู่คิดด้านภาพ” ของผู้ใช้ สามารถเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นภาพคุณภาพสูง และนำไปดาวน์โหลดหรือแชร์ต่อได้ ทั้งในฟีด สตอรี หรือแชทบนแพลตฟอร์มของ Meta

ใช้งานได้ที่ไหนบ้าง?
ในช่วงเริ่มต้น Muse Image เปิดให้ใช้งานผ่าน Meta AI app และเว็บไซต์ meta.ai รวมถึง Instagram Stories ในสหรัฐฯ และ WhatsApp ในบางประเทศ ก่อนจะขยายไปยัง Facebook ในอนาคต
นั่นหมายความว่า Meta ไม่ได้วาง Muse Image เป็นเครื่องมือแยกเดี่ยวเท่านั้น แต่ต้องการนำ AI สร้างภาพเข้าไปอยู่ในแพลตฟอร์มหลักที่ผู้ใช้ใช้งานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Instagram, WhatsApp, Facebook หรือ Meta AI
ทำอะไรได้บ้าง?
ความสามารถหลักของ Muse Image มีหลายด้าน โดยเฉพาะงานสร้างและแก้ไขภาพจากคำสั่งของผู้ใช้ เช่น
- สร้างภาพใหม่จากข้อความหรือพรอมป์
- แก้ไขภาพเดิมด้วยคำสั่งภาษาธรรมชาติ
- เปลี่ยนสไตล์ภาพ เช่น ภาพวาด ภาพแฟชั่น หรือภาพแนวครีเอทีฟ
- รวมภาพหลายรูปเข้าด้วยกัน
- สร้างภาพสำหรับแชร์ต่อในฟีด สตอรี หรือแชท
- ปรับภาพแบบสนทนาต่อเนื่อง เช่น ขอเปลี่ยนสี เพิ่มวัตถุ หรือลบองค์ประกอบบางส่วน
ข้อมูลจาก Meta ยังระบุว่าโมเดลนี้เข้าใจพรอมป์ที่ซับซ้อนได้ดีขึ้น และสามารถสร้างภาพหลายรูปแบบหลายสไตล์ รวมถึงแก้ไขภาพตามคำสั่งแบบเป็นขั้นตอน ทำให้การใช้งานใกล้เคียงกับการคุยกับผู้ช่วย AI มากกว่าการใส่คำสั่งครั้งเดียวแล้วจบ
ใช้ Instagram เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ AI
อีกสิ่งที่พูดถึง Muse Image สามารถใช้บริบทจาก Instagram มาช่วยสร้างภาพได้ เช่น การอ้างอิงบัญชี Instagram หรือสไตล์ภาพจากคอนเทนต์สาธารณะ เพื่อสร้างภาพใหม่ตามคำสั่งของผู้ใช้
รายงานจาก Business Insider ระบุว่า บัญชี Instagram แบบสาธารณะถูกตั้งค่าให้เข้าร่วมฟีเจอร์นี้โดยอัตโนมัติ ซึ่งหมายความว่าโพสต์, Reels และรูปโปรไฟล์ของบัญชีสาธารณะอาจถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพ AI ได้ เว้นแต่ผู้ใช้จะเข้าไปปิดการตั้งค่าด้วยตัวเองในแอป Instagram
ประเด็นความเป็นส่วนตัวเริ่มถูกจับตา
แม้ Muse Image จะเป็นเครื่องมือที่น่าสนใจในแง่เทคโนโลยี แต่ประเด็นเรื่องความเป็นส่วนตัวก็เริ่มถูกพูดถึงทันที โดยเฉพาะกรณีที่คอนเทนต์จากบัญชี Instagram สาธารณะอาจถูกนำไปใช้กับฟีเจอร์ AI ได้โดยค่าเริ่มต้น
TechCrunch รายงานว่า หลัง Meta เปิดตัว Muse Image ผู้ใช้บางส่วนเริ่มแสดงความกังวลเรื่องการนำภาพหรือคอนเทนต์สาธารณะไปใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับสร้างภาพ AI โดยเฉพาะเมื่อหลายคนอาจยังไม่ทราบว่าบัญชีของตัวเองถูกตั้งค่าไว้อย่างไร
ผู้ใช้ Instagram ควรเช็กการตั้งค่า
สำหรับผู้ใช้ Instagram ที่ตั้งบัญชีเป็นสาธารณะ และไม่ต้องการให้คอนเทนต์ของตัวเองถูกใช้ร่วมกับฟีเจอร์ AI ของ Meta ควรเข้าไปตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวในแอป Instagram โดยเฉพาะเมนูที่เกี่ยวข้องกับการแชร์และการนำคอนเทนต์ไปใช้ซ้ำ
ตามรายงานของ Business Insider การปิดการใช้งานดังกล่าวต้องทำผ่านแอป Instagram และการปิดภายหลังจะไม่ลบคอนเทนต์ AI ที่อาจถูกสร้างไปแล้วก่อนหน้านั้น :contentReference[oaicite:3]{index=3}
Meta เดินหน้าแข่งตลาด AI สร้างภาพ
การเปิดตัว Muse Image ทำให้ Meta เข้าสู่การแข่งขันด้าน AI สร้างภาพอย่างจริงจังมากขึ้น หลังคู่แข่งอย่าง OpenAI, Google และ Adobe ต่างมีเครื่องมือสร้างภาพและแก้ไขภาพด้วย AI ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง
ความได้เปรียบของ Meta คือมีแพลตฟอร์มที่คนใช้งานจำนวนมากอยู่แล้ว เช่น Instagram, Facebook, Messenger และ WhatsApp หาก Muse Image ถูกฝังเข้าไปในแอปเหล่านี้ได้อย่างแนบเนียน ผู้ใช้จำนวนมากอาจได้ทดลอง AI สร้างภาพโดยไม่ต้องออกจากแอปที่ใช้อยู่ทุกวัน
Muse Video ก็เตรียมตามมา
นอกจาก Muse Image แล้ว Meta ยังพูดถึง Muse Video ซึ่งเป็นเครื่องมือด้านวิดีโอที่อยู่ในแผนเปิดตัวถัดไป โดย Meta ระบุว่า Muse Video จะตามมาสำหรับครีเอเตอร์และ Meta AI ในอนาคต :contentReference[oaicite:4]{index=4}
ถ้า Muse Video เปิดให้ใช้งานจริงในวงกว้าง จะทำให้ Meta AI ไม่ได้เป็นแค่ผู้ช่วยตอบคำถามหรือสร้างภาพ แต่จะขยายไปสู่การสร้างคอนเทนต์วิดีโอ ซึ่งเป็นรูปแบบคอนเทนต์หลักของ Instagram และ Facebook อยู่แล้ว
สุดท้ายนี่คือฟีเจอร์ที่น่าสน
Muse Image ถือเป็นก้าวสำคัญของ Meta ในสนาม AI สร้างภาพ เพราะเป็นโมเดลจากทีม Meta Superintelligence Labs ที่ถูกนำมาใช้งานจริงผ่าน Meta AI และแพลตฟอร์มยอดนิยมของบริษัท จุดแข็งคือความสะดวก ผู้ใช้สามารถสร้างและแก้ไขภาพได้จากแอปที่คุ้นเคย เช่น Instagram หรือ WhatsApp แต่ขณะเดียวกันก็มีประเด็นที่ควรจับตา โดยเฉพาะเรื่องการนำคอนเทนต์จากบัญชี Instagram สาธารณะมาใช้ร่วมกับฟีเจอร์ AI
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป Muse Image น่าจะทำให้การสร้างภาพ AI เข้าถึงง่ายขึ้นมาก แต่ถ้าใครให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัว ควรเข้าไปตรวจสอบการตั้งค่า Instagram ของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนใช้งานหรือก่อนปล่อยให้บัญชีเป็นสาธารณะต่อไป
ที่มา: sanook.com/hitech/1626378
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง (IT Genius Engineering) ให้บริการด้านไอทีครบวงจร ทั้งงานด้านการอบรม (Training) สัมมนา รับงานเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทั้ง SEO , PPC , และ Social media marketting
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ
Line : @itgenius (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://lin.ee/xoFlBFeFacebook : https://www.facebook.com/itgeniusonline
Tel : 02-570-8449 มือถือ 088-807-9770 และ 092-841-7931
Email : contact@itgenius.co.th
แนะนำหลักสูตรอบรมที่น่าสนใจ
Basic HTML5 and CSS3 (คอร์ส html 5 และ css 3 พื้นฐาน)
ในการเรียน html5 และ css3 นับเป็นเทคโนโลยีการพัฒนาเว็บไซต์สมัยใหม่ เรามีการสอน html5 ที่มีการใช้งานเว็บไซต์ผ่านอุปกรณ์ (...
คำค้นหา : muse imagemetaai สร้างภาพmeta superintelligence labsopenaigoogleadobe


