การโต้ตอบกับงานศิลป์ที่สร้างโดย AI กลายเป็นแรงผลักให้คนทำงานศิลป์ดิจิทัลทบทวนแนวทางตัวเอง ผลงานที่สะอาด เป๊ะ เกินไป มักถูกสงสัยว่าเป็นงานจาก AI ดังนั้นหลายคนจึงเริ่มทดลองนำสิ่งที่เคยถูกตัดทอนออกไปเมื่อก่อนกลับมาใช้ - เช่นคราบแปรง รอยหยักขอบภาพ ร่องกระดาษ และโทนสีที่ไม่เรียบร้อย ซึ่งช่วยให้เห็นกระบวนการสร้างสรรค์ของมนุษย์ชัดขึ้นและเพิ่มเสน่ห์ให้กับงาน
ทำไมความไม่สมบูรณ์ถึงกลับมาเป็นคุณสมบัติที่ถูกตามหา
ภาพที่สมบูรณ์แบบแบบไฮเปอร์เดทเทลมีลักษณะที่คนเริ่มคุ้นเคยว่าเป็นงานจากโมเดล AI ดังนั้นการใส่ ‘ร่องรอยมนุษย์’ ลงไปในงานทำให้ผลงานมีตัวตนและเล่าเรื่องของการทำงานมากขึ้น ความไม่เรียบร้อยเหล่านี้ช่วยสร้างความเป็นเอกลักษณ์ - คนดูมักจดจำรอยพู่กันขีดเส้นหรือความไม่สม่ำเสมอของสีมากกว่าเท็กซ์เจอร์ที่เรียบเนียนจนไม่มีเอกลักษณ์
เครื่องมือและเทคนิคที่ช่วยให้ภาพดิจิทัลดูเป็นงานทำมือ
ไม่ได้หมายความว่าต้องกลับไปจับพู่กันจริงๆ - หลายโปรแกรมดิจิทัลสามารถเลียนแบบความไม่สมบูรณ์ได้ดี ตัวอย่างเช่น Rebelle 8.3 ที่พัฒนา Bristle Brushes ให้เส้นมีการไล่สีและเท็กซ์เจอร์ของขนแปรงที่ไม่สม่ำเสมอ ส่วน Procreate เองก็มีไลบรารีอย่าง Grunge, Street Art และ Creative ที่ให้รอยหยาบและมาร์คที่แสดงอารมณ์ งานอย่าง Heavy Paint ก็ให้ผลลัพธ์เชิงเรขาคณิตและความดิบที่น่าสนใจ
วิธีทำงานจริง - เริ่มจากสิ่งใกล้ตัว
- สำรวจบรัชที่มีอยู่ก่อน - ก่อนซื้อแพ็กใหม่ ลองใช้บรัชสต็อกใน Procreate หรือ Photoshop บ่อยครั้งบรัชพื้นฐานก็สร้างมาร์คได้มากกว่าที่คิด
- สร้างเท็กซ์เจอร์จากของจริง - ถ่ายรูปกระดาษเก่า ผ้าใบ รอยดินสอ คราบหมึก แล้วนำมาเป็นโอเวอร์เลย์หรือบรัชส่วนตัว
- ปรับการตั้งค่าเส้น - ปิดหรือปรับลด stabilisation เปลี่ยนแรงกดเพื่อให้เส้นสั่นเล็กน้อย ปล่อยขอบให้ขรุขระเพื่อความมีชีวิต
- พิมพ์-ทำลาย-สแกนกลับ - ปรินต์งาน ปาดวาดหรือขีดเขียนทับ พับหรือทำรอย แล้วสแกนกลับเข้ามาในไฟล์ดิจิทัลเพื่อเอามาร์คแบบกายภาพกลับมาใช้
- ใช้ฟังก์ชัน Smudge ของ Procreate - ใน Gesture Controls ให้เลือก Smudge แล้วเปิด Touch เพื่อใช้มือปัดเบลนด์สีบนหน้าจอ เหมือนการใช้นิ้วเบลนด์ชอล์กหรือคาร์บอน
เวิร์กโฟลว์ที่แนะนำ
เริ่มต้นในโปรแกรมที่ถนัด เช่น Procreate, Photoshop หรือ Fresco จากนั้นนำเท็กซ์เจอร์สแกนเข้ามาเป็นเลเยอร์แบบ Overlay ผสมกับบรัชที่ให้ความหยาบ สร้างบรัชส่วนตัวจากภาพถ่ายของวัสดุจริง และทดลองผสมระหว่างงานดิจิทัลกับการทำกายภาพเพื่อเก็บรอยช้ำและข้อผิดพลาดที่น่าสนใจ
โดยสรุป กระแสต่อต้าน AI art ทำให้เกิดพื้นที่ทดลองใหม่สำหรับศิลปินดิจิทัล - ไม่ใช่การถอยหลัง แต่เป็นการเติมมิติของความเป็นมนุษย์ให้กับงานดิจิทัล นี่เป็นโอกาสให้คนทำงานสายกราฟิกและดีไซน์ทดลองเทคนิคใหม่ๆ และพัฒนาทักษะที่ทำให้ผลงานมีเอกลักษณ์มากขึ้น - สิ่งที่ควรติดตามคือการพัฒนาเครื่องมือที่ยังคงใช้พลังของซอฟต์แวร์พร้อมกับรักษา 'ร่องรอยของคนทำ' ไว้
ที่มา: Creative Bloq - เรียบเรียงและสรุปเป็นภาษาไทยโดยทีมงาน IT Genius
ไอทีจีเนียส เอ็นจิเนียริ่ง (IT Genius Engineering) ให้บริการด้านไอทีครบวงจร ทั้งงานด้านการอบรม (Training) สัมมนา รับงานเขียนโปรแกรม เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น งานออกแบบกราฟิก และงานด้าน E-Marketing ที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน ทั้ง SEO , PPC , และ Social media marketting
ติดต่อเราเพื่อสอบถามผลิตภัณฑ์ ขอราคา หรือปรึกษาเรื่องไอที ได้เลยค่ะ
Line : @itgenius (มี @ ด้านหน้า) หรือ https://lin.ee/xoFlBFeFacebook : https://www.facebook.com/itgeniusonline
Tel : 02-570-8449 มือถือ 088-807-9770 และ 092-841-7931
Email : contact@itgenius.co.th
แนะนำหลักสูตรอบรมที่น่าสนใจ
การตกแต่งภาพด้วยโปรแกรม Adobe Photoshop
โปรแกรม Adobe Photoshop เป็นโปรแกรมที่ใช้สำหรับสร้างงานทางด้านกราฟิกที่บุคลากรในหลายสาข...
Adobe Photoshop CC 2018/2019 พื้นฐานถึงขั้นกลาง
Adobe Photoshop ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือที่คนออกแบบ (Designer) คุ้นเคยเป็นอย่างดี ด้วยปร...
Advanced Adobe Photoshop CC 2019 (WorkShop) ต่อยอดการสร้างสรรค์และตกแต่งภาพขั้นสูง
หลักสูตรการสร้างสรรค์และตกแต่งภาพขั้นสูง จะเน้นการใช้เครื่องมือต่างๆ มาประยุกต์ใช้ เพื่...




